Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดเมื่อระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2512 ถึงวันที่ 8 เมษายน 2513 ผู้เสียหายเบิกความว่า ในเดือนธันวาคม 2512 มีผู้มาชักชวนผู้เสียหายไปทำงานพาผู้เสียหายไปค้าง 2 คืน แล้วจำเลยก็มาชวนผู้เสียหายไปทำงานผู้เสียหายก็ไปกับจำเลยไปถึงบ้านจำเลยวันที่ 23 พฤษภาคม 2512 ต่อจากนั้นจำเลยก็บังคับให้ผู้เสียหายร่วมประเวณีกับชายอื่นผู้เสียหายไม่ยอม จำเลยก็นำผู้เสียหายไปขายให้บุคคลอื่น ดังนี้ เห็นชัดว่าผู้เสียหายเบิกความผิดไป ความจริงผู้เสียหายมาถึงบ้านจำเลยวันที่ 23 ธันวาคม 2512ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวันเกิดเหตุที่ได้ความทางการพิจารณาจึงไม่แตกต่างกับฟ้องเมื่อการกระทำของจำเลยต่อผู้เสียหายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 และ 284. ย่อมถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า เมื่อระหว่างเวลาตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2512 ถึงวันที่ 8 เมษายน 2513 เวลากลางวัน จำเลยเป็นเจ้าของบริการและเป็นผู้จัดการสถานการค้าประเวณี และตามวันเวลาดังกล่าว จำเลยเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหาหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม ล่อไป ชักพาไป เพื่อการอนาจาร ซึ่งนางสาวเล็ก ชมกลิ่นผู้เสียหาย โดยจำเลยใช้กำลังกายตบตีและขู่เข็ญจะทำอันตรายแก่ชีวิต เพื่อให้ผู้เสียหายกระทำการค้าประเวณีกับชายอื่นขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282, 283, 284 พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 มาตรา 4, 9 และขอให้นับโทษจำเลยต่อกับคดีอื่นจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283, 284 ให้ลงโทษเฉพาะกระทงหนักที่สุด แต่โทษสองมาตรานี้เท่ากัน จึงให้ลงโทษตามมาตรา 283 ให้จำคุกไว้มีกำหนด 5 ปี คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาในชั้นอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ในข้อกฎหมายว่าโจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2512 เวลากลางวันถึงวันที่ 8 เมษายน 2513 เวลากลางวัน จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้อง แต่ทางพิจารณาได้ความว่าผู้เสียหายไปอยู่บ้านจำเลยเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2512 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวันเวลาเกิดเหตุที่ได้ความทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้อง ในข้อนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นางสาวเล็กผู้เสียหายเบิกความว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2512 ผู้เสียหายได้มาขายข้าวแกงกับอาที่บางปู มีชาย 2 คน และหญิงคนหนึ่งชวนไปทำงาน ผู้เสียหายไปด้วย ไปพักที่นาเกลือ 2 คืน รุ่งขึ้นจำเลยก็มาที่บ้านนั้น ชักชวนผู้เสียหายให้ไปขายเครื่องดื่มที่บ้านจำเลยอยู่กับจำเลยได้3 วัน จำเลยบังคับให้หาเงินกับแขกผู้ชายที่มาเที่ยว ผู้เสียหายไม่ยอม จำเลยจึงนำผู้เสียหายไปขายให้นายฟุ้งอยู่กับนายฟุ้งได้ 4 เดือน 5 วัน ตำรวจก็มาจับ และผู้เสียหายเบิกความว่า มาถึงบ้านจำเลยวันที่ 23 พฤษภาคม 2512

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าผู้เสียหายมาถึงบ้านจำเลยในวันที่ 23 พฤษภาคม 2512 จริง ทางพิจารณาที่ได้ความก็แตกต่างกับฟ้องมากเพราะเป็นเวลาก่อนที่ปรากฏในฟ้องถึง 7 เดือน แต่เห็นได้ชัดว่าผู้เสียหายเบิกความผิดพลาดไป คือ แทนที่จะเบิกความว่าวันที่ 23 ธันวาคม 2512 กลายเป็นเบิกความว่าวันที่ 23 พฤษภาคม 2512 นั่นเอง เพราะวันที่ 23พฤษภาคม 2512 ยังไม่มีใครชักชวนผู้เสียหายไปไหนเลย จึงน่าเชื่อว่าผู้เสียหายมาบ้านจำเลยเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2512 ดังนั้น ข้อเท็จจริงที่ได้ความทางการพิจารณาจึงมิได้แตกต่างกับฟ้องดังจำเลยต่อสู้ และศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามที่โจทก์ฎีกา แต่ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดหลายกระทง ให้ลงโทษกระทงหนักที่สุดนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว แต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283, 284 ให้ลงโทษตามบทที่หนักที่สุดแต่ความผิดสองมาตรานี้มีโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษตามมาตรา 283ให้จำคุกจำเลย 5 ปี ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คำขออื่นให้ยก

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพนธ์ ศาตะมาน · ประสาท สุคนธมาน · แผ้ว ศิวะบวร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้