Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16249/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 อ้างเหตุที่โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานว่าโจทก์ถูกเลิกจ้างเนื่องจากทำให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหาย ฝ่าฝืนระเบียบและกระทำความผิดร้ายแรงอันเป็นเหตุตามมาตรา 78 (2) แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 เมื่อศาลแรงงานภาค 8 วินิจฉัยแล้วว่า จำเลยที่ 2 เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์มิได้กระทำความผิดซึ่งจำเลยที่ 1 ก็มิได้โต้แย้งคำวินิจฉัยส่วนนี้ โจทก์จึงมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานตามมาตรา 78 ข้ออ้างของจำเลยที่ 1 ที่ว่าจำเลยที่ 1 มีคำสั่งไปตามข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 ตรวจสอบได้ มิใช่เหตุตามกฎหมายที่ทำให้โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน จำเลยที่ 1 เป็นคู่ความในคดีนี้ ข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการพิจารณาของศาลแรงงานภาค 8 แม้จำเลยที่ 2 จะไม่ต่อสู้คดีก็ย่อมมีผลผูกพันจำเลยที่ 1 ตามคำฟ้องของโจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินทดแทนในกรณีว่างงานตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 และตามคำขอท้ายฟ้องขอให้มีคำสั่งให้โจทก์ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ไว้ด้วย แต่ศาลแรงงานภาค 8 ไม่ได้มีคำสั่งในส่วนนี้อันเป็นการไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลฎีกายกขึ้นแก้ไขเสียให้ถูกต้องโดยมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 จ่ายประโยชน์ทดแทนเป็นเงินทดแทนในกรณีว่างงานตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 78 ประกอบกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน พ.ศ.2547 ข้อ 1 (1) แก่โจทก์ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), 246 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 เมื่อมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินทดแทนในกรณีว่างงานให้แก่โจทก์แล้ว ทั้งตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ที่ขอให้จำเลยที่ 2 เปลี่ยนแปลงคำสั่งจากการเลิกจ้างโดยกระทำความผิดร้ายแรงเป็นการเลิกจ้างโดยที่โจทก์ไม่ได้กระทำความผิดก็เพื่อไปขอรับสิทธิประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานคดีนี้ กรณีจึงไม่มีเหตุบังคับให้จำเลยที่ 2 เปลี่ยนแปลงคำสั่งเลิกจ้างเพื่อการดังกล่าวตามคำขอให้โจทก์อีกต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 37/2553 ของคณะกรรมการอุทธรณ์และมีคำสั่งให้โจทก์ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานและให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินทดแทนในกรณีว่างงานตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ให้จำเลยที่ 2 เปลี่ยนแปลงคำสั่งจากการเลิกจ้างโดยกระทำความผิดร้ายแรงเป็นการเลิกจ้างโดยที่โจทก์ไม่ได้กระทำความผิดเพื่อให้โจทก์ได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัด ศาลพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคสอง ศาลแรงงานภาค 8 พิพากษาให้มีคำสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 37/2553 ของคณะกรรมการอุทธรณ์ และให้จำเลยที่ 2 เปลี่ยนแปลงคำสั่งจากการเลิกจ้างโดยกระทำความผิดร้ายแรงเป็นการเลิกจ้างโดยที่โจทก์ไม่ได้กระทำความผิด หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 8 ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ให้โจทก์ออกจากงาน โจทก์ไปยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานต่อจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 1 โดยสำนักงานประกันสังคมจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน เนื่องจากสิ้นสภาพความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 78 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการอุทธรณ์และคณะกรรมการอุทธรณ์มีมติให้ยกอุทธรณ์ตามคำวินิจฉัยที่ 37/2553 และโจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 เรื่องเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม คู่ความตกลงกันได้โดยที่จำเลยที่ 2 ตกลงจ่ายเงินช่วยเหลือแก่โจทก์ 130,000 บาท

