Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1620/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดต่อเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่นเมื่อคำฟ้องของโจทก์ไม่มีข้อเท็จจริงบรรยายมาว่า จำเลยคนใดทำให้โจทก์กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อเสรีภาพของโจทก์อย่างไรบ้างศาลย่อมสั่งยกฟ้องในข้อหาความผิดฐานนี้ได้ ฟ้องหาว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำบุกรุกอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 83 เมื่อคำฟ้องของโจทก์ไม่บรรยายว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้ร่วมกระทำบุกรุกกับจำเลยที่ 1 หรือเป็น ผู้สนับสนุนการกระทำของจำเลยที่ 1 อย่างไรศาลย่อมสั่งยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 ในข้อหานี้ไปเสียได้เช่นกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามสมคบกันกระทำผิดกฎหมาย กล่าวคือจำเลยทั้งสามมีความประสงค์จะให้โจทก์และบริวารออกไปจากบ้านเลขที่๖๘๘/๒๑ ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เพื่อเข้าครอบครองบ้านเสียเอง แต่จำเลยทั้งสามกระทำการโดยชอบด้วยกฎหมายไม่เป็นผลจำเลยทั้งสามจึงคบคิดกันใช้อุบายโดยมิชอบอาศัยเหตุในกฎหมายเป็นเครื่องมือ คือ จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นภริยาจำเลยที่ ๓ ได้แกล้งทำสัญญากู้ยืมเงิน๑๐๐,๐๐๐ บาทจากจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๑ ร่วมรู้เห็นเป็นพยานในสัญญากู้ซึ่งความจริงมิได้กู้ยืมเงินกันจริง เมื่อถึงกำหนดชำระเงิน จำเลยที่ ๑ ก็ฟ้องจำเลยที่ ๒ เป็นคดีแพ่ง ครั้นจำเลยได้กระทำการชั้นเตรียมการเสร็จแล้วเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๑ เวลากลางวัน

จำเลยที่ ๑ กับทนายความของจำเลยที่ ๑ ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลจังหวัดชลบุรีไปทำการยึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ ที่บ้านเลขที่ ๖๘๘/๒๑ อันเป็นบ้านและเครื่องใช้ที่โจทก์เช่าจากจำเลยที่ ๒ เพื่อทำการค้าและครอบครองอยู่โดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์เสร็จแล้ว จำเลยที่ ๑ได้บังอาจกระทำความผิดตามแผนการที่ได้คบคิดกับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ไว้ก่อนแล้ว คือ ฉวยโอกาสเอาโซ่ล่ามประตูหน้าบ้านหลังบ้าน อันเป็นร้านขายอาหารของโจทก์ (บาร์สมานมิตร) แล้วใส่กุญแจ ทำให้โจทก์ทำการค้าไม่ได้ตามปกติ พร้อมกับนำกระดาษแผ่นใหญ่เขียนเป็นประกาศว่า "ปิดกิจการ" ปิดไว้ที่แผ่นกระจกหน้าร้าน ประชาชนมองเห็นได้ง่ายเป็นการแสดงออกว่าร้านขายอาหารของโจทก์ปิดดำเนินการค้าแล้วโดยเจตนาทุจริต และได้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีลงลายมือชื่อไว้ในแผ่นกระดาษนั้นด้วย

ปรากฏตามภาพถ่ายท้ายฟ้อง การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการข่มขืนใจโจทก์ให้จำยอมต้องปิดการค้าของโจทก์จนบัดนี้ และเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์โดยปกติสุข ซึ่งจำเลยไม่มีสิทธิจะกระทำเช่นนั้นได้ ทำให้โจทก์เสียหาย เหตุเกิดที่ตำบลบางปลาสร้อย อำเภอเมืองจังหวัดชลบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๙, ๓๖๒, ๘๓

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นตรวจฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า ฟ้องโจทก์ฐานความผิดต่อเสรีภาพตามมาตรา ๓๐๙ ที่โจทก์บรรยายฟ้อง ไม่เห็นว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดอย่างใด จึงให้ยกฟ้องข้อหานี้ ส่วนข้อหาฐานบุกรุก ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้กระทำความผิดอย่างใด จึงให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ที่ ๓นัดไต่สวนมูลฟ้องจำเลยที่ ๑ ในข้อหานี้

โจทก์อุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์มีมูลความผิดอาญาทั้งสองข้อหาสำหรับจำเลยทุกคน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดต่อเสรีภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๙ บัญญัติว่า "ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายเสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น ฯลฯ"การกระทำของจำเลยทั้งสามตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่มีข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นว่าจำเลยได้กระทำให้โจทก์กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของโจทก์อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กฎหมายระบุไว้เลย การที่จำเลยแกล้งก่อหนี้เท็จฟ้องเท็จกัน แล้วจำเลยที่ ๑นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดบ้านและเครื่องใช้ของจำเลยที่ ๒ ซึ่งโจทก์เช่าจากจำเลยที่ ๒ เป็นเหตุให้โจทก์ต้องปิดการค้าของโจทก์นั้น

คำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยคนใดทำให้โจทก์กลัวว่า จะเกิดอันตรายต่อเสรีภาพของโจทก์อย่างไรบ้าง ฎีกาโจทก์ข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น ส่วนข้อหาสำหรับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ฐานร่วมกันบุกรุกร่วมกับจำเลยที่ ๑ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๘๓ นั้น ถึงแม้ว่าผู้ให้เช่าอาจมีความผิดฐานบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผู้อื่นเช่าอยู่โดยชอบด้วยกฎหมายได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ แต่คำฟ้องโจทก์ไม่บรรยายว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้ร่วมกระทำการบุกรุกกับจำเลยที่ ๑ หรือเป็นผู้สนับสนุนการกระทำของจำเลยที่ ๑ อย่างไรฟ้องจึงไม่มีมูลฐานบุกรุกสำหรับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วินัย ทองลงยา · ทองคำ จารุเหติ · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลล่าง
ศาลแขวงชลบุรี - นายสมชัย ศิริบุตร
ศาลอุทธรณ์ - นายแถม สุรทิณฑ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้