Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1649/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อเรือแล่นไปถึงกลางแม่น้ำ ล. เข้ารัดคอผู้เสียหายและเรียกเอาปืนจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ชักปืนลูกซองพกออกมาผู้เสียหายจับมือจำเลยที่ 1 เพื่อแย่งปืน จำเลยที่ 1 ก็ลั่นไกปืนแต่กระสุนไม่ถูกผู้ใด ล. ร้องหามีด บ. ก็ชักมีดออกมาแทงผู้เสียหายที่ชายโครงซ้าย ปลายมีดทะลุถึงช่องปอดและแทงในลักษณะเลือกแทง ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กับพวกมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายก่อนเกิดเหตุจำเลยที่ 3 ซึ่งไม่พอใจผู้เสียหายออกไปพูดซุบซิบกับพวกแล้วส่งเงินให้ผู้เสียหายบอกให้ไปหาหญิงโสเภณีมาให้ ระหว่างเสียงปืนดังจำเลยที่ 3 ลงเรืออีกลำหนึ่งแล่นมาที่กลางแม่น้ำตรงที่เกิดเหตุร้องบอกกับจำเลยที่ 1 กับพวกว่าเอาให้ตาย พฤติการณ์ของจำเลยที่ 3 ถือได้ว่าจำเลยที่ 3 เป็นตัวการร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 กับพวก.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันใช้อาวุธปืนและมีดยิงและแทงผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่า แต่ผู้เสียหายไม่ตาย เพียงได้รับอันตรายสาหัส จำเลยที่ 2 เป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่175/2528 ของศาลชั้นต้น และจำเลยที่ 3 เป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 175/2528 และหมายเลขแดงที่ 48/2528 ของศาลชั้นต้นขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 และ 83 นับโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ต่อจากคดีดังกล่าว

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 กับที่ 3 รับว่าเป็นจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 แม้จำเลยที่ 2 อายุ 19 ปี แต่เห็นว่ามีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีแล้วจึงไม่ลดมาตราส่วนโทษให้จำคุกคนละ 12 ปี นับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่48/2528 ของศาลชั้นต้น ไม่ปรากฏว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ 175/2528ของศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาแล้ว จึงไม่นับโทษต่อให้

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่าในคืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 24 นาฬิกา ผู้เสียหายนั่งเรือยนต์หางยาวจากท่าเรือฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปากพนังจะข้ามไปฝั่งตะวันออกได้ถูกคนร้ายกลุ่มหนึ่งซึ่งนั่งมาในเรือด้วยใช้อาวุธปืนยิงแต่กระสุนไม่ถูกผู้ใดเพราะผู้เสียหายจับมือคนร้ายไว้และพยายามแย่งปืน และคนร้ายใช้มีดแทงผู้เสียหายที่ชายโครงซ้ายลึกถึงช่องปอด มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามในประการแรกว่า จำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายมาเบิกความเป็นประจักษ์พยานว่า คืนเกิดเหตุเวลาประมาณ 23.30 นาฬิกา ผู้เสียหายออกจากบ้านซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปากพนังจะข้ามไปฝั่งตะวันออกไปพบจำเลยที่3 กับพวกดื่มสุราอยู่ที่บ้านนายต้อยซึ่งอยู่ในบริเวณท่าเรือฝั่งตะวันตกจึงเข้าไปคุยกับจำเลยที่ 3 ซึ่งเคยเป็นนายจ้างผู้เสียหายมาก่อน

จำเลยที่ 3 ใช้ให้ผู้เสียหายไปหาหญิงโสเภณีมาให้ ผู้เสียหายไปหาไม่ได้ก็กลับมาเอาเงินคืนให้จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 รับเงินแล้วออกไปพูดซุบซิบกับพวกข้างนอก แล้วส่งเงินให้ผู้เสียหายสั่งให้ผู้เสียหายไปหาหญิงโสเภณีให้ โดยให้ไปกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 นายบ่าว นายฉลองและนายเล็ก โดยนายฉลองเป็นคนขับเรือ เมื่อเรือแล่นมาถึงกลางแม่น้ำ นายเล็กเข้ารัดคอผู้เสียหายแล้วเรียกเอาปืนจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ชักปืนลูกซองพกออกมาผู้เสียหายจับมือจำเลยที่ 1 พยายามจะแย่งปืน จำเลยที่ 1 เหนี่ยวไกปืน ปืนลั่น 1 นัดนายเล็กเรียกเอามีดจากนายบ่าว ผู้เสียหายผลักนายเล็กไปที่แคมเรือเพื่อต้องการให้เรือล่ม ขณะน้ำกำลังเข้าเรือ นายบ่าวใช้มีดแทงผู้เสียหายที่ชายโครงซ้าย 1 ที

