Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1671/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งให้ทำการขนส่งเดินรถยนต์โดยสารประจำทางตามพระราชบัญญัติการขนส่งพ.ศ.2497 ในเส้นทางสายที่ 1343 จากชัยภูมิ - ห้วยชันต่อมาจำเลยได้รับอนุญาตจากทางจังหวัดชัยภูมิให้เดินรถยนต์โดยสารในเส้นทางสายชัยภูมิ - หนองบัวแดง ทับเส้นทางเดินรถยนต์ประจำทางของโจทก์ตั้งแต่ตัวเมืองจังหวัดชัยภูมิถึงทางแยกหน่วยขยายพันธุ์พืชชัยภูมิ เป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร รองอธิบดีกรมการขนส่งยืนยันว่าเส้นทางที่อนุญาตให้ผู้รับสัมปทานเดินรถยนต์ประจำทางนั้นอาจจะทับกันเป็นบางตอนหรือทับกันตลอดสายก็ได้. เส้นทางที่โจทก์จำเลยเดินรถยนต์ประจำทางทับกันบางตอนจึงเป็นทางร่วม ต่างมีสิทธิที่จะเดินทางเดียวกันได้. เมื่อทางจังหวัดตั้งกรรมการพิจารณาเรื่องราวให้สัมปทานเดินรถยนต์ประจำทางสายชัยภูมิ - หนองบัวแดงโจทก์เองก็ยื่นเรื่องราวขออนุญาตพร้อมกับจำเลยและบริษัทอื่น แต่คณะกรรมการพิจารณาอนุญาตให้จำเลยผู้เดียวเป็นผู้ได้รับสัมปทาน ทั้งเส้นทางสายนี้ก็เป็นทางหลวงจังหวัด อยู่ในความควบคุมดูแลของจังหวัดชัยภูมิ มิใช่ทางที่กรมการขนส่งประกาศเป็นเส้นทางของกรมการขนส่ง ดังนั้น เมื่อจำเลยได้รับอนุญาตจากทางจังหวัดชัยภูมิให้เดินรถยนต์ประจำทางในเส้นทางสายนี้ได้ แม้จะทับเส้นทางซึ่งโจทก์ได้รับอนุญาตเป็นบางตอน ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการแข่งขันกับโจทก์การที่จำเลยนำรถยนต์โดยสารเข้าวิ่งรับส่งคนโดยสารตามที่ได้รับอนุญาตจึงไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับโอนสิทธิและหน้าที่ทั้งหมดจากห้างหุ้นส่วนจำกัดสุรชัยเดินรถ ซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งให้ประกอบการขนส่งในเส้นทางสายชัยภูมิ-ห้วยชัน และโจทก์ได้ยื่นคำขอประกอบการขนส่งในเส้นทางสายชัยภูมิ-ห้วยชีลอง แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต จำเลยได้นำรถยนต์โดยสารไปแล่นทับเส้นทางสายชัยภูมิ - ห้วยชัน เป็นระยะทาง 6 กิโลเมตร และทับเส้นทางสายชัยภูมิ - ห้วยชีลองตลอดสาย เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ ขอให้ห้ามจำเลยไม่ให้นำรถยนต์โดยสารวิ่งทับเส้นทาง 2 สายของโจทก์ กับให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยมิได้ทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยได้รับอนุญาตจากทางราชการให้ประกอบการขนส่งโดยรถยนต์โดยสารวิ่งจากชัยภูมิถึงบ้านหนองบัวแดง จะหาว่าจำเลยวิ่งทับเส้นทางมิได้ และเส้นทางสายชัยภูมิ - ห้วยชีลอง โจทก์ยังไม่ได้รับอนุญาต

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมิได้ละเมิดสิทธิโจทก์ในเส้นทางสายชัยภูมิ - ห้วยชีลอง แต่จำเลยเดิมรถยนต์ทับเส้นทางของโจทก์ในเส้นทางสายชัยภูมิ - หนองบัวแดง เป็นการละเมิดสิทธิโจทก์พิพากษาแก้ ห้ามจำเลยเดินรถโดยสารจากตัวเมืองจังหวัดชัยภูมิถึงทางแยกหน่วยขยายพันธุ์พืชทับเส้นทางแข่งขันกับโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์วันละ 40 บาท นับแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2513 เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะเลิกแข่งขัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาว่า