Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1604/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมว่า จำเลยที่ 3 ตกลงจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องให้โจทก์ โดยโจทก์ยอมชำระราคาที่ดินให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ภายใน 4 เดือนนับแต่วันทำสัญญาโดยจะชำระในวันจดทะเบียนโอน โจทก์จะต้องแจ้งให้จำเลยที่ 1 และที่ 2ทราบล่วงหน้า 7 วัน หากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทราบแล้วไม่ไปตามนัดให้โจทก์นำเงินมาวางศาลแล้วนำหลักฐานการรับเงินของศาลไปดำเนินการจดทะเบียนได้ หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้จำเลยที่ 1 และที่ 2ดำเนินการบังคับคดีให้โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและชำระเงิน2,300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย เมื่อปรากฏว่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมีข้อขัดข้องเพราะจำเลยที่ 3 ซึ่งไปอยู่ต่างประเทศได้นำโฉนดที่ดินตามฟ้องไปด้วย เจ้าพนักงานที่ดินต้องดำเนินการออกใบแทนโฉนดตามระเบียบและวิธีปฏิบัติของกรมที่ดิน การที่โจทก์มิได้วางเงินกับศาลจึงไม่เป็นการไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ จำเลยที่ 1และที่ 2 จึงยังไม่มีสิทธิขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีแก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมว่า จำเลยที่ 3ตกลงจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องให้โจทก์และโจทก์ยอมชำระราคาที่ดินให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จำนวน 2,300,000 บาท ภายในกำหนด 4 เดือน นับแต่วันทำสัญญายอมโดยต้องชำระในวันจดทะเบียนโอนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยที่ 3ไม่ยอมไปจดทะเบียนโอนให้และไม่สามารถจดทะเบียนโอนได้เพราะโฉนดที่ดินอยู่ที่จำเลยที่ 3 ขอให้ศาลเรียกให้จำเลยที่ 3 ส่งมอบโฉนดที่ดิน แต่จำเลยที่ 3 ไม่ปฏิบัติตามและได้ความว่าจำเลยที่ 3ไปอยู่ต่างประเทศโดยนำโฉนดที่ดินไปด้วย ศาลได้มีหนังสือให้เจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดให้ ระหว่างดำเนินการออกใบแทนโฉนดตามระเบียบและวิธีปฏิบัติของกรมที่ดิน จำเลยที่ 1 และที่ 2ยื่นคำขอให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์โจทก์ยื่นคำร้องว่า กรณียังอยู่ระหว่างขั้นตอนการออกใบแทนโฉนด การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ยังทำไม่ได้ โจทก์ยังไม่ต้องชำระเงินให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกเลิกหมายบังคับคดีและงดการบังคับคดีไว้ก่อนศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่าไม่มีเหตุที่จะยกเลิกหมายบังคับคดีและงดการบังคับคดี ให้ยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความมีว่า ข้อ 1. จำเลยที่ 3 ตกลงทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่พิพาทให้แก่โจทก์ภายใน 15 วันนับแต่วันทำสัญญายอม หากจำเลยที่ 3 ไม่ไปทำการจดทะเบียนโอนดังกล่าว ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยที่ 3 ข้อ 2.

โจทก์ยอมชำระราคาที่ดินจำนวน 2,300,000 บท ให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ภายใน 4 เดือนนับแต่วันทำสัญญาโดยจะชำระในวันจดทะเบียนการโอนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งโจทก์จะแจ้งให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน หากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ไปตามนัดให้โจทก์นำเงินมาวางศาลแล้วนำหลักฐานการรับเงินของศาลพร้อมคำพิพากษาของศาลไปดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ภายใน 15 วัน นับแต่วันครบกำหนด 4 เดือน เมื่อครบกำหนดแล้วโจทก์ยังไม่ไปรับโอนก็ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 รับเงินไปจากศาลได้ หากไม่ปฏิบัติให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ดำเนินการบังคับคดีให้โจทก์รับโอนที่ดินและชำระเงิน 2,300,000 บาท

ดังนี้ เห็นได้ว่าสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างคู่กรณีได้กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติต่อกันเป็นลำดับ ๆ ไป ซึ่งคู่ความจะต้องปฏิบัติไปตามขั้นตอนทีละขั้น ๆ กล่าวคือ ขั้นตอนที่หนึ่งตามสัญญาข้อ 1 และข้อ 2 ตอนต้นเป็นเรื่องการโอนที่ดินและชำระเงินโดยจำเลยที่ 3 จะต้องจดทะเบียนโอนที่ดินตามสัญญายอมให้โจทก์ภายใน 15 วัน หากจำเลยที่ 3 ไม่ไปทำการจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยที่ 3 และโจทก์จะต้องชำระเงินตามสัญญาแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ในวันจดทะเบียนการโอนโดยโจทก์จะต้องแจ้งให้จำเลยที่ 1และที่ 2 ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เมื่อขั้นตอนที่หนึ่งนี้ได้ดำเนินไปครบถ้วนแล้วจึงเป็นขั้นตอนที่สอง ซึ่งกำหนดเงื่อนไขต่อเนื่องกันไปตามลำดับตามข้อความในตอนต่อไปของสัญญาข้อ 2.

