Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1682/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อก่อนแยกโฉนดที่ดินกัน ที่ดินโฉนดที่ 7371 ของจำเลยกับโฉนดที่ 7372 ของโจทก์ และที่ดินโฉนดอื่นๆ รวมอยู่ในที่ดินโฉนดที่ 3604 ซึ่งเดิมเป็นของโจทก์กับบุคคลอื่น ดังนั้น แม้โจทก์จะได้เดินในที่ดินซึ่งภายหลังออกเป็นโฉนดที่ 7371 มานานเท่าใด ก็เป็นการใช้สิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์ มิใช่เป็นการใช้โดยปรปักษ์อันจะทำให้เกิดภารจำยอมโดยอายุความที่ของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อมโดยรอบ มีความจำเป็นจะต้องมีทางออกสู่ทางสาธารณะ แต่ที่โจทก์เป็นที่ที่แบ่งแยกออกมาจากที่ดินโฉนดที่ 3604 โจทก์มีสิทธิจะเรียกร้องเอาทางเดินจากที่ดินแปลงที่ได้แบ่งแยกได้ จะเอาทางเดินจากที่ดินแปลงอื่นหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 293 กับโฉนดที่ 7371 โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 7372 ติดกับที่ดินของจำเลยดังกล่าว โจทก์เดินผ่านที่ดินจำเลยออกไปสู่ถนนสายไปวัดชมนิมิตรไปสู่ถนนใหญ่ตลอดมาโดยสงบและเปิดเผยมาเกิน 10 ปี ย่อมได้ภารจำยอม และที่ดินโจทก์อยู่ในที่ล้อมของที่ดินแปลงอื่น ไม่มีทางออก จำเลยทำรั้วสังกะสีกั้นเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 7371 ของจำเลยและทำประตู ทำรั้วกั้นเขตที่ดินของจำเลยโฉนดเลขที่ 293 ทำให้โจทก์ไม่สามารถเข้าออกสู่ถนนสายไปวัดชมนิมิตรได้ ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้รื้อและจดทะเบียนภารจำยอม ฯลฯจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่เคยใช้เส้นทางเดินผ่านในที่ดินของจำเลยโฉนดเลขที่ 7371, 7925 จนได้สิทธิภารจำยอม

ทางเดินข้างโรงงานทำแก้วออกไปสู่ถนนวัดชมนิมิตรเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 7925 ซึ่งจำเลยแบ่งออกมาจากที่ดินโฉนดที่ 7383 อีกทีหนึ่ง ที่ดินโจทก์โฉนดเลขที่ 7372 มีทางอื่นออกสู่ทางสาธารณะได้ ที่ดินโฉนดเลขที่ 7371, 7372 ฯลฯ เดิมเป็นที่ดินแปลงเดียวกันรวมอยู่ในโฉนดเลขที่ 3604 แล้วแบ่งออกเป็นหลายแปลง นายประนมเจ้าของโฉนดเลขที่ 7371 ฯลฯ ได้โอนให้จำเลย ระหว่างที่โฉนดเลขที่ 7371, 7372 ฯลฯ ยังไม่แบ่งแยก ยังรวมอยู่ในโฉนดเลขที่ 3604 ทางภารจำยอมเกิดขึ้นไม่ได้ และนับแต่แบ่งแยกออกมาเป็นคนละเจ้าของถึงวันฟ้องก็เป็นเวลาเพียง 3 ปีเศษ โจทก์อ้างอายุความได้สิทธิภารจำยอมไม่ได้ ฯลฯศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่ดินโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อม ที่ดินโฉนดเลขที่ 7371 จึงเป็นทางจำเป็นและทางกว้าง 3 เมตรก็พอสมควร

ส่วนที่ดินโฉนดเลขที่ 7925 ซึ่งขณะนี้เป็นถนนทั้งโฉนด โจทก์ได้ใช้เดินมากว่า 10 ปี ย่อมตกอยู่ในภารจำยอม พิพากษาให้จำเลยรื้อรั้วและสิ่งกีดขวางเปิดทางให้โจทก์เดินเข้าออกสู่ถนนไปวัดชมนิมิตรได้ คือกว้าง 3 เมตร จากหลักเขตใต้สุดทางทิศตะวันออกขึ้นไปทางทิศเหนือและยาวไปทางทิศตะวันตก 9 เมตรของโฉนดที่ดินเลขที่ 7371 ของจำเลย และให้จำเลยเปิดที่ดินโฉนดที่ 7925 ของจำเลยให้โจทก์เดินเข้าออกได้ทั้งโฉนด ให้จำเลยไปจดทะเบียนภารจำยอมที่ดินโฉนดเลขที่ 7925 เป็นทางเดินเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 7372 ของโจทก์ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาปัญหามีว่าที่พิพาทที่โจทก์ฟ้องเป็นภารจำยอมที่โจทก์ได้มาโดยอายุความหรือไม่

ปรากฏว่าสำหรับที่พิพาทส่วนที่อยู่ในโฉนดที่ 7371นั้น โจทก์ก็รับอยู่แล้วว่าเดิมโจทก์ นายประนม นางสนวนปกครองที่ดินร่วมกัน มิได้แยกปกครองเป็นส่วนสัด เพิ่งได้แบ่งแยกโฉนดกันเป็นส่วนสัดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2505 นี้เอง ดังนั้น เมื่อก่อนแยกโฉนดที่ดินกัน ที่ดินโฉนดที่ 7371 กับที่ดินโฉนดที่ 7372 และที่ดินโฉนดอื่น ๆ ในที่ดินตามโฉนดที่ 3604 เดิมก็คงเป็นของโจทก์นายประนม นางสนวนร่วมกันมาทุกส่วน แม้โจทก์จะได้เดินในที่ดินซึ่งภายหลังได้ออกเป็นโฉนดที่ 7371 มานานเท่าใด ก็เป็นการใช้สิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์นั่นเอง หาใช่เป็นการใช้โดยปรปักษ์อันจะทำให้เกิดภารจำยอมโดยอายุความไม่ ส่วนหลังจากได้แบ่งแยกโฉนดแล้ว ก็นับถึงวันฟ้องยังไม่ถึง 10 ปี

แม้โจทก์จะเดินผ่านก็ยังไม่ได้ภารจำยอมโดยอายุความอยู่นั่นเอง ที่พิพาทเฉพาะส่วนที่อยู่ในโฉนดที่ 7371 จึงหาใช่ภารจำยอมของโจทก์ไม่ส่วนที่พิพาทโฉนดที่ดิน 7925 ของจำเลยนั้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่เคยใช้เดิน แม้ภายหลังจำเลยจะได้ถมดินทำถนนขึ้นแล้ว โจทก์ได้มาใช้เดินบ้างก็ไม่ทำให้โจทก์ได้ภารจำยอมเพราะยังไม่ถึง 10 ปี จริงอยู่ขณะนี้ที่ของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อมโดยรอบ โจทก์มีความจำเป็นจะต้องมีทางออกสู่ทางสาธารณะ ที่ของโจทก์นี้เป็นที่ ๆ แบ่งแยกออกมาจากที่ดินโฉนดที่ 3604 ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1350 โจทก์มีสิทธิจะเรียกร้องเอาทางเดินจากที่ดินที่ได้แบ่งแยกได้ โจทก์จะเอาทางเดินจากที่ดินแปลงอื่นหาได้ไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ใหญ่ ศาลยาชีวิน · ทองคำ จารุเหติ · แสวง ลัดพลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้