คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๒๖๗, ๒๖๘, ๘๓ ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์แถลงรับว่าโจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสามในข้อหาเดียวกันนี้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีถึงที่สุดแล้ว ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๗๔๙๓/๒๕๑๗ ของศาลอาญาจริง ศาลสั่งงดไต่สวนมูลฟ้อง และวินิจฉัยว่า โจทก์จะมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้อีกไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔) คดีโจทก์จึงไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์รับว่าเคยฟ้องจำเลยในข้อหาเดียวกันนี้ครั้งหนึ่งแล้วศาลได้พิพากษายกฟ้องคดีนั้น เพราะฟ้องโจทก์ขาดวันเดือนปีและเวลาที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิด คดีถึงที่สุดแล้วเช่นนี้
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อฟ้องโจทก์ไม่ระบุเวลากระทำผิดดังบัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) จึงเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เวลากระทำผิดเป็นข้อสำคัญที่โจทก์จะต้องกล่าวมาในฟ้อง และเวลากระทำผิดเช่นว่านี้ ก็เป็นข้อเท็จจริงในเรื่องความผิดที่จำเลยกระทำนั่นเอง จึงได้ชื่อว่าได้ยกฟ้องในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔) ดังคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๗๖/๒๔๙๕
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน