Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1661/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์อ้างว่าจำเลยเสียสัญชาติไทยโดยการสมรสกับคนต่างด้าว ดังนี้ปัญหาที่ว่าจำเลยยังเป็นคนไทยหรือต่างด้าวนั้นต้องพิจารณาตาม พ.ร.บ.สัญชาติซึ่งใช้อยู่ขณะจำเลยทำการสมรส กล่าวคือ พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2456 ม.4เมื่อโจทก์ไม่ได้สืบตาม พ.ร.บ.นี้ให้ปรากฎว่า ก.ม.แห่งสัญชาติสามีบัญญัติให้หญิงไทยถือเอาสัญชาติของสามีได้ ดังนี้ถือว่าจำเลยสละสัญชาติไทยแล้วไม่ได้ พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ. 2479 ม.7 ซึ่งบัญญัติว่า "หญิงซึ่งมีสัญชาติไทย ถ้าต้องสละสัญชาติไทยเพราะสมรสกับคนต่างด้าวให้ไปขอรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว" นั้นหาได้หมายความว่าหญิงไทยที่สมรสกับคนต่างด้าวและไปขอรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวแล้วถือว่าสละสัญชาติไทยไม่ เมื่อถือว่าจำเลยไม่ได้สละสัญชาติไทยคือยังเป็นคนไทยอยู่ก็ไม่จำต้องให้จำเลยร้องฟ้องขอให้ได้มาซึ่งสัญชาติหรือฟ้งอร้องผู้โต้แย้งตนว่าไม่ใช่คนไทย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ.2479 มาตรา 7 พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2495 มาตรา 3 พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2456 มาตรา 4 พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ.2479 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้เคยได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวแล้วแต่เมื่อ ๒๕ พ.ค.๘๕ จำเลยขาดจากสัญชาติไทยตาม พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๔๙๖ จำเลยเป็นคนต่างด้าวมีใบสำคัญประจำตัวที่ใช้ไม่ได้มีอายุถึง ๘ ก.ค. ๘๘ ซึ่งหมดอายุแล้ว จำเลยมิได้ต่อตลอดมาจนถึงบัดนี้ ใบสำคัญต่างด้าวของจำเลยใช้ไม่ได้ตาม พ.ร.บ. การทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ.๒๔๗๙ ต่อมาได้มี พ.ร.บ.ต่างด้าว พ.ศ.๒๔๙๓ จำเลยมิได้จัดการอย่างไรตาม ก.ม.จำเลยจึงเป็นคนต่างด้าวไม่มีใบสำคัญประจำตัวตาม พ.ร.บ.ต่างด้าว พ.ศ.๒๔๙๓ จำเลยบังอาจไม่มีใบสำคัญประจำคนต่างด้าวนับแต่ พ.ศ.๒๔๙๓ ถึง ๒๔๙๗ โดยมิได้รับยกเว้นตาม ก.ม.ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ต่างด้าว พ.ศ. ๒๔๙๓ ม.๕,๒๐ พ.ร.บ.ต่างด้าว(ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๔๙๕ ม.๔ จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยเป็นคนไทยโดยกำเนิดไม่เคยโอนเป็นคนต่างด้าวตาม ก.ม.เพราะที่ไปรับใบสำคัญต่างด้าวเพราะจำเลยมีสามีต่างด้าวการที่จำเลยรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตามสามีไม่ทำให้จำเลยกลับกลายเป็นคนต่างด้าว หากจะฟังว่าการที่จำเลยมีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แล้วคดีโจทก์ก็ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาที่ว่าจำเลยเป็นคนสัญชาติไทยหรือว่าเป็นคนต่างด้าวจำต้องพิจารณาตาม พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. ๒๔๕๖ ม.๔ซึ่งใช้อยู่ในขณะจำเลยสมรสดังที่ศาลชั้นต้นได้ยกขึ้นกล่าวมาเมื่อโจทก์ไม่ได้สืบให้ปรากฎว่า ก.ม.แห่งชาติสามีบัญญัติให้หญิงไทยถือเอาสัญชาติของสามีได้ จึงถือว่าจำเลยสละสัญชาติไทยไม่ได้ และตาม พ.ร.บ. พ.ศ.๒๔๙๕ ม.๑๓ นอกจากจะบัญญัติทำนองเดียวกันแล้ว ยังบัญญัติเพิ่มเติมอีกว่า "และหญิงนั้นได้แสดงเจตนาจำนงโดยชัดแจ้งสละสัญชาติไทยต่อนายทะเบียนสมรส" ด้วย ฉนั้นการที่จำเลยไปขอรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตาม ก.ม.ว่าด้วยคนต่างด้าวนั้นหาทำให้จำเลยขาดจากสัญชาติไทยเพราะเป็นคนต่างด้าวไม่ ตาม พ.ร.บ.ต่างด้าวที่โจทก์อ้างมาในฎีกานั้น

หมายความแต่เพียงว่าหญิงไทยซึ่งถือต้องสละสัญชาติไทยตาม ก.ม.สัญชาติเพราะสมรสกับคนต่างด้าวให้ไปขอรับใบสำคัญประจำตัว ฯ หาได้หมายความว่าหญิงไทยที่สมรสกับคนต่างด้าวและไปขอรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวแล้วถือว่าสละสัญชาติไทยดังโจทก์ฎีกาไม่ เมื่อถือว่าจำเลยไม่ได้สละสัญชาติไทย จำเลยยังเป็นคนไทยอยู่ก็ไม่จำเป็นจะต้องให้จำเลยร้องฟ้องขอให้ได้มาซึ่งสัญชาติหรือฟ้องร้องผู้โต้แย้งตนว่าไม่ใช่คนไทยดังโจทก์ฎีกา และที่โจทก์ฎีกาเกี่ยวกับข้อที่ว่ากรณีนี้จำเลยรับชั้นสอบสวนว่าบิดาจำเลยเป็นคนต่างด้าวนั้นก็เป็นเรื่องฟังข้อเท็จจริง ไม่ใช่เรื่องลืมแก้เอกสาร ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพิจิตร - นายถนอม ครูไพ
ศาลศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิธรรมเนติกร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้