Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1648/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำพิพากษาที่ให้บุคคลหนึ่งเปิดทางภาระจำยอมผ่านที่ดินนั้น ย่อมไม่ผูกพัน เจ้าของที่ดินข้างเคียงคนอื่นซึ่งเป็นบุคคลภายนอก แม้ขณะทำแผนที่พิพาทจะปรากฎเส้นทางภาระจำยอมผ่านที่ดินของบุคคลนั้น และบุคคลนั้นได้มาอยู่รู้เห็นในการทำแผนที่พิพาทอยู่ด้วยก็ตาม ผู้ที่ได้ทางภาระจำยอมมาโดยอายุความแล้วนั้น ย่อมมีสิทธิขุดโค่นหัวคันนาซึ่งอยู่ในเส้นทางอันเป็นภาระจำยอมนั้นได้เท่าที่จำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภาระจำยอมนั้น โดยไม่จำเป็นต้องให้มีคำพิพากษาว่าที่ดินนั้นตกเป็นภาระจำยอมเสียก่อน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เป็นเจ้าของที่นาโฉนด ๑๑๕๗ เมื่อ ๖ มิถุนายน ๒๕๐๓ จำเลยกับพวกบุกรุกเข้าขุดโค่นหัวคันนาหลายอัน ทำทางกว้างประมาณ ๖ ศอกผ่านที่นา ห้ามก็ไม่เชื่อ เป็นเหตุให้โจทก์ทำนาไม่ได้ เสียหาย ๒,๐๐๐ บาท ขอศาลห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องที่ดินโจทก์และใช้ค่าเสียหาย

จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นทางภาระจำยอมที่จำเลยกับนายทำสามีจำเลยได้สิทธิเดินผ่านมาประมาณ ๒๐ ปีเศษแล้ว และศาลพิพากษาถึงที่สุดให้นายทำได้ภาระจำยอม ปรากฏตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดอุทัยธานี คดีแพ่งแดงที่ ๗๕/๒๕๐๒ ระหว่างนายทำ โจทก์ นายเหลือง จำเลย โจทก์เป็นภริยานายเหลือง มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ร่วมกัน นายทำสั่งให้คนอื่นไปทำลายคันนา ส่วนจำเลยเพียงแต่ไปดูแลความเรียบร้อยเท่านั้น แม้จำเลยจะทำลายคันนา ก็เพื่อจำเลยกับสามีจะได้ใช้เส้นทางเดินไปทำนาอันเป็นอาชีพของจำเลย ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ทางพิจารณาได้ความว่า คดีแพ่งแดงที่ ๗๕/๒๕๐๒ นั้น ถึงที่สุดแล้ว โดยศาลพิพากษาให้นายเหลืองและบริวารเปิดเส้นทางภาระจำยอมกว้าง ๖ ศอก

ตลอดที่นานายเหลืองตามเส้นสีน้ำเงินประดู่และเส้นสีน้ำเงินประดู่สีเหลือง แต่ปรากฎว่าตามแผนที่พิพาทซึ่งศาลบังคับนายเหลืองนี้ ทางบางส่วนอยู่ในที่ดินโฉนดมีชื่อนางตลับโจทก์คดีนี้กับบุตรสาว หัวคันนาที่ขุดนี้อยู่ในที่ดินของนางตลับ ซึ่งตามแผนที่พิพาทว่าเป็นทางภาระจำยอมด้วย นางตลับจึงฟ้องจำเลยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีแพ่งแดงที่ ๗๕/๒๕๐๒ ได้เปิดทางภาระจำยอมทอดไปในที่ดิน นางตลับซึ่งเป็นภริยาและนางลูกจันทร์บุตรนายเหลืองด้วย เพราะคำฟ้องคดีนั้นระบุทางภาระจำยอมตลอดที่ดินนายเหลืองจำเลยติดต่อกันไปจากบ้านไปสู่นาของนายทำโจทก์ไม่มีเว้นระยะ ขณะทำแผนที่พิพาท นางตลับและนางลูกจันทร์ ก็อยู่รู้เห็นว่านายทำชี้เส้นทางภาระจำยอมผ่านที่ของตน แต่ก็ไม่ได้ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับนาเหลืองสามี การที่มาฟ้องคดีนี้จึงมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ คำพิพากษาคดีก่อนจึงผูกพันว่ามีเส้นทางภาระจำยอมอยู่ในที่ดินที่มีชื่อนางตลับโจทก์เป็นเจ้าของด้วย การกระทำของจำเลยย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยื มาตรา ๑๓๙๑ พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ในการทำแผนที่พิพาท โจทก์ทราบก็ไม่ดำเนินทางคดีอย่างไรแสดงว่ามิได้ขัดขวางสิทธิภาระจำยอมของจำเลย ครอบครัวจำเลยใช้เส้นทางพิพาทผ่านที่ดินโจทก์ด้วยมากว่า ๒๐ ปี จึงได้ทางภาระจำยอมโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๐๑ โจทก์ปิดเส้นทางนี้ไม่ได้ จำเลยทำลายคันนาทำทางกว้าง ๖ ศอก เป็นการทำไปเท่าที่จำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภาระจำยอม และก่อให้เสียหายน้อยที่สุดอันเป็นสิทธิของจำเลย โจทก์เรียกค่าเสียหายไม่ได้ พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า ตราบใดยังไม่มีคำพิพากษาให้ที่ดินของโจทก์ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินจำเลยแล้ว จำเลยก็ไม่ชอบที่จะอ้างความคุ้มครองใด ๆ ในการทำอันเป็นละเมิดได้

