Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1639/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามบทบัญญัติแห่ง ป.อ. มาตรา 36 ในกรณีที่ศาลจะสั่งคืนทรัพย์สินที่ริบได้นั้นนอกจากความเป็นเจ้าของแล้วยังต้องได้ความว่าผู้เป็นเจ้าของแท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าว และย่อมมีความหมายถึงเจ้าของทรัพย์สินในขณะที่มีการกระทำความผิดด้วย ทั้งการขอให้ศาลสั่งคืนของกลางที่ศาลสั่งริบแล้วดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญา นอกจากผู้ร้องมีหน้าที่นำสืบว่าผู้ร้องไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดแล้ว ผู้ร้องก็ยังมีหน้าที่นำสืบว่าเจ้าของทรัพย์สินในขณะกระทำความผิดไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดซึ่งคดีนี้ผู้ร้องมิได้นำสืบให้เห็นว่า จ. เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะของกลางในขณะที่จำเลยกระทำความผิดรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่จึงฟังไม่ได้ว่า จ. เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะของกลางในขณะกระทำความผิดไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอคืนรถยนต์กระบะของกลาง

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง และริบรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บง 4141 ตรัง ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้อง ขอให้คืนรถยนต์กระบะของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้คืนรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บง 4141 ตรัง ของกลาง แก่ผู้ร้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้ยกคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า เดิมนางจุฬา เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บง 4141 ตรัง ของกลาง และให้นายเสถียร บิดาจำเลยเช่าซื้อต่อมาวันที่ 2 มกราคม 2546 จำเลยนำรถยนต์กระบะของกลางไปใช้กระทำความผิดในคดีนี้ นางจุฬามอบอำนาจให้นายเรวัติ ไปขอรับรถยนต์กระบะของกลางมาเก็บรักษาไว้ในระหว่างพิจารณาคดี วันที่ 15 ตุลาคม 2546 นายธีรวัฒน์สามีของนางจุฬาขายรถยนต์กระบะของกลางให้แก่นายนิมิตร จากนั้นนางจุฬาขายรถยนต์กระบะของกลางให้ผู้ร้อง ผู้ร้องจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะของกลาง ครั้นวันที่ 5 พฤศจิกายน 2546 ผู้ร้องให้นายนิมิตรเช่าซื้อรถยนต์กระบะของกลาง ต่อมาวันที่ 3 มีนาคม 2547 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบรถยนต์กระบะของกลาง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิขอคืนรถยนต์กระบะของกลางหรือไม่ เห็นว่า ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ในกรณีที่ศาลจะสั่งคืนทรัพย์สินที่ริบได้นั้น นอกจากความเป็นเจ้าของแล้วยังต้องได้ความว่าผู้เป็นเจ้าของแท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวและย่อมมีความหมายถึงเจ้าของทรัพย์สินในขณะที่มีการกระทำความผิดด้วย ทั้งการขอให้ศาลสั่งคืนของกลางที่ศาลสั่งริบแล้วดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญา นอกจากผู้ร้องมีหน้าที่นำสืบว่าผู้ร้องไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดแล้ว ผู้ร้องก็ยังมีหน้าที่นำสืบว่าเจ้าของทรัพย์สินในขณะกระทำความผิดไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดด้วย

คดีนี้ผู้ร้องมีนายสุภภูมิ ผู้รับมอบอำนาจช่วงของผู้ร้อง เบิกความเป็นพยานสรุปความได้ว่า เดิมรถยนต์กระบะของกลางเป็นกรรมสิทธิ์ของนางจุฬา ต่อมานายธีรวัฒน์สามีนางจุฬาขายรถยนต์กระบะของกลางให้นายนิมิตรโดยนายนิมิตรชำระเงินดาวน์ส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือจะทำเป็นสัญญาเช่าซื้อกับผู้ร้อง ผู้ร้องจึงซื้อรถยนต์กระบะของกลางจากนางจุฬา และนายนิมิตรทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์กระบะของกลางกับผู้ร้อง ต่อมานายนิมิตรผิดสัญญาเช่าซื้อ ผู้ร้องจึงบอกเลิกสัญญา ผู้ร้องไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย โดยผู้ร้องมิได้นำสืบให้เห็นว่านางจุฬาเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะของกลางในขณะที่จำเลยกระทำความผิดรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่

แม้พันตำรวจโทปรีชา พนักงานสอบสวนพยานโจทก์ จะเบิกความตอบคำถามค้านของทนายผู้ร้องว่า นางจุฬาไม่มีส่วนรู้เห็นหรือส่วนร่วมในการกระทำความผิดของจำเลยดังที่ผู้ร้องฎีกาก็ตาม แต่ก็เป็นข้อเท็จจริงที่ได้จากการที่พันตำรวจโทปรีชาตอบคำถามค้านของทนายผู้ร้อง ถือไม่ได้ว่าผู้ร้องนำสืบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว จะรับฟังว่านางจุฬาไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยไม่ได้ เมื่อผู้ร้องมิได้นำสืบจึงฟังไม่ได้ว่า นางจุฬาเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์กระบะของกลางในขณะกระทำความผิดไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกคำร้องของผู้ร้องชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กรองเกียรติ คมสัน · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · โสภณ โรจน์อนนท์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้