Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำว่า "ของเก่า" ตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ.2474 มาตรา 3 นั้นหมายความว่า ทรัพย์ที่เสนอขายแลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายโดยประการอื่นอย่างทรัพย์ที่ใช้แล้ว ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นของที่ใช้แล้วเสมอไปผู้ประกอบการค้ารายใดจะต้องเสียภาษีการค้าในอัตราภาษีร้อยละเท่าใดของรายรับ จะต้องพิจารณาถึงประเภทการค้าที่ผู้นั้นกระทำ และรายการที่ประกอบการค้าตลอดจนตัวผู้ประกอบการค้าที่มีหน้าที่เสียภาษีประมวลเข้าด้วยกัน จะพิจารณาเพียงแต่ชนิดของรายการที่ประกอบการค้าหรือบุคคลผู้ประกอบการค้าอย่างใดอย่างหนึ่งหาได้ไม่โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าประเภทการค้า 1 การขายของ รายการประกอบการค้าชนิดหนึ่ง 1(ก) มีหน้าที่เสียภาษีการค้าในฐานะผู้นำเข้าหรือผู้ผลิตในอัตราร้อยละ 5 ของรายรับ แม้โจทก์จะสั่งสินค้ารถยนต์บรรทุกและเครื่องอะไหล่ซึ่งเป็นของเก่าใช้แล้วจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แต่เมื่อโจทก์มิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานให้เป็นผู้ค้าของเก่าตามกฎหมาย ก็หาได้ชื่อว่า โจทก์เป็นผู้ขายทุกทอด ประเภทการค้า 1 การขายของชนิด 7(ค) ของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่าไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้สั่งสินค้ารถยนต์บรรทุกและเครื่องอะไหล่จากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งเป็นของเก่าใช้แล้วมีลักษณะเป็นของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่าตามบัญชีอัตราภาษีการค้าแห่งประมวลรัษฎากร โจทก์ได้ชำระภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลสำหรับสินค้าดังกล่าวให้แก่จำเลยในอัตราร้อยละ 5 ของรายรับเป็นเงิน 370,318 บาท 56 สตางค์ ต่อมาโจทก์ได้ทราบว่าได้มีพระราชกฤษฎีกาลดอัตราภาษีการค้าสำหรับชนิด 7(ค) เฉพาะของเก่าที่มิใช่วัตถุโบราณหรือศิลปวัตถุเหลือเพียงร้อยละ 1.5 ซึ่งมีผลใช้บังคับก่อนโจทก์ชำระค่าภาษี ฉะนั้นโจทก์จึงชำระค่าภาษีให้จำเลยเกินไปร้อยละ 3.5 คิดเป็นเงิน 259,222 บาท 98 สตางค์ จำเลยไม่มีสิทธิยึดเงินส่วนเกินนั้นไว้ได้

เพราะปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายโจทก์มีหนังสือขอคืนจำเลยปฏิเสธ ขอให้ศาลบังคับจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้า โดยจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการค้าประเภทการค้า 1 การขายของชนิด 1(ก) รายการที่ประกอบการค้าคือจำหน่ายเครื่องอะไหล่รถยนต์สามล้อในฐานะผู้นำเข้า โจทก์มิได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบการค้าของเก่าตามพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. 2474 โจทก์เสียภาษีร้อยละ 5 ถูกต้องแล้ววันชี้สองสถาน โจทก์จำเลยรับกันว่า โจทก์เพิ่งจดทะเบียนใบอนุญาตทำการค้าของเก่ารถยนต์และเครื่องอะไหล่ ภายหลังที่ชำระภาษีตามฟ้องแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาปัญหามีว่า โจทก์จะต้องเสียภาษีการค้าสำหรับสินค้ารถยนต์บรรทุกและเครื่องอะไหล่ซึ่งเป็นของใช้แล้วในอัตราร้อยละเท่าใดของรายรับ ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าแห่งประมวลรัษฎากรแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2504 นั้น ได้กำหนดอัตราภาษีที่ผู้ประกอบการค้าจะต้องเสียภาษีเป็นอัตราร้อยละของรายรับมีจำนวนแตกต่างกันสุดแต่ประเภทการค้า รายการที่ประกอบการค้า และผู้ประกอบการค้าที่มีหน้าที่เสียภาษีการค้าแต่ละรายการ ฉะนั้น การที่จะทราบว่า ผู้ประกอบการค้ารายใดจะต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละเท่าใดของรายรับ

