Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1687/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การทำสัญญาซื้อขายรถยนต์กันเองนั้น กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อทันทีแล้ว หาจำต้องจดทะเบียนโอนกันเสียก่อนไม่ เพราะกฎหมายเกี่ยวกับทะเบียนรถยนต์เป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมยานพาหนะและภาษีรถยนต์ ไม่ใช่เป็นแบบของนิติกรรมแต่อย่างใดเมื่อจำเลยทำสัญญาซื้อขายรถยนต์กับเจ้าของ พร้อมชำระราคาและรับมอบการครอบครองไว้โดยสุจริตแล้วก่อนโจทก์ จำเลยก็ย่อมมีสิทธิในรถยนต์ยิ่งกว่าโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ได้ซื้อรถยนต์ฮิลแมนเก๋ง เลขทะเบียน ก.ท.น.0624จากจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 50,000 บาท โอนทะเบียนแล้วเมื่อ 22 ธันวาคม2499 แล้วจำเลยที่ 1 ได้เช่าซื้อต่อในวันเดียวกัน ต่อมาปรากฏว่ารถยนต์คันนี้จำเลยที่ 1 ได้นำทะเบียนปลอมไปหลอกลวงจำนำและกู้เงินผู้อื่นและมอบทะเบียนปลอมให้ยึดถือไว้ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้งได้ยึดรถยนต์มา เมื่อสอบสวนแล้วได้มอบให้จำเลยที่ 2ผู้อ้างว่าได้รับจำนำรถยนต์นี้ไปโจทก์เสียหายเป็นเงินเดือนละ 3,000 บาท จึงขอให้จำเลยส่งมอบรถยนต์คืนให้โจทก์หรือให้ใช้ราคากับเรียกค่าเสียหายนับจากวันที่จำเลยที่ 1 เช่าซื้อไปถึงวันฟ้องเป็นเงิน 4,000 บาทกับค่าเสียหายอีกเดือนละ 3,000 บาทจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การ และฟ้องแย้งว่า

ซื้อรถยนต์ไว้จากจำเลยที่ 1 โดยสุจริต เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2499 ราคา 30,000 บาท จำเลยที่ 1 มอบกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองตั้งแต่นั้นตลอดมา ได้มีบุคคลหลายคนถูกจำเลยที่ 1 กู้เงินไปและเอาทะเบียนรถยนต์มอบให้ไว้เป็นประกัน แต่ละรายไม่มีรถยนต์คันพิพาทยึดถือครอบครองไว้ดังเช่นจำเลยที่ 2 ขอให้ยกฟ้อง และพิพากษาให้จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์พิพาทโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ 1 มิได้ขายรถยนต์ให้จำเลยที่ 2โจทก์ซื้อรถยนต์จากจำเลยที่ 1 โดยสุจริต และจดทะเบียนกรรมสิทธิ์แล้วนายบุญเลิศ จีระพันธ์ ร้องสอดว่า ซื้อรถยนต์คันพิพาทจากจำเลยที่ 1 เมื่อ 19 ธันวาคม 2499 จึงขอให้ศาลพิพากษาว่ารถยนต์คันพิพาทเป็นของผู้ร้องโจทก์และจำเลยที่ 2 ให้การแก้คำร้องสอด

ฯลฯศาลชั้นต้นเห็นว่า ในระหว่างผู้ซื้อที่สุจริตด้วยกันแล้ว เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ซื้อไว้ก่อนคนอื่น และรถยนต์คันพิพาทอยู่ในครอบครองของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงควรได้กรรมสิทธิ์ พิพากษายกฟ้องโจทก์ และคำร้องของผู้ร้องสอด ให้รถยนต์เป็นของจำเลยที่ 2 ให้เพิกถอนชื่อโจทก์ออกจากทะเบียนรถยนต์คันพิพาท ลงชื่อจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โจทก์อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า โจทก์กับจำเลยที่ 2 ใครจะเป็นผู้ซื้อรถยนต์คันพิพาทไว้ก่อน ซึ่งจะมีสิทธิดีกว่ากันในข้อนี้ศาลฎีกาพิเคราะห์พยานโจทก์จำเลยแล้วเชื่อว่าจำเลยที่ 2 ได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายรถยนต์คันพิพาทกับจำเลยที่ 1 ตั้งแต่ 18 ธันวาคม 2499 ชำระราคาให้จำเลยที่ 1 แล้วเป็นเงิน 30,000 บาท และได้รับมอบการครอบครองรถยนต์ไว้จากจำเลยที่ 1 โดยสุจริตในวันนั้นแล้ว การที่โจทก์ได้รับโอนทะเบียนจากจำเลยที่ 1 ในวันที่ 22 ธันวาคม 2499 นั้น เป็นเวลาภายหลังจากที่จำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาซื้อขายกับจำเลยที่ 1 แล้ว อย่างไรก็ดี จำเลยที่ 2 ได้รับมอบรถยนต์คันพิพาทมาไว้ในครอบครองแล้ว

อันการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์นั้น กฎหมายไม่ได้บังคับว่าจะสำเร็จเด็ดขาดในเมื่อจดทะเบียนโอนรถกันจึงจะได้กรรมสิทธิ์ เพราะกฎหมายเกี่ยวกับทะเบียนรถยนต์นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมยานพาหนะและภาษีรถยนต์ หาใช่เป็นแบบนิติกรรมในการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ไม่ การที่คู่กรณีตกลงทำสัญญาซื้อขายรถยนต์กันเอง กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ก็ย่อมโอนมายังผู้ซื้อทันทีได้ ศาลล่างวินิจฉัยข้อนี้มาชอบแล้ว นอกจากนั้นจำเลยที่ 2 ได้รถยนต์คันนี้มาโดยมีค่าตอบแทน และได้การครอบครองมาโดยสุจริต หากแต่ถูกโจทก์และคนอื่น ๆ เรียกเอารถยนต์คันเดียวกันนี้โดยอาศัยหลักกรรมสิทธิ์ต่างกัน จำเลยที่ 2 ผู้ครอบครองรถยนต์คันพิพาทอยู่ก็มีสิทธิยิ่งกว่าโจทก์และบุคคลอื่น ๆ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1303 รถยนต์คันพิพาทจึงต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ห้วน ประชาบาล · ชวน สิงหลกะ · คร้าม สิวายะวิโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้