Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1617/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าซื้อมีข้อตกลงว่า ในวันทำสัญญา ผู้เช่าซื้อได้ชำระค่าเช่าซื้อให้ผู้ให้เช่าซื้อแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนค่าเช่าที่เหลือจะชำระในวันที่กำหนดในสัญญาอีกงวดหนึ่ง ถือได้ว่าได้มีการตกลงชำระค่าเช่าซื้อกันเป็น 2 งวด และข้อตกลงว่าถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้องวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดสัญญาเช่าซื้อทั้งหมดไม่ขัดต่อมาตรา 574 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ผู้เช่าซื้อไม่ชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญา ผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาแล้วนอกจากผู้ให้เช่าซื้อจะมีสิทธิเอาทรัพย์คืนและริบเงินค่าเช่าซื้อที่ชำระไปแล้ว ผู้เช่าซื้อยังต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อตามที่ตกลงไว้ในสัญญาด้วยคำฟ้องบังคับให้ผู้เช่าซื้อชำระเงินค่าเช่าซื้อ โดยมิได้บรรยายถึงว่า ผู้ให้เช่าซื้อเอาทรัพย์ที่เช่าซื้อกลับคืนแล้ว ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุมข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ใช่สภาพแห่งข้อหา ไม่จำต้องกล่าวในฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2510 จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถแทรกเตอร์กับอุปกรณ์ไปจากโจทก์ ราคา 127,500 บาทโดยจำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าเช่าซื้อให้โจทก์ในวันทำสัญญา 70,000 บาทส่วนที่เหลือ จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระให้เป็นหนึ่งงวดในวันที่ 25 มีนาคม 2511 โดยจะชำระ 57,500 บาท หากผิดนัด จำเลยที่ 1 ยอมชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์เต็มสัญญา รวมทั้งค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทันที พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี โดยมีจำเลยที่ 2 ที่ 3 เซ็นสัญญาค้ำประกันไว้ต่อโจทก์ จำเลยผิดนัดผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าซื้อขอให้พิพากษาบังคับจำเลยชำระเงิน 57,500 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ก่อนยื่นคำให้การ

โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 3จำเลยที่ 1 ที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยผิดนัด เพราะจำเลยที่ 3 ได้ชำระหนี้ให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว และจำเลยบอกเลิกสัญญาให้โจทก์มารับรถคืนไปตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2511 ครั้นเดือนเมษายน 2511 โจทก์จึงมารับรถคืน สัญญาเช่าซื้อจึงสิ้นสุดลงทันทีเงิน 70,000 บาท ที่จำเลยที่ 1 ชำระให้โจทก์ ก็เท่ากับค่าเช่าโจทก์จะเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างอยู่ 57,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอีกไม่ได้ สภาพสัญญาตามฟ้องตกเป็นโมฆะ ตามสัญญาเช่าซื้ออันเป็นมูลที่โจทก์ฟ้องกำหนดชำระหนี้งวดเดียวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 บัญญัติว่าผู้ซื้อจะต้องผิดนัด 2 คราวติด ๆ กัน กรณีของจำเลยจึงยังไม่อยู่ในฐานะผิดสัญญาโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โดยไม่บรรยายว่าโจทก์ได้รับรถคืนไปแล้วศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ไม่ขัดต่อมาตรา 574 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามกำหนดในสัญญา โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1 ไม่ได้บอกเลิกสัญญาคืนรถแก่โจทก์ จำเลยที่ 3 ไม่ได้ชำระค่าเช่าซื้อแทนจำเลยที่ 1 แต่โจทก์เอารถคืนมาแล้วสัญญาเช่าซื้อระงับไป โจทก์จึงมีสิทธิริบเงินค่าเช่าซื้อที่จำเลยชำระแล้ว และยังมีสิทธิเรียกร้องเงินจากจำเลยได้ตามสัญญา พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ใช้เงิน20,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า สัญญาหมายเลข

จ.1 ไม่มีลักษณะเป็นสัญญาเช่าซื้อเพราะมีข้อตกลงให้ชำระราคารถเพียงงวดเดียว ไม่ได้ตกลงแบ่งชำระราคารถออกเป็นงวด ๆ จึงมีลักษณะเป็นสัญญาจะซื้อจะขายจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ชำระราคารถที่เหลืออีก 57,500 บาท ตามสัญญาโจทก์ยึดรถคืน จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและถือว่าโจทก์ได้เลิกสัญญากับจำเลยแล้วโดยปริยาย ทั้งนี้ ไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิที่โจทก์จะเรียกร้องค่าเสียหาย และพิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญานี้ ได้มีการชำระเงินค่าเช่าซื้อกันเป็น 2 งวด ๆ แรกคือในวันทำสัญญา เป็นเงิน 70,000 บาท ส่วนค่าเช่าซื้อที่เหลือ 57,500 บาท จะชำระกันในวันที่ 25 มีนาคม 2511หาได้มีการตกลงชำระเงินกันงวดเดียวไม่ และในสัญญา ข้อ 12 ระบุว่า"ถ้าผู้เช่าผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อไม่ว่างวดใดงวดหนึ่ง

ผู้เช่ายินยอมให้ถือว่าผิดนัดสัญญาเช่าซื้อทั้งหมด...ฯลฯ" ก็มีผลใช้บังคับได้ ไม่ขัดต่อบทบัญญัติในมาตรา 574 วรรค 2 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อจำเลยไม่ชำระค่าเช่าซื้อ 57,500 บาท ให้โจทก์ตามนัดโจทก์ก็ชอบที่จะบอกเลิกสัญญา ริบเงินค่าเช่าซื้อที่ได้ชำระไปแล้ว และเอารถคืนได้ผลจากการเลิกสัญญา นอกจากโจทก์จะมีสิทธิเอารถคืนและริบเงินค่าเช่าซื้อที่ได้ชำระไปแล้วจำเลยยังจะต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ตามสัญญาข้อ 10, 12 อีกด้วยในข้อที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องตามข้อเท็จจริงว่าได้เอารถพิพาทกลับคืนแล้ว เป็นการอำพรางรูปคดีและปิดบังความจริงเป็นฟ้องเคลือบคลุม นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ใช่สภาพแห่งข้อหา ไม่จำเป็นต้องกล่าวในฟ้องพิพากษายืนในผลแห่งคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย รชตะนันทน์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · เพรียบ หุตางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้