การที่จำเลยเดินรถยนต์โดยสารประจำทางสายชัยภูมิ - หนองบัวแดง ทับเส้นทางสายชัยภูมิ - ห้วยชัน เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์หรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ได้รับอนุญาตให้ทำการขนส่งเดินรถยนต์โดยสารประจำทางตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 ในเส้นทางสายที่ 1343 จากชัยภูมิ - ห้วยชัน ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2508 ถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2513 ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2513 จำเลยซึ่งได้รับอนุญาตจากทางจังหวัดชัยภูมิ ให้เดินรถยนต์โดยสารในเส้นทางสายชัยภูมิ - หนองบัวแดง ได้นำรถยนต์โดยสารเข้าวิ่งรับส่งคนโดยสารตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2513 เป็นต้นมาแต่เส้นทางนี้ทับเส้นทางเดินรถยนต์ประจำทางของโจทก์ตั้งแต่ตัวเมืองจังหวัดชัยภูมิถึงทางแยกหน่วยขยายพันธุ์พืชชัยภูมิ ปรากฎตามแผนที่สังเขปท้ายคำให้การ ระยะทางที่ทับกัน 6 กิโลเมตรทำให้โจทก์เสียหาย เพราะรายได้ลดต่ำลง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เส้นทางที่จำเลยเดินรถยนต์ประจำทางทับเส้นทางของโจทก์นั้น นายกัญจน์ นาคามดี รองอธิบดีกรมการขนส่งพยานโจทก์เบิกความว่า เส้นทางที่อนุญาตให้ผู้รับสัมปทานเดินรถยนต์ประจำทางนั้นอาจจะทับกันเป็นบางตอนหรือทับกันตลอดสายก็ได้ และนายสุระ ชัยวิรัตน์ กรรมการผู้จัดการของบริษัทโจทก์ก็เบิกความรับว่าโจทก์ได้รับสัมปทานเดินรถสายชัยภูมิ - หนองบัวโคก ทับเส้นทางของจำเลยซึ่งเดินรถยนต์ประจำทางสายชัยภูมิ - โคราชและทับกันเป็นระยะทางถึง 60 กิโลเมตร ฉะนั้น เส้นทางที่โจทก์จำเลยเดินรถยนต์ประจำทางทับกันบางตอนจึงเป็นทางร่วม ต่างก็มีสิทธิที่จะเดินทางเดียวกันได้ทั้งเป็นทางร่วมที่จะเข้าตัวเมืองจังหวัดชัยภูมิ นายชัชวาลย์

สุวรรณพงศ์ นายอำเภอเมืองชัยภูมิ นายวัฒนา สุจริตจิตร นายอำเภอหนองบัวแดง และพันตำรวจตรีขยาย อุรุวงษ์ ผู้บังคับกองสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองชัยภูมิพยานจำเลย เบิกความว่าพยานทั้งสาม เป็นกรรมการพิจารณาเรื่องราวให้สัมปทานเดินรถยนต์ประจำทางสายชัยภูมิ - หนองบัวแดง โจทก์เองก็ยื่นเรื่องราวขออนุญาตเดินรถยนต์ประจำทางสายนี้พร้อมกับจำเลยและบริษัทอื่น แต่ทางคณะกรรมการพิจารณาอนุญาตให้จำเลยผู้เดียวเป็นผู้ได้รับสัมปทาน นอกจากนี้ นายประมูล ศรัทธาทิพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พยานจำเลยยังเบิกความสนับสนุนอีกว่าทางสายชัยภูมิ - หนองบัวแดง เป็นทางหลวงจังหวัดอยู่ในความควบคุมดูแลของจังหวัดชัยภูมิ มิใช่ทางที่กรมการขนส่งประกาศเป็นเส้นทางของกรมการขนส่ง จึงเห็นได้ว่าเมื่อจำเลยได้รับอนุญาตจากทางจังหวัดชัยภูมิให้เดินรถยนต์ประจำทางในเส้นทางสายนี้ได้ แม้จะทับเส้นทางซึ่งโจทก์ได้รับอนุญาตเป็นบางตอน ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการแข่งขันกับโจทก์ การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมคิด มงคลชาติ · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ไพโรจน์ ไวกาสี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้