Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16136/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จากพฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 ที่พบเห็นผู้เสียหายที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์พาเด็กหญิง ม. ซึ่งเคยเป็นคนรักของจำเลยที่ 2 มาซื้อของ จำเลยที่ 2 จึงขับรถจักรยานยนต์ติดตามไปปาดหน้ารถของผู้เสียหายที่ 1 และใช้อาวุธมีดชี้หน้าบังคับให้หยุดรถ หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์ติดตามมาโดยมีคนร้ายนั่งซ้อนท้ายมาจอดในบริเวณที่เกิดเหตุ แล้วคนร้ายใช้อาวุธมีดฟันผู้เสียหายที่ 1 ทันที และหลบหนี้ไปด้วยกันย่อมบ่งชี้ชัดว่า จำเลยที่ 2 มีเจตนาร่วมสมคบกับพวกมาทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 ฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 มีเจตนาร่วมกับพวกในการใช้อาวุธมีดฟันผู้เสียหายที่ 1 จริง แต่การที่พวกของจำเลยที่ 2 ใช้อาวุธมีดฟันผู้เสียหายที่ 1 ที่ศีรษะซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ แต่ก็ฟันเพียงครั้งเดียว ในขณะที่ผู้เสียหายที่ 1 ไม่ทันระวังตัว ไม่ได้ต่อสู้หรือมีผู้ใดขัดขวาง หลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏว่าพวกจำเลยที่ 2 ฟันผู้เสียหายที่ 1 ซ้ำอีก ทั้งบาดแผลที่ผู้เสียหายที่ 1 ได้รับ มีความยาว 5 เซนติเมตร ไม่ลึกถึงกะโหลกศีรษะ สามารถรักษาได้ภายใน 7 ถึง 14 วัน แสดงว่าไม่ได้ฟันโดยแรง ทั้ง ๆ ที่เป็นอาวุธมีดขนาดใหญ่ที่สามารถใช้ฟัน อันตรายต่อชีวิตได้โดยฟันครั้งเดียว พฤติการณ์แห่งคดีคงฟังได้เพียงว่าจำเลยที่ 2 กับพวกมีเจตนาทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 เท่านั้น ไม่มีเจตนาฆ่า ผู้เสียหายที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่ผิดฐานพยายามฆ่า และเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี จำเลยที่ 1 ซึ่งถูกฟ้องกล่าวหาว่าร่วมกระทำความผิดย่อมได้รับประโยชน์ด้วย แม้คดีส่วนของจำเลยที่ 1 จะยุติแล้ว ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 ประกอบมาตรา 215 และ 225

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ เดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิจารณาและพิพากษารวมกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 71/2556 ของศาลชั้นต้น โดยจำเลยในคดีอาญาดังกล่าวคือจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ และคดีหมายเลขแดงที่ 71/2556 ของศาลชั้นต้นยุติแล้วตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 คงขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะคดีนี้

โจทก์ฟ้องทั้งสองสำนวนขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 83, 91, 288, 371 ริบอาวุธมีดดาบของกลาง และนับโทษหรือระยะเวลาควบคุมเพื่อฝึกอบรมของจำเลยที่ 1 ทั้งสองคดีต่อเนื่องกัน

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยทั้งสองขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ และจำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83, 371 ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ขณะกระทำความผิดจำเลยที่ 1 มีอายุ 15 ปีเศษ จำเลยที่ 2 อายุ 16 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น จำเลยที่ 1 กระทำความผิดสองกระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 10 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 5 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร ปรับคนละ 50 บาท จำเลยที่ 1 กระทำความผิดสองกระทง

รวมปรับ 100 บาท ปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 50 บาท รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี และปรับ 100 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 5 ปี และปรับ 50 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี และปรับ 50 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน และปรับ 25 บาท อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 142 (1) ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งจำเลยทั้งสองให้ไปฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 6 จังหวัดนครสวรรค์ สำหรับจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี สำหรับจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน

นับแต่วันพิพากษา หากจำเลยอายุครบ 24 ปีบริบูรณ์ ก่อนครบกำหนดระยะเวลาฝึกอบรม ให้ส่งจำเลยทั้งสองไปจำคุกในเรือนจำจังหวัดพิจิตรเท่ากับระยะเวลาฝึกอบรมที่เหลืออยู่ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับ ให้ส่งตัวไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขต 6 จังหวัดนครสวรรค์ มีกำหนดคนละ 1 วัน ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ริบอาวุธมีดของกลาง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ในข้อหาพยายามฆ่า นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์มีว่า จำเลยที่ 2 มีเจตนาร่วมกับคนร้ายใช้มีดฟันผู้เสียหายที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกใช้อาวุธมีดฟันผู้เสียหายที่ 1 โดยมีเจตนาฆ่า จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ โจทก์มีพยานเข้าสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยที่ 2 คือ ผู้เสียหายที่ 1 กับคำให้การในชั้นสอบสวนของเด็กหญิงมาลัย มานำสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยที่ 2 ผู้เสียหายที่ 1 เบิกความยืนยันชัดเจนว่า จำเลยที่ 2 ถืออาวุธมีดปลายแหลม ตอนกลางโค้ง ยาวประมาณ 1 ไม้บรรทัด ขับรถจักรยานยนต์ปาดหน้าแล้วใช้อาวุธมีดชี้หน้าบังคับให้หยุดรถ เมื่อผู้เสียหายที่ 1 หยุดรถกำลังพูดคุยกับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์มีคนร้ายนั่งซ้อนท้ายมาจอดในบริเวณที่เกิดเหตุ แล้วคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายเข้ามาใช้อาวุธมีดฟันผู้เสียหายที่ 1 ทันที