ก็จะต้องพิจารณาถึงประเภทการค้าที่ผู้นั้นพึงกระทำและรายการที่ประกอบการค้าตลอดจนผู้ประกอบการค้าที่ต้องเสียภาษีนำมาประมวลเข้ากันแล้วจึงจะชี้ขาดลงไปได้ว่า ผู้ประกอบการค้ารายนั้นจะต้องเสียภาษีในอัตราเท่าใด หาใช่พิจารณาแต่เพียงชนิดของรายการที่ประกอบการค้าหรือบุคคลผู้ประกอบการค้าอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นสำคัญ ดังที่โจทก์ฎีกานั้นไม่ การที่ศาลล่างยึดหลักการแปลความหมายของคำว่าของเก่าประเภทการขายของชนิด 7(ค) ตามบัญชีอัตราภาษีการค้านั้น เป็นการแปลความหาายตามตัวบทกฎหมาย ซึ่งบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งถูกต้องแล้ว หาใช่เป็นการแปลเพื่อตัดสิทธิ์ของโจทก์แต่อย่างใดไม่ โดยเฉพาะในกรณีของโจทก์ระหว่างที่โจทก์เสียภาษีการค้า โจทก์เป็นเพียงผู้ประกอบการค้าประเภทการค้า 1 การขายของ

รายการประกอบการค้าชนิด 1(ก) มีหน้าที่เสียภาษีในฐานะผู้นำเข้าหรือผู้ผลิต ในอัตราร้อยละ 5 ของรายรับ แม้โจทก์จะนำสินค้าที่เป็นของใช้แล้วเข้ามา ก็หาได้ชื่อว่าโจทก์เป็นผู้ขายทุกทอด ประเภทการค้า 1 การขายของชนิด 7(ค) ของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่าไม่ แม้คำว่า ของเก่าตามที่โจทก์เอาคำนิยามจากพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและการค้าของเก่าพ.ศ. 2474 มาตรา 3 มาใช้ ซึ่งบัญญัติว่า "ของเก่า" หมายความว่าทรัพย์ที่เสนอขายแลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายโดยประการอื่นอย่างทรัพย์ที่ใช้แล้ว ทั้งนี้รวมถึงของโบราณด้วย เพื่อให้ตรงกับสินค้าที่โจทก์สั่งมาว่าเป็นทรัพย์ที่ใช้แล้วนั้น ศาลฎีกายังเห็นว่า สินค้าที่ใช้แล้วของโจทก์ยังหาต้องด้วยคำนิยามตามกฎหมายที่ว่านั้นไม่เพราะความหมายของคำว่า

"ของเก่า" ตามมาตรา 3 ดังกล่าว หมายความถึงทรัพย์ที่เสนอขายแลกเปลี่ยนหรือจำหน่ายโดยประการอื่นอย่างทรัพย์ที่ใช้แล้ว ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเป็นของที่ใช้แล้วเสมอไป และยิ่งไปกว่านั้นตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งแก้ไขแล้วนั้นยังบัญญัติเป็นใจความว่า ผู้จะค้าของเก่านี้จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเสียก่อน ทั้งผู้ประกอบการค้าจะต้องมีคุณสมบัติถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 6, 8 ด้วย เมื่อโจทก์ไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ค้าของเก่าในปี 2506 และ 2507 ซึ่งโจทก์ได้เสียภาษีการค้าไปแล้วนั้น สินค้าที่โจทก์นำเข้ามาแม้จะเป็นของที่โจทก์เสนอขายอย่างทรัพย์ที่ใช้แล้ว ก็หาใช่ของเก่าตามความหมายในรายการประกอบการค้าชนิด 7(ค) ไม่ ที่โจทก์เสียภาษีตามรายการประกอบการค้าชนิด 1(ก) ถูกต้องแล้ว ไม่มีสิทธิเรียกคืนค่าภาษีจากจำเลยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถาวร หุตะโกวิท · กิตติ สีหนนทน์ · อัศนี เกาไศยนันท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้