Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1613/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

นอกจากหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องจะมีข้อความแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องแล้ว ยังมีข้อความเรื่องการโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างจำเลยที่ 1 กับผู้ร้องด้วย เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 กับผู้ร้องร่วมกันลงชื่อในหนังสือดังกล่าว จึงฟังได้ว่าวันที่มีการบอกกล่าวการโอนนั้น จำเลยที่ 1 ได้โอนสิทธิเรียกร้องให้ผู้ร้องก่อน แล้วจึงบอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้โดยทำเป็นหนังสือไว้ในเอกสารฉบับเดียวกัน การโอนสิทธิเรียกร้อง และการบอกกล่าวการโอนดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย แม้จะปรากฏว่าในวันต่อมาจำเลยที่ 1 กับผู้ร้องได้ทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวขึ้นอีกฉบับหนึ่งก็ไม่เป็นเหตุให้การบอกกล่าวการโอนนั้นเสียไป กฎหมายเพียงแต่กำหนดให้ผู้อ้างเอกสารมีหน้าที่ชำระค่าอ้างตั้งแต่เมื่อส่งเอกสารเป็นต้นไป มิใช่ว่าหากไม่ชำระทันทีแล้วจะรับฟังเอกสารนั้น ๆ ไม่ได้ การที่ผู้ร้องเพิ่งชำระค่าอ้างขณะยื่นคำแก้อุทธรณ์โดยไม่ปรากฏเหตุว่ามีเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งศาล แต่พฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นเพราะหลงลืมมาทราบภายหลังเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาคดีการชำระค่าอ้างดังกล่าวนับว่าผู้ร้องได้จัดการแก้ไขข้อหลงลืมแล้วไม่ทำให้การรับฟังพยานหลักฐานของผู้ร้องถึงกับเสียไป คดีขอให้ถอนคำสั่งอายัดชั่วคราวเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ การที่โจทก์อุทธรณ์ฎีกาในปัญหาว่าจะอายัดได้หรือไม่ก็เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้ค่าจ้างก่อสร้างอาคารเรียนจำนวน 425,836 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ

ระหว่างพิจารณาโจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นสั่งอายัดเงินค่าจ้างก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนวัดน้อยนพคุณที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิจะได้รับจากกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 600,000 บาทไว้ก่อนมีคำพิพากษา ศาลชั้นต้นสั่งอายัดตามขอผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 ได้โอนสิทธิเรียกร้องในเงินจำนวนดังกล่าวให้ผู้ร้องโดยชอบแล้วก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอายัดขอให้เพิกถอนคำสั่งโจทก์คัดค้านว่า จำเลยที่ 1 มิได้โอนสิทธิเรียกร้องเงินที่โจทก์ขออายัดให้แก่ผู้ร้อง การโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างจำเลยที่ 1 กับผู้ร้องเป็นไปโดยมิชอบเพราะบอกกล่าวการโอนไปยังกรมสามัญศึกษาก่อนโอนสิทธิเรียกร้อง และกรมสามัญศึกษามิได้ยินยอมด้วยในการโอน ในขณะที่โอนสิทธิเรียกร้อง

จำเลยที่ 1 ยังไม่ทราบว่าตนเป็นหนี้ผู้ร้องเท่าใด จึงเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สิทธิเรียกร้องดังกล่าวได้โอนไปยังผู้ร้องโดยชอบแล้ว และมีคำสั่งให้ถอนคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่ 1โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้พิจารณาหนังสือแจ้งการโอนเอกสารหมาย ร.8 ก็ปรากฏว่า หนังสือฉบับนี้ลงชื่อทั้งจำเลยที่ 1 และผู้ร้องข้อความในหนังสือ นอกจากเป็นเรื่องแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องแล้วยังมีข้อความเรื่องการโอนสิทธิเรียกร้องระหว่างจำเลยที่ 1กับผู้ร้องระบุไว้ด้วย จึงฟังได้ว่า ในวันที่ 19 กันยายน 2526 จำเลยที่ 1 ได้โอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวให้ผู้ร้องก่อน แล้วจำเลยที่ 1 กับผู้ร้องได้ร่วมกันบอกกล่าวการโอนไปยังกรมสามัญศึกษากระทรวงศึกษาธิการผู้เป็นลูกหนี้โดยทำเป็นหนังสือไว้ในเอกสารฉบับเดียวกันในวันเดียวกันตามเอกสารหมาย