กล่าวโดยย่อก็คือเมื่อโจทก์ได้แจ้งวันนัดโอนที่ดินต่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้วจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ไปตามนัดจึงจะต้องมีการวางเงินแล้วโจทก์ไปโอนเอง และถ้าไม่วางเงินจึงจะให้สิทธิแก่จำเลยที่ 1และที่ 2 ที่จะบังคับให้โจทก์ไปรับโอนและชำระเงิน ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 3 ไปอยู่ต่างประเทศไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้แก่โจทก์ภายใน 15 วัน อันเป็นการผิดสัญญาไปแล้ว และเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2533 โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียกโฉนดที่ดินจากจำเลยที่ 3 มาเพื่อโจทก์จะได้ไปดำเนินการโอนที่ดินตามสิทธิของโจทก์ในสัญญาข้อ 2 ที่ว่า "หากจำเลยที่ 3 ไม่ไปทำการจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาแทนจำเลยที่ 3" ซึ่งศาลชั้นต้นก็ได้ออกคำสั่งเรียกโฉนดที่ดินให้โจทก์ตามขอ แต่จำเลยที่ 3 ก็ไม่ยอมส่งโฉนดที่ดินให้

ต่อมาวันที่ 3 ตุลาคม 2533 โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีหนังสือไปถึงเจ้าพนักงานที่ดินให้ออกใบแทนโฉนดที่ดินเพื่อจะได้โอนที่ดินตามคำพิพากษาและศาลชั้นต้นก็มีหนังสือให้ ซึ่งการกระทำของโจทก์นี้ยังอยู่ภายในกำหนด 4 เดือนนับแต่วันทำสัญญาอันเป็นการแสดงว่าโจทก์ได้พยายามที่จะปฏิบัติตามสัญญาตลอดมา นอกจากนี้โจทก์ยังได้กล่าวในคำร้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2534 ว่าจนบัดนี้การออกใบแทนโฉนดที่ดินฉบับเจ้าของที่ดินยังไม่เสร็จ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามระเบียบและวิธีปฏิบัติของกรมที่ดิน อันแสดงว่าเหตุที่ยังมิได้โอนที่ดินตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นมิใช่ความผิดของโจทก์ เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 3 ผิดสัญญา และโจทก์กำลังดำเนินการตามสัญญาข้อ 1 โดยโจทก์จะถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 3 และจะจัดการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยใช้ใบแทนโฉนดฉบับเจ้าของที่ดินตามข้อความตอนต้นของสัญญาข้อ 2. โดยโจทก์มีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติสองประการคือ

ประการที่หนึ่งต้องแจ้งวันที่จะโอนที่ดินให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย7 วัน และประการที่สองโจทก์จะต้องชำระเงิน 2,300,000 บาท แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ในวันโอนทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งหน้าที่สองประการนี้โจทก์ยังมิได้ปฏิบัติเพราะยังมิได้รับใบแทนโฉนดที่ดินฉบับเจ้าของมา การโอนที่ดินยังไม่อาจกระทำได้เมื่อโจทก์แจ้งวันโอนที่ดินแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้ว หากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไปตามนัดและโจทก์ชำระเงินเรื่องก็สิ้นสุดกัน แต่ถ้าหากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ไปตามนัดจึงจะต้องนำข้อความตอนท้ายของสัญญาข้อ 2 มาใช้บังคับกล่าวคือโจทก์จึงจะมีหน้าที่ต้องวางเงินต่อศาล เมื่อข้อเท็จจริงยังไม่เป็นไปดังกล่าวคือยังมิได้มีการนัดโอนที่ดินแล้วจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ไปตามนัดโจทก์จึงยังไม่มีหน้าที่ที่จะต้องวางเงินค่าที่ดินต่อศาล

ฉะนั้นการที่โจทก์มิได้วางเงินต่อศาล จึงยังไม่เป็นการไม่ปฏิบัติตามคำบังคับจำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงยังไม่มีสิทธิขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีแก่โจทก์ ฉะนั้นการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งออกหมายบังคับคดีแก่โจทก์ตามคำร้องของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ฉบับลงวันที่ 21 พฤศจิกายน2533 จึงเป็นการไม่ชอบพิพากษากลับ ให้ยกเลิกหมายบังคับคดีฉบับลงวันที่ 22พฤศจิกายน 2533

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิเวศน์ คำผอง · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2567

กระบวนวิธีการบังคับคดีในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1467/2566

ในชั้นเดิมที่ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลชั้นที่สุดโดยตรง เพื่ออธิบายว่ากรณีจะต้องบังคับตามรูปแผนที่ตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.20 หรือต้องบังคับให้มีเน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4523/2565

แม้การบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดให้ต้องบังคับเอาแก่ทรัพย์จำนองก่อน หากไม่ครบจำนวนหนี้จึงจะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินอื่นได้ก็ตาม แต่ทรัพย์จำนองมีราคาประเมินไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพาก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2040/2563

หนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้เงิน เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำบังคับ เป็นกรณีที่ต้องตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ เมื่อพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้