Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1684/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยแต่งงานกับนาง น. โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส จำเลยจึงไม่ใช่ทายาท ไม่มีสิทธิได้รับมรดกของ น. ในคดีเดิมโจทก์ไม่ได้ฟ้อง น.เป็นจำเลย หากแต่ฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้รับมรดกของ น. แม้คำพิพากษาในคดีเดิมจะฟังว่า น.กู้เงินโจทก์ไปจริงก็ตาม แต่ในคดีดังกล่าวโจทก์มิได้ฟ้องผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทของ น.เป็นจำเลย การที่โจทก์นำยึดที่พิพาทซึ่งมารดาของ น.ยกให้ น.ก่อนแต่งงานกับจำเลย โดยมีชื่อ น.เป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว จึงเป็นการยึดทรัพย์ของผู้อื่นมิใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ไม่มีสิทธินำยึด ผู้ร้องทั้งสามเป็นบุตรของ น.เกิดจากจำเลย ในระหว่างที่ น.ยังมีชีวิตอยู่ น.จึงเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้ร้อง ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1538 เมื่อ น.ถึงแก่กรรม ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เยาว์จึงไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรมและเป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของ น. เมื่อศาลมีคำสั่งให้ตั้ง ส.เป็นผู้แทนเฉพาะคดีของผู้ร้องทั้งสาม ส.จึงมีอำนาจดำเนินคดีแทนผู้ร้องทั้งสามได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56 วรรคสุดท้าย และมีสิทธิร้องขัดทรัพย์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับมรดกของ น.ก่อน

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้รับมรดกของนางนวน สิงหาพันธ์ ภรรยาผู้มรณะ เรียกเงินกู้และดอกเบี้ย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๔๑,๔๖๐ บาทให้โจทก์ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน ส.ค.๑ เลขที่ ๑๓๑ และที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๗๗๕ อ้างว่าเป็นที่ดินของจำเลย ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องคัดค้านว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดทั้งสองแปลงเป็นของนางนวน สิงหาพันธ์ มารดาผู้ร้องทั้งสาม จำเลยเป็นสามีไม่ชอบด้วยกฎหมายของนางนวน จึงไม่ใช่ทายาทของนางนวน ไม่มีสิทธิได้รับมรดก เมื่อนางนวนตาย มรดกของนางนวนจึงตกได้แก่ผู้ร้องทั้งสาม ขอให้ถอนการยึด โจทก์ให้การว่า โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้รับมรดกของนางนวน ซึ่งจำเลยเป็นสามีเป็นทายาทผู้รับมรดก ผู้จัดการมรดก ผู้ปกครองทรัพย์ของนางนวน ผู้ร้องไม่ใช่ทายาทของนางนวน นางสำราญ คงศิริ ผู้แทนเฉพาะคดีไม่มีอำนาจร้องขอให้ปล่อยทรัพย์แทนผู้ร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการยึดที่ดินทั้งสองแปลง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาว่า ในคดีเดิมโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้รับมรดกนางนวนภรรยาผู้มรณะ และศาลพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี โดยฟังว่าจำเลยและนางนวนได้กู้เงินโจทก์ไปจริง โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงมีสิทธินำยึดที่ดิน ๒ แปลงซึ่งมีชื่อนางนวนเป็นเจ้าของและยังไม่มีผู้รับมรดกนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่านายหลิมและนางนวนแต่งงานกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส จึงเป็นสามีภรรยากันโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ดินมีโฉนดและ ส.ค.๑ ที่โจทก์นำยึดก็ได้ความว่าเดิมเป็นของนางเรือนมารดกยกให้แก่นางนวนก่อนแต่งงานกับนายหลิม และมีชื่อนางนวนเป็นเจ้าของโดยไม่มีชื่อนายหลิมจำเลยเป็นเจ้าของร่วมแต่อย่างใด ในคดีเดิม (คดีแพ่งแดงที่ ๖๔/๒๕๑๖ ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี) ก็ปรากฏว่าโจทก์ไม่ได้ฟ้องนางนวนเป็นจำเลย หากแต่ฟ้องนายหลิมในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้รับมรดกของนางนวน นายหลิมจำเลยจึงไม่ใช่ทายาท ไม่มีสิทธิได้รับมรดกของนางนวน แม้คำพิพากษาในคดีเดิมจะฟังว่านางนวนกู้เงินโจทก์ไปจริงก็ตาม แต่ในคดีดังกล่าวปรากฏว่าโจทก์มิได้ฟ้องผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทของนางนวนเป็นจำเลย

การที่โจทก์นำยึดที่ดินโฉนดและ ส.ค.๑ ซึ่งแม้จะมีชื่อนางนวนเป็นเจ้าของ จึงเป็นการยึดทรัพย์ของผู้อื่นมิใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงไม่มีสิทธินำยึด ที่โจทก์ฎีกาต่อไปอีกว่าผู้ร้องทั้งสามยังไม่ได้รับมรดกของนางนวน จึงไม่มีสิทธิร้องขัดทรัพย์นั้น เห็นว่า ผู้ร้องทั้งสามเป็นบุตรโดยชอบของนางนวนเกิดจากนายหลิมจำเลย แต่ไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายหลิมจำเลย ในระหว่างที่นางนวนยังมีชีวิตอยู่ นางนวนจึงเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้ร้องตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๘ เมื่อนางนวนถึงแก่กรรม ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เยาว์จึงไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรมและเป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของนางนวน เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งให้นางสำราญ คงศิริ เป็นผู้แทนเฉพาะคดีของผู้ร้องทั้งสาม นางสำราญ คงศิริ จึงมีอำนาจดำเนินคดีแทนผู้ร้องทั้งสามได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๖ วรรคสุดท้าย และมีสิทธิร้องขัดทรัพย์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับมรดกของนางนวน สิงหาพันธ์ ก่อน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา สุมาวงศ์ · สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสุทธิ อินทุเศรษฐ
ศาลอุทธรณ์ - นายชลูตม์ สวัสดิทัต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้