Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1625/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อาวุธปืนของกลางเป็นอาวุธประจำตัวของพลตำรวจ ธ. ที่จะนำติดตัวไปได้โดยชอบ การที่จำเลยสะพายปืนดังกล่าวซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่พลตำรวจ ธ. เป็นผู้ขับไปด้วยกัน น่าจะเป็นไปเพื่อความสะดวกต่อการขับขี่รถจักรยานยนต์ จำเลยเป็นเพียงถือไว้แทนเท่านั้น การครอบครองอาวุธปืน ยังคงอยู่กับพลตำรวจ ธ. ถือไม่ได้ว่าจำเลยมีส่วนร่วมกับการมีอาวุธปืนอันจะเป็นความผิดในช่วงนี้ แต่มีข้อเท็จจริงต่อมาว่า หลังจากเกิดเหตุไปกรรโชกผู้เสียหาย แล้ว ระหว่างจำเลยและพลตำรวจ ธ. หลบหนีจำเลยได้รับฝากอาวุธปืนของกลางซุกซ่อนไว้ในบ้านของตนจนเจ้าพนักงานติดตามยึดคืนมาได้ พฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยในตอนหลัง ถือได้ว่าจำเลยมามีส่วนกับการครอบครองอาวุธปืนดังกล่าว โดยไม่ชอบ อันเป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรม คือ จำเลยกับพวกที่หลบหนีอีกหนึ่งคนร่วมกันมีอาวุธปืนยาวแบบ เอช.เค.33 ขนาด 5.56 หมายตราโลห์ 01858 จำนวนหนึ่งกระบอก ซึ่งเป็นอาวุธปืนของทางราชการกรมตำรวจ อันมิใช่อาวุธปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาติให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนดังกล่าวไปในหมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ทั้งไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์และจำเลยกับพวกร่วมกันแต่งกายด้วยเครื่องแบบตำรวจและมีอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยทำการจับกุมนายทองผู้เสียหาย ข้อหามีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจำเลยมิได้เป็นเจ้าพนักงานตำรวจและไม่มีอำนาจจับกุม แล้วจำเลยกับพวกร่วมกันขืนใจผู้เสียหายให้ยอมให้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินคือ

เงินจำนวน 5,000 บาท แก่จำเลยกับพวก มิฉะนั้นจะจับกุมดำเนินคดีอันเป็นการขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อเสรีภาพ จนผู้เสียหายต้องยอมให้เงินจำนวน 4,000 บาทแก่จำเลยกับพวกไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145, 337, 91, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 55, 72, 72 ทวิ, 78 คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ 44 (พ.ศ. 2519) ข้อ 3, 6, 7 ให้จำเลยคืนเงิน 4,000 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯพ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 (พ.ศ. 2519) ข้อ 3, 6, 7 ลงโทษฐานมีอาวุธปืนกระทงหนึ่ง

จำคุก 1 ปี ฐานพกอาวุธปืนกระทงหนึ่งจำคุก 6 เดือน ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145, 337 วรรคสอง (2)ซึ่งเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษหนักตามมาตรา 337 วรรคหนึ่ง (2)ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 อีกกระทงหนึ่งจำคุก 3 ปี รวมจำคุก 4 ปี 6 เดือน

จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี ให้คืนเงิน4,000 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 145, 337 วรรคสอง (2) ลงโทษตามมาตรา 337 วรรคสอง (2) ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีและพกอาวุธปืนศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อาวุธปืนของกลางเป็นอาวุธปืนประจำตัวของพลตำรวจธนะศักดิ์ ที่จะนำติดตัวไปได้โดยชอบ การที่จำเลยสะพายปืนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่พลตำรวจธนะศักดิ์เป็นผู้ขับไปด้วยกัน

น่าจะเป็นเพื่อความสะดวกต่อการขับขี่รถจักรยานยนต์ จำเลยเป็นเพียงถือไว้แทนเท่านั้น การครอบครองอาวุธปืนยังคงอยู่กับพลตำรวจธนะศักดิ์ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมามีส่วนร่วมกับการมีและพกอาวุธปืนอันจะเป็นความผิดในช่วงนี้ แต่มีข้อเท็จจริงปรากฏต่อมาว่าหลังจากเกิดเหตุไปกรรโชกผู้เสียหายแล้ว ระหว่างที่จำเลยและพลตำรวจธนะศักดิ์หลบหนี จำเลยได้รับฝากอาวุธปืนของกลางซุกซ่อนไว้ในบ้านของตนจนเจ้าพนักงานติดตามยึดคืนมาได้ พฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยในตอนหลังย่อมถือได้ว่าจำเลยมามีส่วนกับการครอบครองอาวุธปืนดังกล่าวโดยไม่ชอบ และผิดต่อกฎหมายฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 พ.ศ. 2519 ข้อ 6 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 ปีจำเลยรับสารภาพในชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 8 เดือน รวมแล้วจำคุก 2 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · พิชัย วุฒิจำนงค์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้