Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1608/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 บัญญัติให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอเพิกถอนในกรณีที่จำเลยที่ 1มุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น ซึ่งมีความหมายว่าการโอนทรัพย์นั้นต้องเป็นการโอนให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นเจ้าหนี้อยู่ก่อนแล้ว และการโอนเช่นนั้นทำให้เจ้าหนี้อื่น ๆ ของจำเลยที่ 1 เสียเปรียบ เนื่องจากบรรดาเจ้าหนี้เหล่านั้นต่างก็จะไม่ได้รับชำระหนี้หรือไม่ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนจากจำเลยที่ 1 เพราะสภาพการมีหนี้สินล้นพ้นตัวซึ่งบรรดาเจ้าหนี้เหล่านั้นได้รับความเสียหายอยู่ก่อนแล้วจากการที่ลูกหนี้มีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สินซึ่งจะทำให้บรรดาเจ้าหนี้เหล่านั้นได้รับชำระหนี้เพียงส่วนเฉลี่ยในทรัพย์สินของลูกหนี้เท่านั้น ฉะนั้นเมื่อจำเลยที่ 1 นำทรัพย์สินเท่าที่มีไปชำระให้เจ้าหนี้คนหนึ่งโดยเฉพาะ จึงเป็นการให้เปรียบแก่เจ้าหนี้คนนั้นและทำให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบเพราะได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นเนื่องจากไม่มีโอกาสได้รับชำระโดยเฉลี่ยจากทรัพย์สินที่โอนไป กฎหมายจึงมุ่งคุ้มครองบรรดาเจ้าหนี้ด้วยกันซึ่งเป็นเจ้าหนี้อยู่ก่อนมิให้ได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งกันและกัน และให้อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพิกถอนการโอนหรือการกระทำใด ๆ ซึ่งเป็นการให้เปรียบเช่นนี้ได้ แต่กรณีการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์และพันธบัตรโทรศัพท์พิพาทอันเป็นสัญญาต่างตอบแทน ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้รับโอนมิได้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 มาก่อน ไม่มีปัญหาเรื่องผู้รับโอนจะได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่นหรือไม่ หากจะถือว่าการโอนของจำเลยที่ 1เป็นการให้เปรียบแก่ผู้รับโอนเหนือเจ้าหนี้ที่มีอยู่แล้ว ย่อมจะทำให้ผู้รับโอนโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนซึ่งไม่รู้ถึงสภาพการมีหนี้สินล้นพ้นตัวของจำเลยที่ 1 ต้องเสียหายไม่เป็นธรรมต่อผู้รับโอน อันไม่ใช่วัตถุประสงค์ของกฎหมายที่ประสงค์จะคุ้มครองผู้สุจริตและต้องเสียค่าตอบแทน กรณีนี้จึงไม่อาจเพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์และพันธบัตรโทรศัพท์พิพาทแก่ผู้คัดค้านซึ่งมิได้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 มาก่อนตามพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 มาตรา 115 ได้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองขอให้ล้มละลายเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2528 ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2528และมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม2531 จากการสอบสวนของผู้ร้องปรากฏว่าเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2528จำเลยที่ 1 ได้โอนขายสิทธิการเช่าโทรศัพท์รวม 6 หมายเลข และเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2528 โอนขายพันธบัตรโทรศัพท์รวม 11 ฉบับให้แก่ผู้คัดค้านโดยการโอนขายดังกล่าวอยู่ในระยะเวลา 3 เดือนก่อนถูกฟ้องให้ล้มละลายมีพฤติการณ์เป็นการโอนขายโดยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้จำนวน 213ราย รวมเป็นเงิน 137,282,181.74 บาท

ขณะนี้ผู้ร้องรวบรวมทรัพย์ได้ไม่พอแบ่งแก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย ผู้ร้องจึงร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนการโอนดังกล่าวตามมาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ ก็ให้ชดใช้ราคาสิทธิการเช่าโทรศัพท์รวมเป็นเงิน 60,000 บาท และพันธบัตรโทรศัพท์รวมเป็นเงิน 110,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยทบต้นร้อยละ 9 ต่อปีผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของสิทธิการเช่าทรัพย์รายพิพาท โดยสิทธิการเช่าโทรศัพท์ได้รับโอนมาโดยวิธีซื้อจากจำเลยที่ 1 เดิมทรัพย์ดังกล่าวผู้ร้องได้ทำการยึดไว้และสำหรับพันธบัตรโทรศัพท์พิพาท ผู้คัดค้านได้รับโอนมาจากจำเลยที่ 1 โดยเสียค่าตอบแทนและสุจริต การกระทำของผู้คัดค้านจึงไม่ทำให้เจ้าหนี้รายอื่นเสียเปรียบ

ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์และพันธบัตรโทรศัพท์รายพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับผู้คัดค้านผู้รับโอน หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ ก็ให้ผู้คัดค้านชดใช้ราคาสิทธิการเช่าโทรศัพท์รวมเป็นเงิน 60,000 บาท พันธบัตรโทรศัพท์รวมเป็นเงิน 110,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยทบต้นร้อยละ 9ต่อปีผู้คัดค้านอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์รายพิพาท ยกเว้นโทรศัพท์หมายเลข 2517003 และหมายเลข2511644 และให้เพิกถอนการโอนพันธบัตรโทรศัพท์รายพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับผู้คัดค้านผู้รับโอน หากไม่สามารถกลับคืนสู่ฐานะเดิมได้ ให้ผู้คัดค้านใช้ราคาสิทธิการเช่าโทรศัพท์

