Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2512 (เลขอ้างอิง 16755)

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การวินิจฉัยว่า จำเลยขับรถโดยประมาทหรือไม่นั้น. ศาลย่อมพิจารณาเอาจากการกระทำของจำเลยฝ่ายเดียวเป็นเครื่องวินิจฉัย. อีกฝ่ายหนึ่งจะประมาทหรือไม่ไม่สำคัญ.ความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390. ผู้เสียหายที่จะฟ้องได้ก็คือผู้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ.ความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก เอกชนไม่เป็นผู้เสียหายที่จะฟ้องคดีได้.(อ้างฎีกาที่ 1974/2497).

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ศาลพิจารณารวมกัน คดีแรก

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถโดยประมาทและฝ่าฝืนกฎข้อบังคับไม่หยุดรถก่อนถึงบริเวณทางแยก แล่นไปชนรถร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยเสียหายและเป็นเหตุให้ผู้ที่นั่งมาในรถของจำเลยได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 29, 31, 66 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2481 ฉบับที่ 3 มาตรา 4 ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดพระนครธนบุรี พ.ศ. 2508 ลักษณะ 1 หมวด 1 ร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต สำนวนหลัง นางพิมพ์เป็นโจทก์ฟ้องร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยเป็นจำเลยว่า จำเลยขับรถโดยประมาท ถึงสี่แยกไม่เบาเครื่องแล้วหักเลี้ยวเข้าไปชนรถนายอู๋ ทำให้โจทก์ได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2477 มาตรา 13, 29, และ 66 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2481ฉบับที่ 3 มาตรา 4

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้องนายอู๋ ยกฟ้องเฉพาะคดีที่ร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยเป็นโจทก์ฟ้องนายอู๋ และเห็นว่าร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยและนายอู๋ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 และพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2477 มาตรา 13, 29, 31, 66 แก้ไข พ.ศ. 2481 มาตรา 4 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ซึ่งเป็นบทหนัก ให้จำคุกคนละ 15 วัน ปรับคนละ 500 บาท จำเลยทั้งสองไม่เคยต้องโทษมาก่อนโทษจำให้รอไว้ 1 ปี ถ้าไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 24, 30 นายอู๋จำเลยกับร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยทั้งในฐานะจำเลยและในฐานะโจทก์ร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายอู๋จำเลยฎีกา

ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายให้รับฎีกา ร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยฎีกาทั้งในฐานะจำเลยและในฐานะโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อกฎหมายว่าร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยมีสิทธิเป็นโจทก์ฟ้องคดีหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่นายอู๋ฎีกาว่า ถ้าร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยไม่ขับเร็วและใช้ความระมัดระวังไม่รีบร้อนเลี้ยวรถตามเข้าไปในถนนอิสระภาพก็จะไม่มีการชนกัน ความประมาทควรตกแก่ร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยผู้เดียวนั้น ในการวินิจฉัยว่านายอู๋ขับรถโดยประมาทหรือไม่นั้นศาลย่อมพิจารณาเอาจากการกระทำของนายอู๋ฝ่ายเดียวเป็นเครื่องวินิจฉัย ฝ่ายร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยจะประมาทหรือไม่ไม่สำคัญ เมื่อฟังข้อเท็จจริงที่ยุติดังที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่านายอู๋เคลื่อนรถออกไปเข้าสี่แยกด้านที่มีไฟแดงกระพริบโดยมิได้ระมัดระวังให้ดีว่ารถทางซ้ายมือของตนที่วิ่งมานั้นมีความเร็วแค่ไหน อยู่ห่างไกลเพียงใด ตนพอจะขับพ้นไปได้หรือไม่ ตามกฎหมายถือว่านายอู๋ขับรถโดยประมาท

ส่วนฎีกาของร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยว่าตนมีสิทธิฟ้องนายอู๋ได้นั้นเห็นว่า ความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 390 ผู้เสียหายที่จะฟ้องได้ก็คือผู้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ คดีนี้ร้อยตำรวจเอกสิทธิชัยไม่ได้รับบาดเจ็บ จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะฟ้องได้ ส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรที่นายอู๋ทำลงนั้น เอกชนหาใช่เป็นผู้เสียหายที่จะฟ้องได้ไม่ดังคำพิพากษาฎีกาที่ 1974/2497

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โกวิท ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต · อาจิต ไชยาคำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้