Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 162/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีที่ข้อเท็จจริงมีเพียงว่า มีผู้แจ้งความ (ในข้อหาชิงทรัพย์)เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2508 ต่อมาวันที่ 14 สิงหาคม 2508 สายลับแจ้งว่าจำเลยกลับมานอนบ้านเจ้าพนักงานจึงไปจับจำเลยเข้าจับเวลา 5.40 นาฬิกา ไม่ปรากฏว่ามีการขออนุญาตพิเศษจากผู้ว่าราชการจังหวัดหรือไม่อาจขอได้ทันเพราะเหตุใด เช่นนี้คดีไม่พอจะฟังว่าเป็นการฉุกเฉินอย่างยิ่งฉะนั้น การที่เจ้าพนักงานจับจำเลยในที่รโหฐานในเวลากลางคืนจึงไม่มีอำนาจที่จะทำได้หากจำเลยต่อสู้จำเลยก็ไม่มีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 96(2)) จำเลยให้การว่า ได้ทำร้ายเจ้าพนักงานจริง แต่ต่อสู้ว่า สำคัญผิดว่าเป็นคนร้ายและได้ต่อสู้เช่นนี้มาตั้งแต่ชั้นสอบสวนเมื่อพิเคราะห์การกระทำของเจ้าพนักงานที่ขึ้นไปจับจำเลยบนเรือนในเวลากลางคืนขณะจำเลยยังนอนอยู่และทันทีที่รู้ตัวจำเลยก็ลุกขึ้นสู้เช่นนี้ น่าเชื่อว่าจำเลยไม่ทันเข้าใจว่าเป็นเจ้าพนักงาน และการกระทำของจำเลยเท่าที่ได้กระทำไปนั้น (มีดฟัน 1 ที) ก็พอสมควรแก่เหตุ จำเลยจึงไม่มีความผิด (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2508 เวลากลางคืนก่อนเที่ยงสิบตำรวจตรีจำเนียร สิบตำรวจโทหอม สิบตำรวจโทเสงี่ยมและพลตำรวจสมัครสุวิทย์ได้ร่วมกับร้อยตำรวจเอกสินธ์ ผู้บังคับกองสถานีตำรวจอำเภอแสวงหา ไปจับนายตุ้ม และจำเลยในข้อหาชิงทรัพย์ของนายชิดซึ่งนายชิดได้แจ้งขอให้จับและร้องทุกข์ไว้แล้ว จำเลยนี้ได้ต่อสู้ขัดขวางและทำร้ายร่างกายสิบตำรวจตรีจำเนียร ขอให้ลงโทษจำเลยให้การว่า ได้ทำร้ายเจ้าพนักงานตำรวจจริง เพราะสำคัญผิดว่าเป็นคนร้าย บาดแผลที่ทำร้ายจะมากน้อยเพียงใด ไม่ทราบ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ให้ลงโทษจำคุกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วโจทก์ชี้แจงมาในฎีกาว่า จำเลยเป็นผู้ร้ายสำคัญเมื่อเจ้าพนักงานทราบจากสายลับแล้วไม่สามารถขออนุญาตพิเศษจากผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทัน จึงถือได้ว่าเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง ข้อเท็จจริงมีเพียงว่า มีผู้แจ้งความเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2508 ต่อมาวันที่ 14 สิงหาคม 2508 สายลับจึงแจ้งว่าจำเลยกลับมานนอนที่บ้าน ครั้นเวลาประมาณ 3.00 นาฬิกา เจ้าพนักงานจึงพากันไปจับจำเลยและเข้าจับเวลา 5.40 นาฬิกา ไม่ปรากฏว่ามีการขออนุญาตพิเศษจากผู้ว่าราชการจังหวัด หรือไม่อาจขอได้ทันเพราะเหตุใดกรณีฉุกเฉินตามมาตรา 96(2)

ต้องเป็นการฉุกเฉินอย่างยิ่งจึงจะต้องด้วยข้อยกเว้นนั้น ศาลฎีกาพิจารณาข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบมาแล้ว เห็นว่าคดีไม่พอจะฟังว่ากรณีนี้เป็นการฉุกเฉินอย่างยิ่งฉะนั้นการที่เจ้าพนักงานไปจับจำเลยในที่รโหฐาน ในเวลากลางคืนจึงไม่มีอำนาจที่จะทำได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ตามนัยฎีกาที่ 187/2507โจทก์นำสืบด้วยว่า เมื่อขึ้นไปบนเรือนได้ร้องบอกว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและขณะนั้นเจ้าหน้าที่ทุกคนแต่งเครื่องแบบแต่จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยสำคัญผิดว่าเป็นคนร้ายและได้ต่อสู้เช่นนี้มาตั้งแต่ชั้นสอบสวน พิเคราะห์การกระทำของเจ้าพนักงานที่ขึ้นไปบนเรือนในขณะที่ยังเป็นเวลากลางคืน จำเลยยังนอนอยู่และทันทีที่รู้ตัวจำเลยก็ลุกขึ้นสู้เช่นนี้ น่าเชื่อว่าจำเลยจะไม่ทันเข้าใจว่าคนเหล่านั้นเป็นเจ้าพนักงาน และการกระทำของจำเลยเท่าที่ได้กระทำไปนั้น (มีดฟัน 1 ที) ก็พอสมควรแก่เหตุ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แปล บุณยเกียรติ · สอาด นาวีเจริญ · เพรียง โรจนรัส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้