หลังจากนั้นก็ขับรถหลบหนีไปทางเดียวกัน สอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวนของเด็กหญิงมาลัย ผู้เสียหายที่ 1 ไม่รู้จักจำเลยที่ 1 และคนร้ายที่ใช้อาวุธมีดฟันผู้เสียหายที่ 1 มาก่อน แต่พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 พบเห็นผู้เสียหายที่ 1 ขับรถจักรยานยนต์พาเด็กหญิงมาลัย ซึ่งเคยเป็นคนรักของจำเลยที่ 2 มาซื้อของ ก็ถืออาวุธมีดขับรถติดตามไปปาดหน้า หลังจากนั้นพวกของจำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์ติดตามมาแล้วใช้อาวุธมีดฟันผู้เสียหายที่ 1 ทันที และหลบหนีไปด้วยกัน ย่อมบ่งชี้ชัดว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาร่วมสมคบกันมาทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 ในชั้นอุทธรณ์จำเลยที่ 2 ก็โต้แย้งเพียงว่า การกระทำของพวกของจำเลยมีเพียงเจตนาทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 เท่านั้น

ไม่มีเจตนาฆ่า ไม่ได้โต้แย้งว่าไม่ได้มีเจตนาร่วมกับพวกในการทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ฟังได้เป็นที่พอใจแล้วว่า จำเลยที่ 2 มีเจตนาร่วมกับพวกในการใช้อาวุธมีดฟันผู้เสียหายที่ 1 ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น สำหรับปัญหาว่า การกระทำของจำเลยที่ 2 กับพวก แสดงว่ามีเจตนาฆ่าผู้เสียหายที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า แม้พวกของจำเลยที่ 2 จะใช้อาวุธมีดฟันผู้เสียหายที่ศีรษะซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ แต่พวกจำเลยก็ฟันเพียงครั้งเดียว ในขณะที่ผู้เสียหายไม่ทันระวังตัว ไม่ได้ต่อสู้ หรือมีผู้ใดเข้าขัดขวาง หลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏว่าพวกจำเลยฟันผู้เสียหายซ้ำอีก ทั้งบาดแผลที่ผู้เสียหายที่ 1 ได้รับ

มีความยาว 5 เซนติเมตร ไม่ลึกถึงกะโหลกศีรษะ สามารถรักษาให้หายได้ภายใน 7 ถึง 14 วัน แสดงว่าพวกจำเลยไม่ได้ฟันโดยแรง ทั้ง ๆ ที่เป็นอาวุธมีดขนาดใหญ่ที่สามารถใช้ฟันทำอันตรายต่อชีวิตได้โดยฟันเพียงครั้งเดียว พฤติการณ์แห่งคดีคงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 กับพวกมีเจตนาทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 เท่านั้น ไม่มีเจตนาฆ่าผู้เสียหายที่ 1 ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง พฤติการณ์ที่พวกของจำเลยที่ 2 ใช้มีดฟันผู้เสียหายที่ 1 โดยมีเจตนาเพียงทำร้ายร่างกาย ย่อมเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี จำเลยที่ 1 ซึ่งถูกฟ้องกล่าวหาว่าร่วมกระทำความผิดย่อมได้รับประโยชน์ด้วย ดังนั้น แม้คดีส่วนของจำเลยที่ 1 จะยุติแล้ว ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ประกอบมาตรา 215 และ 225

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 83 ลดมาตราส่วนโทษคนละกึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุกคนละ 1 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษให้อีกกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 6 เดือน สำหรับจำเลยที่ 1 เมื่อรวมกับโทษพยายามฆ่าในสำนวนหลัง กับความผิดฐานพาอาวุธมีดแล้ว เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี 6 เดือน ปรับ 100 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 เมื่อรวมกับความผิดฐานพาอาวุธมีดแล้วเป็นจำคุก 6 เดือน ปรับ 50 บาท อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 142 (1) และวรรคท้าย ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งจำเลยที่ 1 ไปฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 2 (จังหวัดนครสวรรค์) มีกำหนด 1 ปี และส่งจำเลยที่ 2 ฝึกอบรมมีกำหนด 6 เดือน นับแต่วันฟังคำพิพากษา หากจำเลยทั้งสองมีอายุครบ 24 ปีบริบูรณ์ ก่อนครบกำหนดฝึกอบรม ให้ส่งจำคุกเท่ากับระยะเวลาฝึกอบรมที่เหลืออยู่ ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 ในข้อหาพยายามฆ่า นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรูญ ชีวิตโสภณ · พฤษภา พนมยันตร์ · บุญไชย ธนาพันธ์สิน
ศาลล่าง
ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพิจิตร - นายวุฒิเกียรติ กิติคุณไพโรจน์
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายลิขิต รัตนประภาพรรณ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ยช.(อ)134/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ154/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ70/2556
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกเยาวชนและครอบครัว
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้