Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1669/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยที่ 3 จะให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ที่กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ก็ตาม แต่เมื่อศาลชั้นต้นชี้สองสถานมิได้กำหนดปัญหาข้อนี้เป็นประเด็นข้อพิพาท และจำเลยที่ 3 ก็มิได้โต้แย้งคัดค้านไว้ถือว่าจำเลยที่ 3 ได้สละประเด็นข้อพิพาทนี้แล้วจึงเป็นปัญหาที่มิได้ว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้นศาลฎีกา ไม่รับวินิจฉัย จำเลยที่ 2 ฎีกามีใจความทำนองเดียวกับอุทธรณ์ มิได้โต้แย้งหรือคัดค้านว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องด้วยประการใดจึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า แม้จำเลยที่ 1 จะประมาท แต่ ผู้ขับรถยนต์โดยสารก็มีส่วนร่วมประมาทด้วย การกำหนดค่าเสียหายก็ควรให้ผู้ร่วมทำละเมิดร่วมรับผิดชอบด้วยนั้นปัญหานี้จำเลยที่ 3 มิได้ให้การต่อสู้ไว้จึงเป็นปัญหาที่มิได้ว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้นศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าของโรงงานน้ำปลาไทยรุ่งโรจน์และมีชื่อเป็นเจ้าของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ร.บ. ๐๔๘๒๘ แต่ทำนิติกรรมลวงบุคคลภายนอกว่า จำเลยที่ ๒ ได้เช่าซื้อรถยนต์คันดังกล่าวจากจำเลยที่ ๓ ความจริงจำเลยที่ ๓ ยังใช้รถยนต์ดังกล่าวในกิจการของจำเลยที่ ๓ และให้จำเลยที่ ๒ ครอบครองควบคุมดูแลการขนส่งน้ำปลาของจำเลยที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๑๘ จำเลยที่ ๑ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๓ กระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๓ ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวบรรทุกน้ำปลาไปจังหวัดชัยภูมิโดยจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ควบคุม จำเลยที่ ๑ ขับรถด้วยความประมาทด้วยความเร็วสูงไม่ชะลอความเร็วลง และแซงรถคันอื่นในทางโค้งทั้งเป็นที่คันอันเป็นเหตุให้ชนกับรถยนต์โดยสารคันหมายเลขทะเบียน

อ.บ. ๐๒๕๕๕ ซึ่งสวนทางมาทำให้ผู้โดยสารและคนขับรถยนต์โดยสารถึงแก่ความตาย ๓ คน โจทก์ได้รับอันตรายแก่กาย โดยกระดูกแขนซ้ายหักมีอาการเจ็บ เส้นประสาทระดับเหนือข้อศอกขึ้นไปและกล้ามเนื้อแขนเป็นอัมพาต แขนและมือซ้ายใช้การไม่ได้โจทก์ต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเป็นเงิน ๒๙,๑๙๕ บาท โจทก์กลายเป็นคนพิการตลอดชีวิตขอคิดค่าเสียหาย ๔๐,๐๐๐ บาท โจทก์มีอาชีพเป็นพนักงานบัญชีและเลขานุการทั่วไปของบริษัทตั้งเจริญกิจ ก่อสร้างจำกัด ขาดรายได้เป็นเงิน ๓๖,๐๐๐ บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันละเมิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๗,๘๘๙.๖๒ บาท รวมค่าเสียหายถึงวันฟ้อง ๑๑๓,๐๘๔.๖๒ บาทขอให้ศาลพิพากษาและบังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๑๑๓,๐๘๔.๖๒ บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยที่ ๑ โจทก์ขอถอนฟ้อง ศาลอนุญาต จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยที่ ๓ แต่เป็นลูกจ้างขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ร.บ. ๐๔๘๒๘ ของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ ไม่ใช่เจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าว โดยจำเลยที่ ๓ ขายให้จำเลยที่ ๒โดยผ่อนชำระเป็นรายเดือน ขณะเกิดเหตุน้ำปลาที่บรรทุกอยู่เป็นของจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๒ ซื้อจากจำเลยที่ ๓ และนำไปจำหน่าย โจทก์จะโดยสารและได้รับบาดเจ็บหรือไม่จำเลยที่ ๓ ไม่ทราบและไม่รับรองจำเลยที่ ๑ ไม่ได้ประมาทเหตุเกิดเพราะความประมาทของนายสีคนขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน อ.บ. ๐๒๕๕๕ โดยขับรถด้วยความเร็วสูงในทางโค้งเป็นเหตุให้เสียหลักล้ำเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนเข้าไปในเส้นทางของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน

ร.บ. ๐๔๘๒๘ ซึ่งแล่นมาพอดีจึงชนกับโจทก์บาดเจ็บเล็กน้อย ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท และรักษาพยาบาลไม่เกิน๑๕ วัน ค่าเสียหายระหว่างรักษาพยาบาลไม่เกินวันละ ๕๐ บาท เป็นเงินไม่เกิน ๗๕๐ บาท กับต่อสู้ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๕๕,๘๙๕ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันละเมิดถึงวันฟ้อง ๔,๑๙๒.๑๒ บาท รวม ๖๐,๐๘๗.๑๒ บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๖๐,๑๘๗.๑๒ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๕๕,๘๙๕ บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๓ และค่าเสียหายที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้เป็นเงิน ๕๕,๘๙๕ บาทเหมาะสมแล้ว แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่าที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่า จำเลยที่ ๓ ได้ให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ที่กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ ๑ กระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบว่าจำเลยที่ ๑ กระทำอย่างไรเป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย แต่โจทก์ไม่นำสืบให้ชัดแจ้งเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า แม้จำเลยที่ ๓ จะให้การต่อสู้ไว้ดังกล่าวก็จริงแต่เมื่อศาลชั้นต้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดปัญหาข้อนี้เป็นประเด็นข้อพิพาทและจำเลยที่ ๓ ก็มิได้โต้แย้งคัดค้านไว้ ถือว่าจำเลยที่ ๓ ได้สละประเด็นข้อพิพาทนี้แล้ว เป็นปัญหาที่มิได้ว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้นศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยและที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาปัญหาเรื่องโจทก์ไม่ได้นำสืบถึงความประมาทของจำเลยที่ ๑ ให้ได้ความชัดแจ้งมาด้วย แต่จำเลยที่ ๒ ก็ฎีกามีใจความทำนองเดียวกับอุทธรณ์ฎีกาของจำเลยที่ ๒ มิได้โต้แย้งหรือคัดค้านว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องด้วยประการใด จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย ที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่า แม้จำเลยที่ ๑ จะประมาท แต่ผู้ขับรถยนต์โดยสารก็มีส่วนร่วมประมาทด้วย การกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ก็ควรให้ผู้ร่วมทำละเมิดร่วมรับผิดชอบด้วย ควรให้โจทก์ได้รับค่าเสียหายเพียงครึ่งเดียวปัญหานี้จำเลยที่ ๓ มิได้ให้การต่อสู้ไว้จึงเป็นปัญหาที่มิได้ว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บรรเทอง ภู่กฤษณา · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสระบุรี - นายศล ศิวะบวร
ศาลอุทธรณ์ - นายพิชิต พรหมพิทักษ์กุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2423/2551

ประเด็นข้อพิพาทมีว่า จำเลยมีสิทธิระงับการเบิกถอนเงินของโจทก์จากบัญชีพิพาทหรือไม่ ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยว่า ผู้ฝากเงินกับธนาคารมีนิติสัมพันธ์กันตามลักษณะฝากทรัพย์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 665 บัญชีพิพาทถือมิได้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 951/2546

แม้โจทก์จะเป็นผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงและภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจะตกแก่โจทก์ แต่เมื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ไม่ได้ให้การปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างโดยชัดแจ้งรวมทั้งเหตุแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5021/2540

ฎีกาจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ที่ไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นเพิ่มและให้คู่ความสืบพยานในประเด็นที่กำหนดใหม่จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 1 แห่ง ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3821/2538

การมอบอำนาจให้ก.ฟ้องคดีของโจทก์นั้นเมื่อโจทก์แต่ฝ่ายเดียวได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้มอบอำนาจให้กระทำกิจการติดตามทวงถามหนี้สินตลอดจนดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสามแทนโจทก์แล้วแม้ก.ไม่ได้ลงชื่อเป็นผู้รับมอบอำนาจด้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5522/2537

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขายที่ดินให้โจทก์โดยตกลงกันเอง โจทก์มอบเงินให้จำเลยและจำเลยมอบที่ดินให้โจทก์ครอบครอง จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ขายที่ดินให้โจทก์และโจทก์มิได้ครอบครองเพื่อตนเองคำให้การของจำเลยจึงมีเพี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้