Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1603/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามฟ้องโจทก์ โจทก์มุ่งประสงค์ให้ศาลพิพากษาแบ่งที่ดินที่โจทก์และจำเลยทั้งสองถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันตามส่วนของแต่ละคนที่มีกรรมสิทธิ์อยู่เป็นประการสำคัญ ส่วนการจะแบ่งโดยวิธีใดและได้ส่วนแบ่งเป็นที่ดินหรือเงินนั้นโจทก์ขอมาในคำขอท้ายฟ้องหลายประการซึ่งศาลย่อมมีอำนาจที่จะแบ่งให้ได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364 อยู่แล้ว การที่ศาลพิพากษาให้แบ่งที่ดินระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสอง โดยวิธีการแบ่งให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 1364 ไม่เป็นการพิพากษาที่ไม่ตรงตามคำขอของโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 8694 เนื้อที่ 12 ไร่ 2 งานเป็นที่ดินที่โจทก์มีส่วนถือกรรมสิทธิ์รวมจำนวน 4 ใน 6 ส่วนจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้ร่วมกับโจทก์โดยจำเลยทั้งสองมีส่วนคนละ 1 ใน 6 ส่วน ก่อนฟ้องโจทก์ประสงค์จะแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 8694 จึงได้แจ้งให้จำเลยไปแบ่งแยกที่ดินที่สำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร แต่จำเลยทั้งสองไม่ไปขอให้บังคับจำเลยทั้งสองเอาที่ดินโฉนดเลขที่ 8694 แบ่งจดทะเบียนแยกกันระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสอง ถ้าส่วนแบ่งให้ไม่เท่ากันให้ทดแทนกันเป็นเงิน ถ้าการแบ่งเช่นว่านี้ไม่อาจทำได้ ขอให้นำที่ดินดังกล่าวขายโดยประมูลราคากันระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสองหรือขายทอดตลาดโดยออกค่าใช้จ่ายตามอัตราส่วนที่มีกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน

หากจำเลยทั้งสองไม่ยอมปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสองจำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 มีส่วนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ดินที่พิพาท จำนวน 1 ใน 6 ส่วน ซึ่งคิดเป็นเนื้อที่ประมาณ2 ไร่เศษ จำเลยที่ 1 ได้เข้ายึดถือครอบครองโดยให้ผู้อื่นเช่าปลูกบ้านพักอาศัยประมาณ 10 ครอบครัว โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะขอให้แบ่งกรรมสิทธิ์รวม ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่จำเลยที่ 2ได้รับมรดกมาตั้งแต่ พ.ศ. 2502 เมื่อจำเลยที่ 2 ได้เข้ายึดถือครอบครองเป็นส่วนสัดได้ปรับปรุงพื้นที่กับสร้างเขื่อนคอนกรีตในที่ดินด้านที่อยู่ติดกับคลอง โจทก์เคยขอแบ่งแยกที่ดินกับจำเลยที่ 2 แต่ตกลงกันไม่ได้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้แบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 8694 ตำบลบ้านแพ้วอำเภอบ้านแพ้ว (ตลาดใหม่) จังหวัดสมุทรสาคร (นครไชยศรี)ระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสอง วิธีการแบ่งให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1364

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาโดยจำเลยทั้งสองมิได้ฎีกาโต้แย้งได้ความว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่พิพาทร่วมกัน โดยโจทก์ถือกรรมสิทธิ์4 ใน 6 ส่วน จำเลยทั้งสองถือกรรมสิทธิ์คนละ 1 ใน 6 ส่วน โจทก์และจำเลยทั้งสองมิได้แบ่งแยกกันครอบครองเป็นส่วนสัด คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาตรงตามคำขอของโจทก์หรือไม่ ได้พิจารณาคำฟ้องของโจทก์แล้ว ตามฟ้องโจทก์ โจทก์มุ่งประสงค์ให้ศาลพิพากษาแบ่งที่ดินที่โจทก์และจำเลยทั้งสองถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันตามส่วนของแต่ละคนที่มีกรรมสิทธิ์อยู่เป็นประการสำคัญ ส่วนการจะแบ่งโดยวิธีใดและได้ส่วนแบ่งเป็นที่ดินหรือเงินนั้นโจทก์ขอมาในคำขอท้ายฟ้องหลายประการซึ่งศาลย่อมมีอำนาจที่จะแบ่งให้ได้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1364 อยู่แล้ว

ไม่เป็นการพิพากษาที่ไม่ตรงตามคำขอของโจทก์การแบ่งตามบทกฎหมายดังกล่าวนั้น ในกรณีที่เจ้าของรวมตกลงกันไม่ได้ก็ต้องใช้บทบัญญัติในวรรคสองของมาตราดังกล่าวดำเนินการ ซึ่งตามฎีกาของจำเลยทั้งสองก็รับว่าจะต้องแบ่งตามบทบัญญัติดังกล่าว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้