ผู้เสียหายว่ายน้ำไปขึ้นฝั่งตะวันออก ก่อนที่เจ้าพนักงานตำรวจจะช่วยนำผู้เสียหายขึ้นจากน้ำ นายอ้นขับเรือตามมา จำเลยที่ 3 ซึ่งยืนอยู่ที่หัวเรือร้องตะโกนว่าเอาให้ตายหลายครั้ง ขณะว่ายน้ำอยู่ผู้เสียหายเห็นเจ้าพนักงานตำรวจยืนส่องไฟฉายอยู่ที่ท่าเรือฝั่งตะวันออก เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจช่วยเหลือผู้เสียหายขึ้นจากน้ำแล้ว ผู้เสียหายก็ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เจ้าพนักงานตำรวจผู้ช่วยเหลือฟัง สิบตำรวจตรีสำราญและพลตำรวจสรศักดิ์ผู้ช่วยเหลือผู้เสียหายขึ้นจากน้ำก็ได้เบิกความสนับสนุนคำผู้เสียหายว่า เมื่อนำผู้เสียหายไปส่งโรงพยาบาลปากพนังผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า จำเลยที่ 3 ใช้ให้ผู้เสียหายไปหาหญิงโสเภณีมาให้โดยมีคนลงเรือมา 5-6 คน

เมื่อเรือออกจากฝั่งแล้ว ผู้เสียหายถูกจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงและถูกนายบ่าวแทง นอกจากนี้นางบ๊วยพยานโจทก์ยังได้เบิกความว่า ขณะเกิดเหตุนางบ๊วยนั่งอยู่ที่ระเบียงข้างบริเวณท่าเรือ เมื่อเสียงปืนดังแล้ว เห็นไฟฉายของเจ้าพนักงานตำรวจส่ายไปมา เห็นจำเลยที่ 3 ยืนอยู่ที่หัวเรืออีกลำหนึ่งซึ่งนายอ้นขับ จำเลยที่ 3 ร้องตะโกนว่าเอาให้ตาย ผู้เสียหายรู้จักจำเลยทั้งสามมากว่าสิบปี และรู้จักคนในเรือที่เกิดเหตุทุกคน ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายก็ได้ดื่มสุราและเบียร์กับจำเลยที่ 3 กับพวกหลังจากเกิดเหตุเล็กน้อยผู้เสียหายได้เล่าเรืองที่เกิดขึ้นให้เจ้าพนักงานตำรวจผู้ช่วยเหลือตนฟังโดยละเอียด และได้เล่าให้นางบ๊วยฟังในวาระแรกที่พบกันที่โรงพยาบาลโดยละเอียดเช่นเดียวกัน และระบุด้วยว่าจำเลยคนใดพวกของจำเลยคนใดทำอย่างไรบ้าง

แม้ในชั้นพิจารณาสิบตำรวจตรีสำราญกับพลตำรวจสรศักดิ์จะมิได้เบิกความว่าในที่เกิดเหตุเห็นจำเลยที่ 3 แต่ในชั้นสอบสวนพยานทั้งสองก็ได้ให้การว่าได้ยินเสียงตะโกนในกลางแม่น้ำว่าฆ่าให้ตาย ส่องไฟดูเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ที่หัวเรืออีกลำหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังว่าชื่อสมพงษ์ ศิริวัฒน์ศาลฎีกาได้พิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งปวงแล้ว เชื่อว่าความจริงเป็นดังที่ผู้เสียหายเบิกความ สำหรับจำเลยที่ 3 นั้น แม้มิได้ลงมือทำร้ายผู้เสียหาย แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 ไม่พอใจผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกน้องของตนมาก่อนเพราะผู้เสียหายแยกตัวไปทำงานที่อื่นและมารดาผู้เสียหายไม่ยอมให้จำเลยที่ 3 เปิดบ่อนการพนันที่บ้านผู้เสียหายคืนเกิดเหตุจำเลยที่3 มอบเงินให้ผู้เสียหายบอกว่าให้ไปหาหญิงโสเภณีมาให้จำเลยที่ 3 โดยบอกให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 นายบ่าว และนายเล็กไปกับผู้เสียหายด้วย และนายฉลองเป็นคนขับเรือ

