Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1619/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทำใบยืมเงินไปซื้อโคให้โจทก์ จะนำใบสำคัญคู่จ่ายส่งคืนภายหลัง จำเลยได้ซื้อโคตามที่ได้รับมอบหมายในวัตถุประสงค์ของโจทก์มีใบรับเงินของผู้ขายแล้ว จำเลยไม่ต้องรับผิดในเหตุที่โจทก์ได้รับชำระหนี้จากบุคคลภายนอกไม่ครบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 248,355 บาท52 สตางค์ พร้อมดอกเบี้ย

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยทั้งสามเป็นกรรมการจัดซื้อโคนอกที่ตั้งเพื่อใช้ทำอาหารสำเร็จรูปตามวัตถุประสงค์ของโจทก์ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2517 จำเลยที่ 3 ได้มอบให้จำเลยที่ 2ยืมเงินทดรองจากกองเงินของโจทก์ และรับเงินไป 875,000 บาท ตามใบยืมเลขที่ 2/18 เอกสารหมาย จ.18 เพื่อซื้อโคประมาณ 350 ตัว ที่จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมามีการส่งโคเข้ามาฆ่าในโรงงานฆ่าสัตว์ของโจทก์ที่ตำบลปากแรด อำเภอบ้านโป่งจังหวัดราชบุรี เจ้าหน้าที่ได้ทำการหักล้างใบยืมแล้ว คงค้างชำระอยู่ 268,676 บาท52 สตางค์ โจทก์ให้จำเลยทั้งสามชำระ จำเลยทั้งสามถือว่าได้ชำระเงินค่าซื้อโคให้แก่นายเดชาผู้ขายแล้ว และจำเลยได้นำใบเสร็จรับเงิน 4 ฉบับ

รวมจำนวนเงิน875,000 บาท ส่งใช้หักหนี้แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ของโจทก์ไม่ยอมรับ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดปัญหามีว่า จำเลยที่ 2, ที่ 3 นำเงิน 875,000 บาท ไปซื้อโคจริงหรือไม่ ถ้าจริงใบเสร็จรับเงิน (บิลเงินสด) เอกสารหมาย ล.5, ล.6, ล.7 และ ล.8 ใช้เป็นหลักฐานหักล้างเงินยืมตามใบยืมเอกสารหมาย จ.18 ได้เพียงใดหรือไม่ และจำเลยทั้งสามจะต้องรับผิดเพียงใดหรือไม่ที่โจทก์ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2, ที่ 3 จ่ายเงิน 875,000บาทให้นายเดชา เพราะนายเดชาเบิกความว่าไม่ได้รับเงินตามเอกสารหมาย ล.3พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 2, ที่ 3 และนายเดชาผู้ขายโคเบิกความฟังได้ว่า นายเดชาได้พาจำเลยที่ 2, ที่ 3 ไปดูฝูงโคที่อำเภอเชียงดาวและอำเภอแม่ริม

มีโคอยู่ 4 ฝูง 364 ตัว จำเลยที่ 2, ที่ 3 ตรวจดูโคแล้วตกลงรับซื้อทั้งหมด ได้จ่ายเงิน 875,000บาทให้นายเดชาเป็นค่าโค และนายเดชาได้ออกใบเสร็จรับเงินให้จำเลยที่ 2, ที่ 3 ตามเอกสารหมาย ล.5, ล.6, ล.7 และ ล.8 ระหว่างสอบสวนของคณะกรรมการที่โจทก์ตั้งขึ้นเพื่อหาสาเหตุที่จำเลยทั้งสามไม่ชำระเงินยืมทดรองจ่ายโดยเฉพาะนายประสาสน์ โกมลภัส ก็เบิกความว่าจำเลยที่ 3 ได้นำใบเสร็จรับเงิน 4 ฉบับ เงิน 800,000 บาทเศษ ตามจำนวนเงินที่ยืมมาแสดงต่อคณะกรรมการสอบสวนแต่คืนให้จำเลยที่ 3 เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องระหว่างกรรมการจัดซื้อโคกับนายเดชาไม่ใช่เรื่องโจทก์กับนายเดชา และโจทก์ซื้อโคเป็นซาก ไม่ใช่โคเป็น ๆ จึงไม่ยอมรับใบรับเงิน ดังนี้เป็นกรณีโจทก์นำสืบรับว่าจำเลยที่ 2, ที่ 3 จ่ายเงินให้นายเดชารับไปตามใบเสร็จรับเงินหมายเลข

ล.5, ล.6, ล.7 และ ล.8 จำเลยที่ 2, ที่ 3 จึงไม่ต้องอาศัยเอกสารดังกล่าวเป็นพยานศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยที่ 2, ที่ 3 จ่ายเงินจำนวน 875,000 บาทให้นายเดชาตามใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย ล.5, ล.6, ล.7 และ ล.8 จริงส่วนฎีกาในปัญหาว่าใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย ล.5, ล.6, ล.7 และ ล.8เป็นหลักฐานหักล้างเงินยืมตามเอกสารหมาย จ.18 ได้หรือไม่ ที่พลโทพงษ์ ทิพยวาทีอดีตผู้อำนวยการองค์การโจทก์ว่า ไม่มีระเบียบให้นำใบเสร็จรับเงินของผู้ขายโคมาเป็นใบสำคัญในการหักล้างเงินยืมและที่นายประสาสน์ โกมลภัส รองผู้อำนวยการองค์การโจทก์ว่า การหักใช้เงินยืม ต้องกระทำโดยโจทก์ออกเช็คให้แก่ผู้ขายโค แล้วผู้ขายโคสลักหลังเช็คให้กรรมการเพื่อให้คณะกรรมการจัดซื้อนำเช็คมาหักใช้เงินยืม ทั้งสองประการนี้

ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่มีข้อบังคับหรือระเบียบของโจทก์กำหนดไว้ย่อมไม่ต้องห้ามที่จำเลยจะส่งใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย ล.5, ล.6,ล.7 และ ล.8 หักล้างเงินยืม ในใบยืมเอกสารหมาย จ.18 จำเลยที่ 3 แสดงความประสงค์ขอยืมเงินเพื่อให้จ่ายในการซื้อโค และจะนำใบสำคัญคู่จ่ายที่ถูกต้องรวมทั้งเงินเหลือจ่ายส่งใช้คืนภายในระยะเวลาที่กำหนด (ในใบยืมไม่ได้กำหนดวันที่ส่งใบสำคัญคู่จ่าย) ประกอบกับไม่มีข้อบังคับว่าใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย ล.5, ล.6, ล.7 และ ล.8 ต้องห้ามไม่ให้ใช้เป็นใบสำคัญคู่จ่ายส่งใช้เงินยืมเช่นนี้

ศาลฎีกาเห็นว่าใบเสร็จรับเงินทั้ง 4 ฉบับ ย่อมเป็นใบสำคัญคู่จ่ายอันอาจส่งใช้เพื่อหักหนี้เงินยืมได้ และเมื่อโจทก์ออกข้อบังคับว่าด้วยเงินยืมทดรอง พ.ศ. 2518 แล้ว ข้อ 4. ก็ระบุว่าใบสำคัญจ่ายหมายความว่า ใบเสร็จรับเงิน และข้อ 9. ระบุว่า ผู้ยืมจะต้องส่งคืนเงินยืมที่เหลือจ่าย หรือใบสำคัญคู่จ่ายทันทีหรืออย่างช้าภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่กลับจากการปฏิบัติงาน ดังนี้ข้อที่เจ้าหน้าที่ของโจทก์ไม่รับใบเสร็จรับเงินจากจำเลยเป็นการหักหนี้เงินยืม โดยอ้างว่าต้องเป็นเช็คที่โจทก์มอบให้ผู้ขายโค จึงไม่มีข้อบังคับหรือระเบียบใดสนับสนุนศาลฎีกาเห็นว่าใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย ล.5, ล.6, ล.7 และ ล.8 ใช้เป็นใบสำคัญคู่จ่ายหักล้างเงินยืมทดรองได้ และเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 2,ที่ 3 ซื้อโคมาตามที่ได้รับมอบหมายในวัตถุประสงค์ของโจทก์แล้ว ไม่ต้องรับผิดในเหตุที่โจทก์ได้รับโคไม่ครบ เพราะตามใบยืม จำเลยที่ 3 เพียงแต่ยืมไปซื้อโคและจะนำใบสำคัญคู่จ่ายส่งคืนภายหลังเท่านั้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร วรรณแสง · พยนต์ ยาวะประภาษ · สุทิน เลิศวิรุฬห์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2651/2566

โจทก์นำสืบให้เห็นถึงความไม่สุจริตของฝ่ายจำเลยในการติดต่อซื้อขายระหว่างประเทศครั้งนี้ไว้แล้ว โดยเฉพาะการกระทำตามอำเภอใจของจำเลยที่ 2 ตั้งแต่การเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ในการเจรจากับโจทก์มาตลอด การไม่ยอม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2031/2551

ลูกหนี้มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการเงินการลงทุนลูกหนี้ในฐานะตัวแทนต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝืมือเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้ และสมควรจะต้องใช้ในการนำเงินของเจ้าหนี้ไปลงทุนตาม ป.พ.พ. มาตรา 80…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2538

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า (1) ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ (2) โจทก์หรือจำเลยทั้งหกเป็นฝ่ายผิดสัญญา (3) โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือไม่ เพียงใด โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6มอบโฉนดที่ดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2419/2534

โจทก์ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจากจำเลยที่ 2 มีที่ดินและบ้านจำนองเป็นประกันระเบียบของจำเลยที่ 2 กำหนดให้โจทก์เอาประกันบ้านดังกล่าวโดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประโยชน์ในการประกันภัยผู้จัดการสาขาจำเลยที่ 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2957/2529

จำเลยเป็นผู้จัดการธนาคารสาขาของโจทก์ได้อนุมัติให้ลูกหนี้กู้เบิกเงินเกินบัญชีผิดต่อระเบียบกฎเกณฑ์และคำสั่งของโจทก์การที่จำเลยรายงานยอดบัญชีไปให้โจทก์ทราบทุกสิ้นเดือนทุกหกเดือนและทุกสิ้นปีโดยแจ้งชื่อลูก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้