รวมเป็นเงิน40,000 บาท พันธบัตรโทรศัพท์รวมเป็นเงิน 110,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยทบต้นร้อยละ 9 ต่อปี แทน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นผู้ร้อง และผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้คัดค้านได้รับโอนพันธบัตรโทรศัพท์รายพิพาทโดยซื้อจากจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่30 เมษายน 2528 และได้รับโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์รายพิพาทโดยซื้อจากจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2528 ในระหว่างระยะเวลา3 เดือน ก่อนมีการขอให้ล้มละลาย ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2528 และมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้งสองล้มละลายเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2531มีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองต่อผู้ร้องรวม 213 ราย เป็นเงินจำนวนประมาณ 137,000,000 บาทแต่ผู้ร้องรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยได้เพียง 200,000 บาท ไม่พอแบ่งให้แก่บรรดาเจ้าหนี้ได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1 โอนขายสิทธิการเช่าโทรศัพท์และพันธบัตรโทรศัพท์พิพาทให้แก่ผู้คัดค้าน สมควรถูกเพิกถอนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 115 หรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 115 บัญญัติให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ร้องขอเพิกถอนในกรณีที่จำเลยที่ 1 มุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น ซึ่งมีความหมายว่าการโอนทรัพย์นั้นต้องเป็นการโอนให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นเจ้าหนี้อยู่ก่อนแล้ว และการโอนเช่นนั้นทำให้เจ้าหนี้อื่น ๆ ของจำเลยที่ 1 เสียเปรียบ เนื่องจากบรรดาเจ้าหนี้เหล่านั้นต่างก็จะไม่ได้รับชำระหนี้หรือไม่ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนจากจำเลยที่ 1 เพราะสภาพการมีหนี้สินล้นพ้นตัวซึ่งบรรดาเจ้าหนี้เหล่านั้นได้รับความเสียหายอยู่ก่อนแล้วจากการที่ลูกหนี้มีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สินซึ่งจะทำให้บรรดาเจ้าหนี้เหล่านั้นได้รับชำระหนี้เพียงส่วนเฉลี่ยในทรัพย์สินของลูกหนี้เท่านั้น

ฉะนั้นเมื่อจำเลยที่ 1 นำทรัพย์สินเท่าที่มีไปชำระให้เจ้าหนี้คนหนึ่งโดยเฉพาะ จึงเป็นการให้เปรียบแก่เจ้าหนี้คนนั้นและทำให้เจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบเพราะได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นเนื่องจากไม่มีโอกาสได้รับชำระโดยเฉลี่ยจากทรัพย์สินที่โอนไปกฎหมายจึงมุ่งคุ้มครองบรรดาเจ้าหนี้ด้วยกันซึ่งเป็นเจ้าหนี้อยู่ก่อนมิให้ได้เปรียบเสียเปรียบซึ่งกันและกัน และให้อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพิกถอนการโอนหรือการกระทำใด ๆ ซึ่งเป็นการให้เปรียบเช่นนี้ได้ แต่กรณีการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์และพันธบัตรโทรศัพท์พิพาทอันเป็นสัญญาต่างตอบแทนในคดีนี้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้รับโอนมิได้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 มาก่อนไม่มีปัญหาเรื่องผู้รับโอนจะได้เปรียบแก่เจ้าหนี้อื่นหรือไม่หากจะถือว่าการโอนของจำเลยที่ 1 เป็นการให้เปรียบแก่ผู้รับโอนเหนือเจ้าหนี้ที่มีอยู่แล้ว

ย่อมจะทำให้ผู้รับโอนโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนซึ่งไม่รู้ถึงสภาพการมีหนี้สินล้นพ้นตัวของจำเลยที่ 1ต้องเสียหายไม่เป็นธรรมต่อผู้รับโอน อันไม่ใช่วัตถุประสงค์ของกฎหมายที่ประสงค์จะคุ้มครองผู้สุจริตและต้องเสียค่าตอบแทน กรณีนี้จึงไม่อาจเพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์และพันธบัตรโทรศัพท์พิพาทแก่ผู้คัดค้านซึ่งมิได้เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1มาก่อนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 ได้ ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาว่า หากผู้คัดค้านไม่สามารถโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์เฉพาะหมายเลข 2517003 และ 2511644 คืนให้แก่ผู้ร้องได้ก็ต้องใช้ราคาแทน จะยกเหตุที่องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยบอกเลิกสิทธิการเช่าโทรศัพท์ มาเป็นข้ออ้างเพื่อให้พ้นความรับผิดไม่ได้นั้น เห็นว่าเมื่อการโอนสิทธิการเช่าโทรศัพท์พิพาททั้งหกเลขหมายเป็นการโอนที่ไม่อาจเพิกถอนได้ดังวินิจฉัยมาแล้ว จึงไม่มีเหตุที่ผู้คัดค้านจะต้องชดใช้ราคาสิทธิการเช่าโทรศัพท์ทั้งสองเลขหมายดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องอีกพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิ นิชโรจน์ · บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้