ก่อนบอกให้ผู้เสียหายไปหาหญิงโสเภณีมาให้ จำเลยที่ 3 กับพวกก็ได้ออกไปพูดซุบซิบกันซึ่งผู้เสียหายไม่ทราบว่าพูดอะไร เมื่อเรือแล่นไปถึงกลางแม่น้ำ นายเล็กก็รัดคอผู้เสียหายและเรียกเอาอาวุธปืนจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ชักปืนลูกซองพกออกมา ผู้เสียหายจับมือจำเลยที่ 1 เพื่อแย่งปืน จำเลยที่ 1 ก็ลั่นไกปืนแต่กระสุนไม่ถูกผู้ใด นายเล็กร้องหามีด นายบ่าวก็ชักมีดออกมาแทงผู้เสียหายที่ชายโครงซ้าย ปลายมีดทะลุถึงช่องปอดและแทงในลักษณะเลือกแทง เพราะขณะนั้นผู้เสียหายล้มคว่ำลงที่ท้องเรือแล้ว ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กับพวกมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายระหว่างเสียงปืนดัง จำเลยที่ 3 ก็ลงเรืออีกลำหนึ่งแล่นมาที่กลางแม่น้ำตรงที่เกิดเหตุร้องบอกจำเลยที่ 1 กับพวกว่าเอาให้ตาย

ได้พิเคราะห์พฤติการณ์ทั้งหมดของจำเลยที่ 3 แล้ว ถือได้ว่าจำเลยที่ 3 เป็นตัวการร่วมกระทำความผิดด้วยกันกับจำเลยที่ 1กับพวก จำเลยที่ 1 และที่ 3 จึงมีความผิดตามฟ้อง พยานฐานที่อยู่ของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่พอฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ สำหรับจำเลยที่ 2 นั้น ข้อเท็จจริงฟังได้แต่เพียงว่าจำเลยที่ 2 ลงเรือมาพร้อมกับจำเลยที่ 1 กับพวกและผู้เสียหาย แต่ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 อยู่เฉยๆ มิได้ทำร้ายผู้เสียหายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันจะถือได้ว่าได้ร่วมกระทำผิดด้วยกันกับจำเลยที่ 1 กับพวก หรือกระทำการอันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 1 กับพวกกระทำความผิด ไม่ว่าก่อนหรือขณะกระทำความผิด เมื่อเรือล่มแล้วจำเลยที่ 2 ว่ายน้ำไปทางเดียวกับผู้เสียหายก็ไม่มีพฤติการณ์ว่าจะเข้าไปทำร้ายผู้เสียหาย ที่ผู้เสียหายเบิกความว่าจำเลยที่ 3 กับพวกออกไปพูดซุบซิบกันนอกบ้าน แล้วจำเลยที่ 3 ก็บอกให้ผู้เสียหายไปหาหญิงโสเภณีมาให้ ผู้เสียหายก็มิได้ยืนยันว่าในกลุ่มผู้ที่ออกไปพูดซุบซิบกันนั้นมีจำเลยที่ 2 รวมอยู่ด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าว

ศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่พอฟังลงโทษจำเลยที่ 2 ไม่ว่าในฐานะตัวการหรือในฐานะผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวก ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 มานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา...'

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง คล้ายแก้ว · ธีรศักดิ์ กรรณสูต · ถวิล ทองสว่างรัตน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2893/2562

การที่จำเลยที่ 1 ยิงปืนเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเป็นการยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน อันเป็นส่วนหนึ่งของความผิดฐานใช้อาวุธปืนยิงพยายามฆ่าผู้เสียหายอยู่ในตัว จึงเป็นการกระ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2562 (เลขอ้างอิง 636366)

การที่จำเลยทั้งสี่กับพวกขับรถจักรยานยนต์ติดตามผู้เสียหายมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 2 และ น. มีมีดติดตัวไปด้วย แม้มีดที่ น. พาติดตัวไปจะมีขนาดใหญ่เป็นที่สังเกตเห็นได้โดยง่ายแก่บุคคลทั่วไปรวมทั้งจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8261/2561

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288, 80, 83 กับร่วมกันมีอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด โดยไม่มีหมายเลขทะเบียนและมีกระสุนปืนไม่ทราบชนิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7159/2561

การกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อนผู้กระทำความผิดต้องได้มีเวลาคิดไตร่ตรองและทบทวนแล้วจึงตกลงใจที่จะฆ่าผู้อื่น หาใช่กรณีที่เกิดขึ้นโดยปัจจุบันทันด่วนไม่ และการจะเป็นตัวการร่วมฐานความผิดดังกล่าวจะต้องมีลักษณะมี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2107/2561

ป.วิ.อ. มาตรา 134/1 วรรคสอง บัญญัติว่า "ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุก ก่อนเริ่มถามคำให้การให้พนักงานสอบสวนถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและผู้ต้องหาต้องการทนายความ ให้รัฐจัดหาทนายความให้" ปรากฏตา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้