ศาลอุทธรณ์จะรับฟังข้อนำสืบมาวินิจฉัยมีความเห็นเอาเองว่าที่ดินโจทก์ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของจำเลยก็ไม่ได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีแพ่งแดงที่ ๗๕/๒๕๐๒ ซึ่งนายทำฟ้องนายเหลืองขอให้เปิดทางภาระจำยอมนั้น เป็นที่ดินคนละแปลงกับที่ดินของโจทก์ในคดีนี้ คำที่พิพากษาในคดีนั้นจึงไม่ผูกมัดโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก แต่เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้ จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทตกอยู่ในภาระจำยอม ประเด็นในเรื่องที่พิพาทตกเป็นภาระจำยอมหรือไม่ โจทก์จำเลยมีโอกาสนำสืบพิสูจน์ได้ ซึ่งจำเลยก็นำสืบได้ว่าที่ดินพิพาทตามโฉนดของโจทก์นั้น ตกอยู่ในภาระจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๔๗๐๑ ประกอบมาตรา ๑๓๘๗ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในภาระจำยอม นายทำสามีจำเลยจำเลยและจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของสามยทรัพย์ก็มีสิทธิทุกอย่างอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภาระจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๙๑ ฉะนั้น

การที่จำเลยขุดโค่นหัวคันนาของโจทก์ซึ่งอยู่ในเส้นทางอันเป็นภาระจำยอมนั้นจำเลยกับสามีจำเลยจะได้ใช้เส้นทางเดินไปทำนาของจำเลย และได้ทำไปเท่าที่จำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภาระจำยอมนั้น ย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๙๑ โดยไม่จำเป็นต้องมีคำพิพากษาให้ที่ดินของโจทก์ตกเป็นภาระจำยอมเสียก่อน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
คร้าม สิวายะวิโรจน์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายวิจิตร หิรัญรัศ
ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม อัจฉะกาญจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3482/2541

โจทก์ ได้ สิทธิ ภารจำยอม โดย อายุความ ตาม คำพิพากษา ของ ศาล โจทก์ บอกกล่าว ให้ จำเลย เจ้าของ ภารยทรัพย์ ไป ดำเนินการ จดทะเบียน สิทธิ ภารจำยอม ที่ โจทก์ ได้ มา แต่ จำเลย เพิกเฉย ถือได้ว่า เป็น การ โต้แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2482/2541

โจทก์ได้สิทธิภารจำยอมโดยอายุความตามคำพิพากษาของศาล โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยเจ้าของภารยทรัพย์ไปดำเนินการจดทะเบียนสิทธิภารจำยอมที่โจทก์ได้มา แต่จำเลย เพิกเฉย ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์โจทก์ซึ่งเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7603/2560

ที่ดินพิพาทคดีนี้กับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3824/2558 เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน เมื่อคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ย่อมผูกพันจำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ข้อเท็จจริ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3635/2554

โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของที่ดินพร้อมตึกแถว ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของทางพิพาทซึ่งมีสภาพเป็นถนนผ่านหน้าที่ดินโจทก์ทั้งสอง แม้จำเลยจะเบิกความรับว่า ว. เจ้าของที่ดินและตึกแถวเดิมได้ก่อสร้างถนนหรือทางพิพาทไว้เพื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 446/2541

เดิม ค.สามีโจทก์ที่ 1 และโจทก์ทั้งสองได้ใช้ทางเดินบนที่ดินของ พ.ทางด้านทิศตะวันออกออกสู่ทางสาธารณะโดยสงบและเปิดเผยติดต่อกันเกินกว่า10 ปี ที่ดินของ พ.ดังกล่าวจึงตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของ ค.ตาม ป.พ.พ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้