Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1613/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สามีจำเลยเป็นลูกหนี้ธนาคารโจทก์อยู่แล้วถึงแก่กรรม จำเลยทำหนังสือรับใช้หนี้ให้แก่โจทก์มีข้อความว่า"ข้าพเจ้าขอให้สัญญาในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นภริยาและผู้จัดการมรดกนายไสว ทวีการ ต่อธนาคารว่า ข้าพเจ้าจะนำเงินมาผ่อนชำระให้แก่ธนาคาร....." ดังนี้แสดงว่าจำเลยมิใช่ลูกหนี้โจทก์โดยตรง จำเลยเพียงแต่ทำหนังสือรับใช้หนี้โจทก์ในฐานะที่จำเลยเป็นภริยาซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกนายไสว ทวีการ ผู้ตายลูกหนี้โจทก์เท่านั้น จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว เมื่อจำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ดังกล่าวข้างต้น อายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 ที่มิให้เจ้าหนี้ฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนด 1 ปีนับแต่ความตายของเจ้ามรดกนั้น จึงสะดุดหยุดลง และต้องตั้งต้นนับใหม่ตามอายุความแห่งมูลหนี้จากการกู้เงินอันมีกำหนด 10 ปี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายไสว ทวีการ ได้กู้เงินโดยวิธีการเบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์แล้วไม่ชำระจนกระทั่งถึงแก่กรรม จำเลยซึ่งเป็นภริยานายไสวได้ทำความตกลงยอมชำระหนี้ของนายไสวแก่โจทก์แล้วก็ไม่ชำระขอให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู้ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้จำเลยรับผิดเป็นส่วนตัว สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยสำคัญผิดคิดว่านายไสวเป็นลูกหนี้เบิกเงินเกินบัญชี จึงลงนามให้ในสัญญา สัญญาจึงเป็นโมฆะ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า นายไสวต้องรับผิดชำระหนี้ให้แก่ธนาคารตามหลักเรื่องหนี้ทั่ว ๆ ไป เอกสารท้ายฟ้องแสดงว่าจำเลยรับผิดในฐานะผู้รับมรดกเท่านั้น ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้จะต้องฟ้องผู้รับมรดกภายในกำหนด ๑ ปี โจทก์มาฟ้องเมื่อพ้น ๑ ปีแล้ว คดีจึงขาดอายุความ ให้ยกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นายไสวต้องรับผิดตามโจทก์เรียกร้อง อายุความสิทธิเรียกร้องของโจทก์ต้องนับใหม่ตามอายุความแห่งมูลหนี้ที่จำเลยรับใช้คือ ๑๐ ปี จึงไม่ขาดอายุความ หนี้ของนายไสวผูกพันสินบริคณห์จำเลยยอมรับใช้หนี้ในฐานะผู้จัดการมรดกและในฐานะภริยานายไสวด้วย พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามฟ้องโจทก์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ทำความเห็นแย้งว่า จำเลยทำหนังสือรับใช้หนี้นายไสวในฐานะผู้จัดการมรดกเท่านั้น จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า อายุความเรียกร้องของโจทก์อันมีต่อเจ้ามรดกได้เปลี่ยนมาเป็นอายุความเรียกร้องอันมีต่อจำเลย จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ไว้ว่า "ข้าพเจ้าขอให้สัญญาในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นภริยาและผู้จัดการมรดกนายไสว ทวีการ ต่อธนาคารว่า ข้าพเจ้าจะนำเงินมาผ่อนชำระให้แก่ธนาคาร..." อายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๕๔ ที่มิให้เจ้าหนี้ฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนด ๑ ปี นับแต่ความตายของเจ้ามรดกนั้น จึงสะดุดหยุดลง ต้องตั้งต้นนับใหม่ตามอายุความแห่งมูลหนี้จากการกู้เงินอันมีกำหนด ๑๐ ปี ฟ้องโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ ตามหนังสือรับสภาพหนี้ดังกล่าวข้างต้น จำเลยทำหนังสือรับใช้หนี้โจทก์ในฐานะที่จำเลยเป็นภริยาซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกนายไสว ลูกหนี้โจทก์ มิได้รับรองให้หนี้นั้นผูกพันจำเลยเป็นส่วนตัว จึงต้องรับผิดในฐานะเป็นภริยาผู้รับมรดกนายไสว ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยต้องรับผิดในฐานะเป็นภริยาผู้รับมรดกนายไสว ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไฉน บุญยก · จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายกำจร ปัทมานันท์
ศาลอุทธรณ์ - นายชลัม รุทระวณิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้