Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1651/2500

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยรับว่าเช่าที่จากโจทก์ถือได้ว่าโจทก์เป็นคู่สัญญากับจำเลย โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่เช่าโดยไม่จำเป็นต้องเรียกคนอื่นที่ร่วมเช่าที่กับโจทก์มาเข้าชื่อฟ้องด้วย จำเลยปลูกห้องแถว 5 ห้อง 2 ชั้น กั้นอยู่เฉพาะชั้นบน ติดป้ายว่าเป็นบริษัทรับก่อสร้าง อยู่ในที่ทำเลการค้าถือว่าห้องนั้นไม่ใช่เคหะ ผู้แทนโจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยแล้ว แม้จำเลยจะอยู่ต่อมาและโจทก์ก็ยังเก็บค่าเช่า ถือว่าโจทก์ผ่อนผันให้จำเลย มิใช่เจตนาต่อสัญญาเช่ากับจำเลย โจทก์เบิกความยืนยันว่าโจทก์ได้ค่าเช่าจากจำเลยเดือนละ 56 บาท จำเลยไม่สืบคัดค้าน ศาลย่อมให้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามอัตรานี้ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 194 ป.พ.พ. มาตรา 386 ป.พ.พ. มาตรา 420 ป.พ.พ. มาตรา 438 ป.พ.พ. มาตรา 537 ป.พ.พ. มาตรา 566 ป.พ.พ. มาตรา 570 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 มาตรา 5 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2490 มาตรา 3 ป.วิ.พ. มาตรา 55

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องมีใจความว่าโจทก์ได้เช่าที่มาจากสำนักงานทรัพย์สินฯ ต่อเนื่องกันมาหลายสิบปี แล้วมาแบ่งให้จำเลยเช่า ๕๖ ตารางวา โดยไม่ได้ทำหนังสือและไม่มีกำหนดระยะเช่า วัตถุของการเช่าก็คือจำเลยจะปลูกอาคารและประกอบการค้า และจำเลยได้สร้างอาคารและทำการอุตสาหกรรมใช้ยี่ห้อว่า "มาหล่ำกี่" สถานที่เช่าอยู่ในทำเลการค้าอยู่ตอนหน้าซอยมิตรผดุง ถนนเจริญกรุง อำเภอยานนาวา จังหวัดพระนคร เนื่องจากโจทก์มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ที่ ๆ จำเลยเช่า จึงได้บอกเลิกสัญญาเช่าและให้จำเลยออกจากที่ใน ๑ เดือน จำเลยได้รับคำบอกกล่าวและครบกำหนดแล้วก็ไม่ออก โจทก์จึงต้องมาฟ้องจำเลยเพื่อให้ศาลบังคับต่อไป จำเลยต่อสู้คดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีโจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาได้วินิจฉัยฎีกาของจำเลยในข้อกฎหมายไว้ดังนี้ ๑. จำเลยรับว่าเช่าที่จากโจทก์ ถือว่าโจทก์เป็นคู่สัญญากับจำเลย โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยได้ แม้จะมีผู้อื่นเช่าที่จากทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ร่วมกับโจทก์ก็ไม่จำเป็นต้องเอาคนเหล่านั้นมาลงชื่อฟ้องจำเลยด้วย ๒. ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าห้องแถวที่จำเลยสร้างขึ้นในที่เช่าติดป้าย "บริษัทมาหล่ำกี่ก่อสร้าง จำกัด" ซึ่งเป็นบริษัทค้าไม้แปรรูปและรับเหมาก่อสร้าง มีเสมียนของบริษัท ๑ คนทำงานอยู่ในห้องชั้นล่าง และเก็บไม้แบบสำหรับหล่อปูนซิเมนต์ในการก่อสร้าง ด้านหลังติดกับห้องแถวตั้งเป็นโรงงานไสไม้ ห้องนี้ติดกับถนนซอยมิตรผดุง เมื่อไสไม้ได้ก็เอามาเก็บไว้ชั้นล่างเพื่อจัดส่งให้แก่ผู้สั่งทำต่อไป

ลักษณะห้องก็เป็นห้อง ๕ ห้อง ๒ ชั้น กั้นห้องเพียงชั้นบน ชั้นล่างไม่กั้นปล่อยเป็นห้องโถง แสดงว่าเพื่อให้ประโยชน์ยิ่งกว่าอาศัย ทั้งโจทก์นำสืบฟังได้ว่าที่นี้อยู่ในทำเลการค้า ห้องที่ปลูกจึงมิใช่เคหะซึ่งจะได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ๓. ข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายชาญได้บอกเลิกการเช่าแทนโจทก์เมื่อปีเศษมาแล้ว เท่าที่จำเลยนำสืบว่าโจทก์ให้จำเลยอยู่ต่อไปจนกว่าจะสร้างตึกในที่เช่า และโจทก์เก็บค่าเช่าต่อมาอีก ๒ เดือนนั้น ไม่เป็นการแสดงว่าโจทก์ตกลงต่อสัญญาเช่าให้จำเลย หากแต่เป็นการผ่อนผันให้จำเลยอยู่ต่อมาชั่วคราว จึงฟังได้ว่าได้มีการบอกกล่าวแล้ว ๔. ฟังได้ว่าโจทก์ได้ค่าเช่าจากจำเลยเดือนละ ๕๖ บาทโจทก์เองเบิกความยืนยัน จำเลยไม่โต้แย้ง ย่อมฟังเป็นค่าเสียหายที่โจทก์ควรได้รับชดใช้ได้.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครใต้ - นายล้วน นิล -
ศาลอุทธรณ์ - นายโพยม เลขยานนท์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3611/2540

แม้สัญญาต่างตอบแทนชนิดพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาจะมีผลผูกพันคู่สัญญาโดยไม่จำต้องมีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือหรือจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตาม แต่ก็มีผลผูกพันคู่สัญญาตามระยะเวลาที่ตกลงกัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6380/2537

สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยเกี่ยวกับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน อันมีมูลเหตุจากการละเมิดที่จำเลยขับรถยนต์ชนเด็กชาย ส. ผู้เยาว์ เป็นนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ที่แม้ผู้เป็นบิดาโดยช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3019/2528

บ้านและที่ดินพิพาทเป็นของ ส. ซึ่งได้จดทะเบียนให้โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกิน โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินย่อมมีอำนาจจัดการทรัพย์สินคือบ้านและที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1417 การฟ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2511

ที่พิพาทเป็นของโจทก์ แม้จะมีข้อจำกัดกรรมสิทธิ์บางส่วนตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พ.ศ. 2485 โจทก์ก็มีสิทธิให้จำเลยเช่าได้ และโจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ จำเลยทำสัญญาเช่าที่รายพิพาทจากโจทก์ เมื่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2503 (เลขอ้างอิง 85986)

สัญญาที่เจ้าของที่ดินให้ผู้เช่าที่ดินปลูกตึกรายพิพาท แล้วให้ตึกพิพาทตกเป็นของเจ้าของที่ดินแต่ให้ผู้เช่าที่ดินเอาตึกไปให้ผู้อื่นเช่าได้มีกำหนดระยะเวลา 6 ปี สัญญานี้ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้