Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16502/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ให้โจทก์ร่วมกู้ยืมเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายในการเล่นการพนันโดยยึดถือรถกระบะที่โจทก์ร่วมเช่าซื้อมาจากผู้ให้เช่าซื้อเป็นหลักประกันการชำระหนี้ เมื่อจำเลยที่ 1 ยอมให้โจทก์ร่วมนำรถกระบะกลับไปใช้ และโจทก์ร่วมไม่นำรถกระบะกลับมาคืนภายในเวลาที่ตกลงกันไว้ จำเลยที่ 1 ก็ไม่มีอำนาจนำรถกระบะกลับมายึดถือครอบครองโดยโจทก์ร่วมไม่ยินยอม การที่จำเลยที่ 1 เอารถกระบะไปจากโจทก์ร่วม แม้น่าเชื่อว่าหากโจทก์ร่วมชำระหนี้แก่จำเลยที่ 1 ครบถ้วน จำเลยที่ 1 คงจะคืนรถกระบะให้ แต่ก็เห็นได้ว่าถ้าโจทก์ร่วมไม่ชำระหนี้ จำเลยที่ 1 คงไม่คืนรถกระบะให้ การที่จำเลยที่ 1 เอารถกระบะไปดังกล่าวจึงเป็นการตัดกรรมสิทธิ์ในรถกระบะของผู้ให้เช่าซื้อขณะอยู่ในความครอบครองของโจทก์ร่วมตลอดไปแล้ว และเมื่อเป็นการใช้อำนาจบังคับเพื่อให้ตนได้รับชำระหนี้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมต้องถือว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง ดังนี้ การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต อันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ และไม่ว่าโจทก์ร่วมจะผิดสัญญาเช่าซื้อหรือไม่ก็ตาม เมื่อโจทก์ร่วมเป็นผู้ครอบครองรถกระบะคันดังกล่าวในขณะที่กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันเอารถกระบะของผู้ให้เช่าซื้อไปโดยทุจริต โจทก์ร่วมย่อมเป็นผู้เสียหายและเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วมคดีนี้ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 334, 335 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนรถกระบะที่ยังไม่ได้คืนหรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 513,590 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณานายเวช ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก 3 ปี คำเบิกความของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี ให้จำเลยที่ 1 คืนรถกระบะที่ยังไม่ได้คืนหรือใช้ราคาแทนเป็นเงิน 513,590 บาท แก่โจทก์ร่วม ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี คำเบิกความของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่พิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้ว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2553 โจทก์ร่วมกู้ยืมเงินจากจำเลยที่ 1 จำนวน 120,000 บาท โดยโจทก์ร่วมมอบรถกระบะ หมายเลขทะเบียน ถล 2059 กรุงเทพมหานคร ที่โจทก์ร่วมเช่าซื้อจากบริษัทชยภาค จำกัด ให้จำเลยที่ 1 ไว้เป็นหลักประกัน หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน โจทก์ร่วมไปขอรับรถกระบะคันดังกล่าวจากจำเลยที่ 1 เพื่อใช้เดินทางกลับบ้านที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยจะนำรถไปส่งมอบคืนภายใน 10 วัน นับแต่วันรับรถ จำเลยที่ 1 ให้โจทก์ร่วมนำทรัพย์อื่นมาเป็นหลักประกันแทนรถกระบะ โจทก์ร่วมให้นางฐิติรัตน์ นำโฉนดที่ดินของนางฐิติรัตน์ไปมอบให้โจทก์ร่วมเป็นหลักประกันแทน จำเลยที่ 1 ยอมให้โจทก์ร่วมนำรถกระบะคืนไปและยึดถือโฉนดที่ดินไว้ แต่เมื่อครบกำหนด 10 วัน

โจทก์ร่วมไม่นำรถกระบะไปส่งมอบคืนให้จำเลยที่ 1 ต่อมาวันที่ 8 มิถุนายน 2553 เวลาประมาณ 6 นาฬิกา นางฐิติรัตน์พาจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นสามีภริยากันเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปบ้านโจทก์ร่วมที่จังหวัดศรีสะเกษ ขอให้โจทก์ร่วมส่งมอบรถกระบะคืนจำเลยที่ 1 แต่ในขณะที่ยังตกลงกันไม่ได้ จำเลยที่ 1 ขับรถกระบะคันดังกล่าวออกจากบ้านโจทก์ร่วมนำไปเก็บรักษาไว้ที่บ้านของจำเลยที่ 1 ที่กรุงเทพมหานคร และมอบโฉนดที่ดินคืนนางฐิติรัตน์ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายหรือไม่ จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ร่วมเบิกความเองว่า รู้จักจำเลยที่ 1 ขณะที่ไปเล่นพนันในบ่อนไฮโลว์ โจทก์ร่วมเสียพนัน จึงขอยืมเงินจากจำเลยที่ 1 จำนวน 120,000 บาท โดยมอบรถกระบะ

หมายเลขทะเบียน ถล 2059 กรุงเทพมหานคร ที่โจทก์ร่วมเช่าซื้อจากบริษัทชยภาค จำกัด เป็นหลักประกัน เพื่อนำไปใช้จ่ายในการเล่นพนัน อันเป็นการผิดสัญญาเช่าซื้อ โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่อาจเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันเอารถกระบะของบริษัทชยภาค จำกัด ขณะที่อยู่ในความครอบครองของโจทก์ร่วมไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 334, 335 ดังนี้ ไม่ว่าการที่โจทก์ร่วมมอบรถกระบะคันดังกล่าวแก่จำเลยที่ 1 เพื่อเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินนำมาใช้จ่ายในเล่นการพนัน เป็นการผิดสัญญาเช่าซื้อที่โจทก์ร่วมทำกับบริษัทชยภาค จำกัด หรือไม่ก็ตาม เมื่อโจทก์ร่วมเป็นผู้ครอบครองรถกระบะคันดังกล่าวในขณะที่กล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันเอาไปโดยทุจริต โจทก์ร่วมย่อมเป็นผู้เสียหายและเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 6,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี กำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติโดยให้จำเลยที่ 1 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือน ต่อครั้ง ตลอดระยะเวลารอการลงโทษ กับให้จำเลยที่ 1 กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยที่ 1 เห็นสมควรเป็นเวลา 12 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อธิคม อินทุภูติ · ปริญญา ดีผดุง · นิพันธ์ ช่วยสกุล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นางสาวเกษราภรณ์ เสงี่ยม
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นางสาวสมสุข ธีระกาญจน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.1715/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ1957/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ2129/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้