Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2511 (เลขอ้างอิง 16398)

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวหาจำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343. โดยระบุชื่อผู้เสียหายมาในฟ้อง และราษฎรผู้มีชื่ออีกหลายคน.ถือว่าเข้าองค์ประกอบเป็นฟ้องในข้อหาฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 แล้ว.ฎีกาจำเลยในปัญหาดุลพินิจของศาลในการชั่งน้ำหนักคำพยานเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง.แม้การหลอกลวงของจำเลยจะเป็นเรื่องที่ยังต้องดำเนินการต่อไปข้างหน้าแต่ก็ได้เริ่มขึ้นแล้วโดยการแสดงโครงการออกโฆษณาต่อประชาชนอันเป็นความเท็จ. ซึ่งเชื่อมโยงต่อขั้นที่จะดำเนินการต่อไป. ดังนี้ การกระทำของจำเลยถือว่าเป็นความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว.

คำฟ้องและคำให้การ

คดี 2 สำนวน ศาลพิจารณาพิพากษารวมกันโดยโจทก์ฟ้องนายปรารภจำเลยในสำนวนแรกและนายปรารภกับนายสัมฤทธิ์ในสำนวนหลังกล่าวหาว่าจำเลยได้วางแผนฉ้อโกงประชาชนโดยวางโครงการออกโฆษณาหลอกลวงผู้มีชื่อตามฟ้อง และราษฎรอีกหลายคนชักชวนให้เสียค่าสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มการเกษตรกึ่งอุตสาหกรรม ซึ่งจำเลยจะขออนุญาตทางการจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการจัดสรรที่ดินแก่ราษฎรให้เป็นที่ทำกินเป็นเหตุให้ราษฎรพากันหลงเชื่อและมอบเงินค่าสมัครแก่จำเลย ซึ่งความจริงที่ดินที่อ้างว่าจะจัดสรรเป็นป่าสงวนทั้งมิได้มีการขอจัดตั้งตามโครงการที่โฆษณาไว้อันเป็นข้อความเท็จ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 83 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์ ริบของกลางและนับโทษนายปรารภจำเลยต่อจากคดีดำที่ 638/2510

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า นายปรารภจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ส่วนนายสัมฤทธิ์ฟังไม่ได้ว่าร่วมกับนายปรารภจำเลย พิพากษาว่านายปรารภจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ให้จำคุก3 ปี คำรับจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ 2 ปี ยกคำขอให้นับโทษต่อเพราะคดีดังกล่าวศาลให้รอการลงโทษไว้ริบของกลาง ส่วนนายสัมฤทธิ์จำเลยให้ยกฟ้อง นายปรารภจำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับแต่เฉพาะฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยในข้อที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องเคลือบคลุม โดยบรรยายฟ้องไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343เพราะมิได้กล่าวหาว่าหลอกลวงต่อประชาชนทั่วไป ว่าการที่โจทก์บรรยายฟ้อง ระบุว่าจำเลยทำการหลอกลวงผู้มีชื่อตามฟ้องและราษฎรผู้มีชื่ออีกหลายคน ถือได้ว่าเป็นฟ้องกล่าวหาครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 แล้วและเมื่อความผิดตามมาตรา 343 มิใช่ความผิดต่อส่วนตัวพนักงานสอบสวนย่อมทำการสอบสวนได้ โดยไม่จำต้องมีคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 ส่วนฎีกาในข้อที่ว่าโจทก์ไม่มีผู้เสียหายมาสืบ คงมีแต่พยานอื่นซึ่งเป็นพยานออกความเห็นรับฟังไม่ได้นั้นเท่ากับฎีกาในเรื่องดุลพินิจของศาลในการชั่งน้ำหนักพยาน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งเมื่อต้องห้ามฎีกา

ก็ไม่จำต้องวินิจฉัย ส่วนในฎีกาข้อที่ว่าการกระทำของจำเลยเป็นเรื่องเหตุการณ์ในอนาคตข้างหน้า จึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงนั้นเห็นว่า การกระทำของจำเลยได้มีขึ้นแล้วตามโครงการโฆษณาที่จำเลยทำขึ้นแสดงต่อประชาชนอันเป็นข้อความเท็จซึ่งเชื่อมโยงกับที่จำเลยจะดำเนินการต่อไป กรณีถือว่าเป็นการหลอกลวง เข้าลักษณะความผิดฐานฉ้อโกงแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งหมดฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญ โชติรัต · อดุล รัตนปิณฑะ · ปันโนสุขทรรศนีย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้