Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืน อยู่ในแนวเขตที่ พ.ร.ฎ. กำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษกตอนแขวงวัดท่าพระ-แขวงสามเสนนอก พ.ศ. 2524 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบการดำเนินการก่อสร้างให้แก่กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 1และตาม พ.ร.ฎ. กำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษก ตอนแขวงวัดท่าพระ-แขวงสามเสนนอก พ.ศ. 2524มาตรา 4 กำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 2เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ข้อ 64(2) และมีหน้าที่จ่ายค่าทดแทน ตามข้อ 67 และข้อ 74 ถึง 77 ดังนั้นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 และในฐานะเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ย่อมมีสิทธิมอบอำนาจให้ ก. ดำเนินการสำรวจออกแบบและก่อสร้างทางหลวงเพื่ออนุวัตตามมติคณะรัฐมนตรีได้ เมื่อโจทก์เห็นว่าจำเลยที่ 1 กำหนดเงินค่าทดแทนไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มจากจำเลยที่ 1 ได้ และถือว่าจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์โต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ด้วย กรณีฟ้องเรียกเอาค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ไม่ใช่คดีฟ้องบังคับตามสัญญาซื้อขายจึงไม่อยู่ในบังคับที่ไม่ให้สืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงแก้ไขจำนวนเงินในสัญญาซื้อขาย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 94 ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 มาตรา - ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 มาตรา 64 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 มาตรา 67

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 44519 และ 44520ตำบลช่องนนทรี อำเภอยานนาวา (พระโขนง) กรุงเทพมหานคร เนื้อที่43 และ 40 ตารางวา ตามลำดับ พร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดิน โดยซื้อมาเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2523 เป็นเงิน 830,000 บาท ต่อมาวันที่ 19ธันวาคม 2524 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาล สายรัชดาภิเษก ตอนแขวงวัดท่าพระ - แขวงสามเสนนอกพ.ศ. 2524 ประกาศใช้บังคับ ซึ่งกำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือจำเลยที่ 2 โดยตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการ ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ที่ดินของโจทก์อยู่ในเขตทางหลวงเทศบาลที่ว่านี้และในวันที่ 15 มีนาคม 2528 จำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 มอบให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 กำหนดค่าทดแทนที่ดินให้โจทก์ทั้งสองแปลงตารางวาละ 1,800 บาท

รวมเป็นเงิน 149,400 บาท สิ่งปลูกสร้าง35,620 บาท และพืชผล 2,196 บาท โดยได้แจ้งให้โจทก์ไปรับเงินค่าทดแทนแต่โจทก์ไม่เห็นด้วย จึงไม่ยอมรับ และในวันที่ 9 กรกฎาคม2528 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 4 ในฐานะผู้ว่าการของจำเลยที่ 3 นำเงินค่าทดแทนตามจำนวนที่ว่านั้นไปวางไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์ ซึ่งโจทก์ได้รับเงินจำนวนนี้แล้ว เป็นค่าทดแทนบางส่วน โจทก์เห็นว่าโจทก์มีสิทธิจะได้รับค่าทดแทนเท่าราคาซื้อจำนวน 830,000 บาท ค่าถมดินและปรับพื้นที่ 36,520 บาทค่าทดแทนพืชผล 2,196 บาท แต่โจทก์ได้รับไปแล้วบางส่วน คงเหลือค่าทดแทนที่โจทก์จะได้รับจากจำเลยทั้งสี่จำนวน 684,155.72 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2524 จนถึงวันฟ้องจำนวน 222,208.07 บาท

รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 906,363.79 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ชำระเงินจำนวน 906,363.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ไม่มีหน้าที่และไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาล สายรัชดาภิเษก ตอนแขวงวัดท่าพระ -แขวงสามเสนนอก พ.ศ. 2524 จำเลยที่ 4 เพียงแต่ได้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 2 ให้ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกา โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ทั้งสองแปลง คณะกรรมการปรองดองได้พิจารณากำหนดให้ตามบัญชีกำหนดจำนวนราคาที่ดินตามราคาตลอดเพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม

ประกอบด้วยราคาตามพระราชกำหนดเปลี่ยนแปลงราคาปานกลางที่ดินที่กำหนดไว้สำหรับประเมินภาษีบำรุงท้องที่ โดยราคาใดสูงกว่าก็ให้ใช้ราคานั้นในวันที่พระราชกฤษฎีกาฯ ใช้บังคับนับเป็นค่าทดแทนที่เหมาะสมและยุติธรรมแล้ว ทั้งโจทก์ไม่เคยแสดงหลักฐานการซื้อที่ดินดังกล่าวต่อคณะกรรมการปรองดองตอนประชุมพิจารณาค่าทดแทน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนเงิน 390,100 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2524 จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 3 และที่ 4โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าทดแทนเพิ่มแก่โจทก์จำนวน 680,600 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 เสียด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ในประเด็นที่ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 หรือไม่นั้น จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 เพราะพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงเทศบาล สายรัชดาภิเษก ในท้องที่แขวงวัดท่าพระเขตบางกอกใหญ่ แขวงตลาดพลู แขวงบุคคโล เขตธนบุรี แขวงคลองเตยเขตพระโขนง แขวงสามเสนใน เขตพญาไท แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวางแขวงลาดยาว เขตบางเขน แขวงบางซื่อ เขตดุสิต กรุงเทพมหานครพ.ศ. 2526 ไม่ได้เวนคืนที่ดินของโจทก์ จำเลยที่ 1 จึงไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเวนคืนที่ดินของโจทก์ นอกจากนี้ได้มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงพิเศษสายดาวคะนอง - ท่าเรือ ในท้องที่เขตบางขุนเทียน

เขตราษฎร์บูรณะและเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2530 บัญญัติให้จำเลยที่ 4เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามพระราชบัญญัตินี้ และให้เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร อันเป็นท้องที่ที่ดินของโจทก์ตั้งรวมอยู่ด้วย จำเลยที่ 4 จึงมีอำนาจกระทำได้ในลักษณะเป็นตัวการเองไม่ต้องอาศัยการมอบอำนาจจากจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 จำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้ร่วมกันกระทำตามอำนาจหน้าที่ของตน จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดในผลการกระทำของจำเลยที่ 3 และที่ 4

ศาลฎีกาเห็นว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบการดำเนินการก่อสร้างทางหลวงเทศบาล สายรัชดาภิเษก ให้แก่จำเลยที่ 1 และพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษกตอนแขวงวัดท่าพระ - แขวงสามเสนนอก พ.ศ. 2524 มาตรา 4 กำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวอีกด้วย ดังนั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 และในฐานะเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ย่อมมีสิทธิมอบอำนาจให้ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทยดำเนินการสำรวจออกแบบและก่อสร้างทางหลวงสายดังกล่าวเพื่ออนุวัตตามมติคณะรัฐมนตรีตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมายล.3 ได้ จึงถือได้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ในการดำเนินการดังกล่าว

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าในการก่อสร้างทางหลวงสายดังกล่าว การทางพิเศษแห่งประเทศไทยได้ทำการสร้างถนนผ่านที่ดินของโจทก์จำนวน 83 ตารางวา โดยที่ดินของโจทก์อยู่ในแนวเขตที่จะถูกเวนคืน ปรากฏตามสำเนาสรุปรายการประเมินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเขตทางและสำเนาแผนที่สังเขปเอกสารหมาย ล.9 และ ล.10 ดังนั้นแม้ว่าตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงเทศบาล สายรัชดาภิเษก ในท้องที่แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ แขวงตลาดพลู แขวงบุคคโล เขตธนบุรีแขวงคลองเตย เขตพระโขนง แขวงสามเสนใน เขตพญาไท แขวงห้วยขวางเขตห้วยขวาง แขวงลาดยาว เขตบางเขนและแขวงบางซื่อ เขตดุสิตกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2526 จะไม่ได้กำหนดท้องที่ แขวงช่องนนทรีเขตยานนาวา