ร.8 การโอนสิทธิเรียกร้องและการบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมายแม้จะปรากฏว่า ในวันที่ 20 กันยายน 2526 จำเลยที่ 1 กับผู้ร้องได้ทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวตามเอกสารหมาย ร.7 ขึ้นอีกฉบับหนึ่งก็ไม่เป็นเหตุให้การบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องตามเอกสารหมาย ร.8 เสียไปการชำระค่าอ้างเอกสารกฎหมายเพียงแต่กำหนดให้มีหน้าที่ชำระตั้งแต่เมื่อส่งเอกสารเป็นต้นไป มิใช่ว่าหากไม่ชำระทันทีแล้วจะรับฟังเอกสารนั้น ๆ ไม่ได้ คดีนี้ผู้ร้องเพิ่งชำระค่าอ้างขณะยื่นคำแก้อุทธรณ์ก็จริง แต่ก็ไม่ปรากฏว่า เหตุที่ยังไม่ชำระเนื่องมาจากผู้ร้องเจตนาฝ่าฝืนคำสั่งศาล พฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นเพราะหลงลืม มาทราบภายหลังเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษา และได้ชำระขณะยื่นคำแก้อุทธรณ์นับว่าผู้ร้องได้จัดการแก้ไขข้อหลงลืมแล้วไม่ทำให้การรับฟังพยานหลักฐานของผู้ร้องถึงกับเสียไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นอนึ่ง คดีของผู้ร้องที่ขอให้ถอนคำสั่งอายัดชั่วคราวเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ การที่โจทก์อุทธรณ์ฎีกาในปัญหาว่า จะอายัดได้หรือไม่ก็เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์การเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ จึงไม่ถูกต้องพิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลที่เสียเกินมาในชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้แก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถวิล ตรีเพชร · สกล เหมือนพะวงศ์ · พิมล สมานิตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6631/2568

เดิมจำเลยกู้ยืมเงินจาก พ. ต่อมามีการนำเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวมกันเป็นเงินต้นและทำสัญญาใหม่เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จาก พ. เป็นโจทก์ โดยมีการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินที่จำเลยจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3107/2568

แม้โจทก์มิใช่เจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 ในขณะที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนยกที่ดินให้จำเลยที่ 3 แต่เมื่อโจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องมาแล้วย่อมมีฐานะเป็นเจ้าหนี้เช่นกัน จึงต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิเช่นเดียวกับเจ้าห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1174/2568

ตามใบคำขอรับสินเชื่อจำเลยระบุว่าสมัครด้วยบัตรเครดิต ไม่ปรากฏว่าจำเลยตกลงรับสินเชื่อซื้อสินค้าและรับสินเชื่อเป็นเงินสด ตามคำฟ้องเป็นการใช้บัตรเครดิตชำระราคาสินค้าและเบิกถอนเงินสด แม้จำเลยสามารถเบิกถอนเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6557/2567

คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะที่จำเลยเป็นลูกหนี้ของจำเลยร่วม ซึ่งโจทก์และจำเลยร่วมทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องต่อกัน เพื่อโอนสิทธิเรียกร้องที่จำเลยร่วมมีอยู่ต่อจำเลยไปให้โจทก์ โดยโจทก์จ่ายเงินเป็นค่าตอบแทนให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 60/2566

โจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อสิทธิการเช่าพื้นที่การค้า มิใช่เป็นผู้รับโอนสิทธิการเช่าพื้นที่การค้า ตามประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี เอกสารหมาย จ.5 ระบุหมายเหตุการขายทอดตลาดสิทธิการเช่าว่า ผู้ซื้อได้จะต้องชำระค่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้