Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1654/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีเดิมโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์ ศาลพิพากษาขับไล่ โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเช่าที่จำเลยเก็บรักษาไว้และยังค้างอยู่ในคดีเดิมเป็นคดีใหม่ขึ้นเช่นนี้ไม่เป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามผู้ที่อุทิศที่ดินให้แก่ผู้อื่น (นิติบุคคล) ไปแล้วและ เข้าร่วมกับนิติบุคคลเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยเช่นนี้ไม่ทำให้เป็นฟ้องเคลือบคลุม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้นายอุสมาน กะรี่มี ผู้รับมอบอำนาจจากนางบิด้าและนายเหมนายอุสมาน เป็นอิหม่ามดูแลรักษาผลประโยชน์ของมัสยิด สุเหร่าวัดคิด ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลฟ้องจำเลยว่า จำเลยเป็นผู้ดูแลรักษาผลประโยชน์ของสุเหร่าวัดคิด และโจทก์จัดให้มีผู้เช่าห้องแถว 4 ห้อง จำเลยเก็บค่าเช่าที่ยังค้างไม่มอบให้โจทก์อีกขอให้ศาลบังคับจำเลยคืนค่าเช่าพร้อมทั้งดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 16,598 บาท 75 สตางค์ และค่าเสียหายอีก 1,500 บาทจำเลยต่อสู้รวมใจความว่า1. ทรัพย์รายพิพาทไม่ใช่ของโจทก์ ๆ ไม่เสียหาย จำเลยไม่ได้เป็นผู้จัดการดูแลของสุเหร่าวัดคิด ๆ ไม่เป็นนิติบุคคล ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม2.

โจทก์ฟ้องซ้ำ3. ค่าเสียหายที่ฟ้องเรียกมาเกินควรศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าข้อตัดฟ้องของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้นและฟังว่าห้องแถวหมายเลข 1 ถึง 4 เป็นของโจทก์จำเลยยังไม่ส่งค่าเช่าและเห็นว่าจำเลยยังค้างส่งค่าเช่าอีกเพียง 16,037.86 บาท ส่วนค่าเสียหายโจทก์สืบไม่สมพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 16,037.86 บาทกับดอกเบี้ย ฯลฯ คำขออื่นให้ยก และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาในข้อกฎหมาย 2 ข้อ คือ 1. โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยและฟ้องเคลือบคลุม 2.

โจทก์ฟ้องคดีซ้ำและว่าค่าเช่าโจทก์จะเรียกย้อนหลังมาแต่วันที่ 1 มกราคม 2489 มิได้ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้ได้ความว่าเดิมนางบิด้าโจทก์กับนางอะยาดอุทิศที่ดินให้เป็นของสุเหร่าวัดคิดแต่มิได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจำเลยเป็นผู้ดูแลเก็บค่าเช่าห้องแถวตั้งแต่ พ.ศ. 2472 ต่อมาพ.ศ. 2488 นางบิด้า นางอะยาดและสุเหร่าวัดคิดฟ้องขับไล่จำเลย ๆต่อสู้กรรมสิทธิ์ศาลฎีกาพิพากษาขับไล่ ต่อมาวันที่ 28 เมษายน 2495 สุเหร่าวัดคิดจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ขึ้นเรียกค่าเช่าที่จำเลยเก็บตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2489 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 18,900 บาทเห็นว่าสุเหร่าวัดคิดจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลโดยชอบแล้วย่อมมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ และฟ้องก็ได้บรรยายความไว้ชัดเจนไม่ทำให้จำเลยเข้าใจผิดอย่างใด

การที่นางบิด้าและนายเหมเข้าร่วมเป็นโจทก์ฟ้องด้วยก็ไม่ทำให้เป็นฟ้องเคลือบคลุมเพราะคนทั้งสองนี้ ฟ้องในฐานะที่ได้อุทิศที่ดินแก่สุเหร่าแล้วคดีโจทก์ไม่เป็นการฟ้องซ้ำเพราะเรื่องก่อนเป็นเรื่องฟ้องขับไล่เรื่องนี้เป็นเรื่องเรียกค่าเช่า เป็นคดีคนละประเด็นอนึ่งสุเหร่าวัดคิดเพิ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 28เมษายน 2495 ไม่ปรากฏว่าได้รับสิทธิหรือหน้าที่ซึ่งได้เกิดมีขึ้นเมื่อก่อนหน้าจดทะเบียนแค่ไหน ฉะนั้นสุเหร่าวัดคิดคงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเช่าได้แต่วันจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเท่านั้นปรากฏว่าได้อุทิศที่ไปแล้วไม่มีสิทธิเรียกค่าเช่าได้พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้เงินค่าเช่าแก่สุเหร่าวัดคิดแต่วันที่ 28 เมษายน 2495 ถึงวันฟ้อง เดือนละ 210 บาท คำนวณได้ 14 เดือนเป็นเงิน 2,940 บาท กับดอกเบี้ย ฯลฯ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ดุลยกรณ์พิทารณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 945/2515

ลักษณะสำคัญของภารจำยอม คือ ต้องมีอสังหาริมทรัพย์อย่างน้อยสองอสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์หนึ่งต้องตกอยู่ในภาระรับกรรมบางอย่างหรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างเพื่อประโยชน์แก่อีกอสังหาริมทรัพย์หนึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6576/2545

คำฟ้องในส่วนเกี่ยวกับความเสียหายบรรยายว่าจำเลยทั้งสองระเบิดและย่อยหินนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจำนวนสองครั้ง แต่ละครั้งคิดเป็นพื้นที่เท่าใดและปริมาตรเท่าใด รวมทั้งปริมาตรหินที่จำเลยทั้งสองเอาไปเป็นจำนว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7344/2545

การออกโฉนดที่ดินเป็นงานที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมที่ดิน เมื่อโจทก์เห็นว่าการออกโฉนดที่ดิน คลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องกรมที่ดินได้ แม้ป.ที่ดิน มาตรา 61 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2541

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2ต่างเป็นทายาทของ อ.เจ้ามรดกก่อนอ.ถึงแก่กรรมได้เช่าที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 3 แล้วมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์ ปลูกบ้านอยู่อาศัยและทำประโยชน์โดยโจทก์ทำสวนผลไม้ตลอด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 499/2541

คดีก่อนศาลชั้นต้นได้พิพากษาโดยวินิจฉัยว่า ขณะที่โจทก์ฟ้องสัญญาเช่าตึกแถวและที่ดินพิพาทยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาเช่า จำเลยยังมีสิทธิอยู่อาศัยในอาคารและที่ดินพิพาทตามสัญญาเช่า กรณีจึงเป็นเรื่องที่ยังมิได้มี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้