Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1630/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทซึ่งระบุว่าจำเลยซึ่งเช่าตึกพิพาทจากโจทก์ร่วมได้โอนสิทธิการเช่าให้แก่โจทก์เป็นผู้เช่าต่อไปเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306ซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ เมื่อสัญญาดังกล่าวมิได้กำหนดเรื่องค่าตอบแทนไว้ ดังนั้น การที่จำเลยจะนำพยานบุคคลมาสืบว่ามีค่าตอบแทนและโจทก์ยังค้างชำระค่าตอบแทนดังกล่าวบางส่วนและถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญานั้น จึงเป็นการนำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้เช่าตึกแถว 3 ชั้น จากโจทก์ร่วมจำเลยพร้อมด้วยบริวารได้เข้าอยู่อาศัยในตึกแถวดังกล่าวเนื่องจากเป็นผู้เช่าเดิม ต่อมาจำเลยได้โอนสิทธิการเช่าให้แก่โจทก์และมีหน้าที่จะต้องส่งมอบตึกแถวให้แก่โจทก์ แต่จำเลยกลับไม่ส่งมอบและยังอยู่ในตึกแถวดังกล่าวตลอดมา ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายที่ไม่สามารถเข้าไปทำการค้าได้ คิดเป็นค่าเสียหายเดือนละ 500 บาทขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารโดยให้ขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวดังกล่าวพร้อมทั้งส่งมอบตึกแถวในสภาพเรียบร้อย ห้ามเข้ามาเกี่ยวข้องและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากตึกแถวและส่งมอบให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียกสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมจำเลยให้การและคัดค้านการเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมว่า

เดิมจำเลยเช่าตึกแถวตามฟ้องจากโจทก์ร่วม ต่อมาจำเลยได้โอนสิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทให้โจทก์และสามีโจทก์ โดยโจทก์และสามีตกลงชำระค่าตอบแทนให้แก่จำเลยเป็นเงิน 1,500,000 บาท โจทก์กับสามีชำระแล้ว1,200,000 บาท คงค้างชำระ 300,000 บาทโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจำเลยจึงไม่มีหน้าที่ต้องส่งมอบตึกแถวพิพาทให้แก่โจทก์การที่จำเลยยังไม่ส่งมอบตึกพิพาทให้แก่โจทก์จึงมิใช่การกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวพิพาท พร้อมทั้งส่งมอบตึกแถว ดังกล่าวแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยและห้ามเข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไปให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะออกไปจากตึกพิพาทและส่งมอบแก่โจทก์เสร็จจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์และโจทก์ร่วมฎีการะหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฎีกาศาลฎีกาอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะฎีกาโจทก์จากสารบบความศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นควรยกปัญหาว่า การสืบพยานบุคคลในข้อที่ว่าจำเลยโอนสิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทให้โจทก์โดยมีค่าตอบแทนเป็นเงิน 1,500,000 บาท นั้น เป็นการสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมข้อความในเอกสารสัญญาโอนสิทธิการเช่าต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 หรือไม่ขึ้นวินิจฉัยเสียก่อน เห็นว่า สัญญาโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทตามเอกสารหมายจร.1 ซึ่งระบุว่า จำเลยซึ่งเช่า ตึกพิพาทจากโจทก์ร่วมได้โอนสิทธิการเช่าให้แก่โจทก์เป็นผู้เช่าต่อไป เป็นการโอนสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 ซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ

เมื่อสัญญาดังกล่าวมิได้กำหนดเรื่องค่าตอบแทนไว้ดังนั้น การที่จำเลยจะนำพยานบุคคล มาสืบว่ามีค่าตอบแทนและโจทก์ยังค้างชำระค่าตอบแทนดังกล่าวบางส่วน และถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญานั้น จึงเป็นการนำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ข้อเท็จจริงฟังได้ตามสัญญาโอนสิทธิการเช่าตึกพิพาทเอกสารหมาย จร.1 ว่าการโอนสิทธิการเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยไม่มีค่าตอบแทน เมื่อจำเลยโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ และโจทก์ได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์ร่วมเจ้าของตึกพิพาทแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในตึกพิพาทต่อไปไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ร่วมในข้ออื่นต่อไป"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวพิพาท พร้อมทั้งส่งมอบตึกแถวดังกล่าวให้โจทก์ร่วมในสภาพเรียบร้อยและห้ามเข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมาน เวทวินิจ · ปรีชา ธนานันท์ · จิระ บุญพจนสุนทร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้