ไว้ก็ตาม แต่ก็ปรากฏว่าที่ดินของโจทก์ถูกสร้างเป็นทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษก ช่องถนนนางลิ้นจี่ถึงถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วมิใช่ถูกสร้างเป็นทางด่วนพิเศษสายดาวคะนอง - ท่าเรือที่ดินของโจทก์จึงมิได้ถูกเวนคืนโดยพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางพิเศษสายดาวคะนอง - ท่าเรือ ในท้องที่เขตบางขุนเทียน เขตราษฎร์บูรณะและเขตยานนาวา กรุงเทพมหานครพ.ศ. 2530 เมื่อโจทก์เห็นว่าเงินค่าทดแทนที่จำเลยที่ 1 กำหนดยังไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมตามส่วนที่ควรจะได้รับ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินในส่วนนี้เพิ่มจากจำเลยที่ 1 ได้ตามข้อ 67 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 เรื่องทางหลวง ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะเกิดข้อพิพาท

ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้นส่วนโจทก์ฎีกาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ด้วย เห็นว่า เมื่อพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษกตอนแขวงวัดท่าพระ - แขวงสามเสนนอก พ.ศ. 2524 เอกสารหมาย ล.12กำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาก็มีผลทำให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2515 ข้อ 64 (2) และมีหน้าที่จ่ายค่าทดแทนตามข้อ 67 และข้อ 74 ถึงข้อ 77 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะเกิดข้อพิพาทในการจ่ายค่าทดแทน หากจำเลยที่ 4 ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์กำหนดค่าทดแทนไม่ถูกต้องก็ต้องถือว่าเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์โต้แย้งสิทธิของโจทก์

โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นส่วนประเด็นที่ว่า ค่าทดแทนที่ดินที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้ตลอดจนวันเริ่มต้นให้ชำระดอกเบี้ยชอบแล้ว หรือไม่นั้น เห็นว่า โจทก์นำสืบได้ความชัดว่าบริษัทเจ้าพระยานิเวศน์ จำกัด กับบริษัททองคำก่อสร้าง จำกัด ร่วมกันจัดสรรที่ดินขายชื่อหมู่บ้านลิ้นจี่ โจทก์ซื้อที่ดินทั้งสองโฉนดจากบริษัทเจ้าพระยานิเวศน์ จำกัด โดยภรรยาโจทก์ทำสัญญาจองกับบริษัททองคำ จำกัด เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2523ในราคาตารางวาละ 10,000 บาท ชำระในวันจอง 80,000 บาท ตามหนังสือจองใบเสร็จชั่วคราวเอกสารหมาย

จ.1 เหลืออีก 750,000 บาทจ่ายเป็นเช็คตามภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.2 และ จ.3 แล้วผู้ขายได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2523ในราคา 530,000 บาท ตามเอกสารหมาย จ.4 เพื่อให้เสียค่าธรรมเนียมโอนน้อยลง โดยโจทก์มีตัวโจทก์ นางวิไลรัตน์ ตุลาภรณ์ ภรรยาโจทก์และนายวิวัฒน์ กนกวัฒนาวรรณซึ่งเคยทำงานอยู่ที่บริษัทเจ้าพระยานิเวศน์ จำกัด มาเบิกความยืนยันประกอบเอกสารดังกล่าว คดีนี้เป็นคดีที่ฟ้องเรียกเอาค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนซึ่งไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ไม่ใช่คดีฟ้องบังคับตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.4 จึงไม่อยู่ในบังคับที่ไม่ให้สืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงแก้ไขจำนวนเงินในสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย

จ.4 เพราะเป็นการนำสืบถึงราคาซื้อขายที่แท้จริงให้ประจักษ์เพื่อเป็นหลักในการกำหนดราคาทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืน นอกจากนั้นโจทก์ยังมีนายเสถียรสหชัยเสรี ผู้ซื้อที่ดินในหมู่บ้านเดียวกับที่ดินพิพาทเบิกความว่าพยานได้ซื้อที่ดินตารางวาละ 10,000 บาท แต่จดทะเบียนซื้อขายราคาเพียง 6,500 บาท เพื่อผู้ขายจะได้เสียค่าธรรมเนียมการโอนน้อยลง ซึ่งเป็นเช่นเดียวกับกรณีของโจทก์สนับสนุนให้เห็นได้ว่าที่ดินพิพาทมีราคาธรรมดาที่ซื้อขายกันในท้องตลาดในวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษกตอนแขวงวัดท่าพระ แขวงสามเสนนอก พ.ศ. 2524 มีผลใช้บังคับตารางวาละ 10,000 บาท จำเลยที่ 1 ที่ 2 มิได้นำสืบหักล้างเป็นอย่างอื่น

จำเลยที่ 1 ที่ 2 กำหนดราคาให้ตารางวาละ 1,800 บาทรวมเป็นเงิน 149,400 บาท ตามราคาประเมินในเอกสารหมาย ล.6ซึ่งคณะกรรมการปรองดองกำหนดนั้น ต่ำเกินไป ซึ่งนายเอก บุญเกิดพยานจำเลยเองก็เบิกความตอบคำถามค้านของทนายโจทก์ว่า ราคาประเมินในเอกสารหมาย ล.6 คณะกรรมการกำหนดโดยไม่ได้คำนึงถึงสภาพที่ดินที่เป็นจริงว่าจะเป็นอยู่อย่างไร การกำหนดราคาประเมินของคณะกรรมการปรองดองจึงไม่เป็นธรรม ไม่สอดคล้องกับสภาพและราคาที่ดินของโจทก์ทั้งสองโฉนดซึ่งโจทก์เพิ่งซื้อมาก่อนจะถูกเวนคืนไม่นานและไม่ต้องด้วยประกาศของคณะปฏิบัติฉบับที่ 295 ข้อ 76 (2) พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานจำเลยที่ศาลอุทธรณ์กำหนดราคาค่าทดแทนให้ตารางวาละ 10,000 บาท

นั้น ชอบแล้วเพิ่มแก่โจทก์จำนวน680,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 20ธันวาคม 2524 ซึ่งเป็นวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษกตอนแขวงวัดท่าพระ แขวงสามเสนนอกพ.ศ. 2524 ประกาศใช้บังคับตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295ข้อ 67 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้ใช้ดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่9 กรกฎาคม 2528 ซึ่งเป็นวันวางเงินจำนวน 188,116 บาท ไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์กลางนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย ฎีกาโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะดอกเบี้ยให้จำเลยที่ 1 ชำระตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2524 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระให้แก่โจทก์เสร็จและให้จำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวลิต พรายภู่ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2551

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วมแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมถูกโต้แย้งสิทธิในชั้นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2549

แม้โจทก์ไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเอกสารรายงานการเก็บเงินจากต่างจังหวัดเป็นพยาน แต่โจทก์นำเอกสารดังกล่าวเข้าสืบประกอบคำเบิกความของพยานโจทก์ และศาลแรงงานกลางยอมให้โจทก์นำสืบเอกสารดังกล่าวและรับไว้เป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6848/2540

โจทก์ที่ 2 ไม่ได้เป็นคู่สัญญาใด ๆ กับจำเลย จึงไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน และแม้ว่าจะเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ที่ 1 แต่เมื่อไม่ปรากฏชื่อของโจทก์ที่ 2 ในกิจการค้าขาย ดังนี้โจทก์ที่ 2 ถือเอาสิทธิใด ๆ แก่บุคคลภาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6369/2540

โจทก์และจำเลยตกลงทำสัญญาจ้างเหมาทำและติดตั้งเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งภายใน โดยกำหนดให้จำเลยทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 7 ตุลาคม2532 หากจำเลยไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวหรือภายในกำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4577/2539

การกำหนดค่าทดแทนสำหรับที่ดินของโจทก์ยังไม่เสร็จสิ้นในขณะที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ในส่วนที่ 3การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างหรือขยายทางหลวงถูกยกเลิกแล้ว และพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้