โจทก์จึงถอนฟ้อง จำเลยที่ 2 เลิกจ้างโจทก์โดยที่โจทก์ไม่ได้กระทำความผิด แต่มีสาเหตุมาจากกรรมการของจำเลยที่ 2 ไม่พอใจที่โจทก์ไปรับที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตไม่ตรงเวลา ไม่ได้มีเจตนาจะเลิกจ้าง แต่เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องทำให้จำเลยที่ 2 ไม่พอใจจึงทำหนังสือไล่ออก แล้ววินิจฉัยว่า การกระทำของโจทก์ดังกล่าวเป็นเพียงการทำงานบกพร่อง ยังถือไม่ได้ว่าเป็นความผิดที่ร้ายแรง จำเลยที่ 2 เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด โจทก์จึงมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน จำเลยที่ 1 มีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากจำเลยที่ 2 จึงเห็นควรให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 37/2553 ของคณะกรรมการอุทธรณ์

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า ศาลแรงงานภาค 8 มีคำสั่งให้เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 37/2553 ของคณะกรรมการอุทธรณ์ชอบหรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า ในคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างที่ศาลแรงงานภาค 8 โจทก์ถอนฟ้องเนื่องจากตกลงกันได้ คำสั่งของจำเลยที่ 2 ที่เลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุโจทก์มีความผิดถึงไล่ออกยังคงมีอยู่ การที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดภูเก็ตและคณะกรรมการอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากสิ้นสภาพความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 78 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 จึงชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การโดยตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างและจากตัวโจทก์เอง ข้อเท็จจริงที่ได้จากการพิจารณาของศาลทำให้เกิดผลเสียหายแก่จำเลยที่ 1 จึงไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 1 ชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เสียนั้น

เห็นว่า จำเลยที่ 1 อ้างเหตุที่โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานว่า โจทก์ถูกเลิกจ้างเนื่องจากทำให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหาย ฝ่าฝืนระเบียบและกระทำความผิดร้ายแรงอันเป็นเหตุตามมาตรา 78 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 เมื่อศาลแรงงานภาค 8 วินิจฉัยแล้วว่า จำเลยที่ 2 เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์มิได้กระทำความผิดซึ่งจำเลยที่ 1 ก็มิได้โต้แย้งคำวินิจฉัยส่วนนี้ โจทก์จึงมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 78 ข้ออ้างตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ว่า จำเลยที่ 1 มีคำสั่งไปตามข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ 1 ตรวจสอบได้ มิใช่เหตุตามกฎหมายที่ทำให้โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน จำเลยที่ 1 เป็นคู่ความในคดีนี้ ข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการพิจารณาของศาลแรงงานภาค 8 แม้จำเลยที่ 2 จะไม่ต่อสู้คดีก็ย่อมมีผลผูกพันจำเลยที่ 1 ที่ศาลแรงงานภาค 8 พิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ตามคำฟ้องของโจทก์ได้ขอให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินทดแทนในกรณีว่างงานตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 และตามคำขอท้ายฟ้องได้ขอให้มีคำสั่งให้โจทก์ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ไว้ด้วย แต่ศาลแรงงานภาค 8 ไม่ได้มีคำสั่งในส่วนนี้อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลฎีกายกขึ้นแก้ไขเสียให้ถูกต้องโดยมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 จ่ายประโยชน์ทดแทนเป็นเงินทดแทนในกรณีว่างงานตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 78 ประกอบกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน

พ.ศ.2547 ข้อ 1 (1) แก่โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) และ 246 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 เมื่อมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 จ่ายเงินทดแทนในกรณีว่างงานให้แก่โจทก์แล้ว ทั้งตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ที่ขอให้จำเลยที่ 2 เปลี่ยนแปลงคำสั่งจากการเลิกจ้างโดยกระทำความผิดร้ายแรงเป็นการเลิกจ้างโดยที่โจทก์ไม่ได้กระทำความผิดก็เพื่อไปขอรับสิทธิประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานคดีนี้ กรณีจึงไม่มีเหตุบังคับให้จำเลยที่ 2 เปลี่ยนแปลงคำสั่งเลิกจ้างเพื่อการดังกล่าวตามคำขอให้โจทก์อีกต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 จ่ายประโยชน์ทดแทนเป็นเงินทดแทนในกรณีว่างงานตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 78 ประกอบกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน พ.ศ.2547 ข้อ 1 (1) แก่โจทก์ตามสิทธิและให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับคำขอในส่วนที่ขอให้จำเลยที่ 2 เปลี่ยนแปลงคำสั่งเลิกจ้างใหม่นั้นเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค 8

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิทยา บุญชู · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานภาค 8 - นางสาวยุวิสส์ร์ชญา ยกซิ่ว
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.262/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ108/2553
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ281/2553
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้