คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ชนะคดีจำเลยจึงนำยึดที่นารายพิพาท ผู้ร้อง ๆ คัดค้านว่าที่นารายนี้ ล.ได้ยกให้ผู้ร้องทำกินมาได้ ๑๔ ปีแล้ว ขอให้ถอนการยึด โจทก์เถียงว่านารายนี้เป็นของ ล.ลูกหนี้โจทก์ ล.ได้ฟ้องผู้ร้องจนศาลมีคำพิพากษาให้ขับไล่ผู้ร้องออกจากที่รายพิพาทแล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องโดยวินิจฉัยว่า การยกให้ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายเพราะไม่ได้จดทะเบียนการโอนกรรมสิทธิ
ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าผู้ร้องได้ครอบครองมากว่า ๑๐ ปีแล้ว แม้ไม่ได้จดทะเบียนก็ได้กรรมสิทธิ จึงมีคำสั่งให้ถอนการยึด
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้โจทก์ฎีกาได้ฉะเพาะปัญหากฎหมายในข้อที่ว่าผู้ร้องจะได้กรรมสิทธิหรือไม่ ส่วนข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ร้องได้แพ้ความ ล.เรื่องที่นารายนี้หรือไม่นั้น เป็นแต่เพียงเป็นปัญหาในศาลชั้นต้น ตกมาในชั้นอุทธรณ์โจทก์ได้ละทิ้งปัญหาข้อเท็จจริงนั้นเสียแล้ว โดยในชั้นแก้อุทธรณ์โจทก์คงเถียงแต่ปัญหาข้อกฎหมายดุจกล่าวแล้วข้อเดียว เห็นว่าตามข้อเท็จจริงผู้ร้องย่อมได้กรรมสิทธิตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๑๓๘๒
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์