Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับ อ. ร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนแต่ข้อเท็จจริง ตามทางพิจารณาได้ความว่า อ. ซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลย หลังจากนั้น อ. จึงนำไปจำหน่ายให้แก่สายลับโดยจำเลยไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ ศาลฎีกาไม่อาจลงโทษจำเลยฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 215, 225 แต่อย่างไรก็ดี การที่จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ อ. เป็นเหตุผลที่แสดงให้เห็นว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้เพื่อจำหน่ายก่อนที่จะส่งมอบ ศาลฎีกาจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ตามที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 5 ปี คำให้การของจำเลยในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน คืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อของกลางแก่เจ้าของ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยศาลฎีกาอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจให้สายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากนายอิ๊ดและจับกุมนายอิ๊ดได้พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีน 10 เม็ด น้ำหนัก 0.918 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 0.178 กรัม และธนบัตร 100 บาท 3 ฉบับ นายอิ๊ดให้การว่า ซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลยซึ่งมีบ้านอยู่ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร เจ้าพนักงานตำรวจจึงไปจับกุมจำเลยพร้อมกับยึดธนบัตร 1,000 บาท 1 ฉบับ และธนบัตร 100 บาท 4 ฉบับ คดีในส่วนของนายอิ๊ดศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว ตามคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4008/2554 ของศาลชั้นต้น

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยร่วมกับนายอิ๊ดกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ การจับกุมจำเลยเป็นผลสืบเนื่องจากการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากนายอิ๊ดของเจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งนายอิ๊ดให้การซัดทอดตั้งแต่ชั้นจับกุมว่า ได้ซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลย แม้โจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นการซื้อขายเมทแอมเฟตามีนระหว่างนายอิ๊ดและจำเลย ทั้งไม่ได้นำนายอิ๊ดมาเป็นพยานในชั้นศาล แต่โจทก์มีดาบตำรวจประกอบและสิบตำรวจเอกสามภพ เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมเป็นพยานเบิกความสอดคล้องกันได้ความว่า พยานทั้งสองกับพวกวางแผนล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากนายอิ๊ด โดยนำธนบัตรของกลางไปลงบันทึกในรายงานประจำวันและถ่ายสำเนาไว้เป็นหลักฐาน ตามรายงานประจำวันธุรการและสำเนาธนบัตร

เมื่อสายลับเข้าไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนโดยมอบธนบัตรให้นายอิ๊ด สิบตำรวจเอกสามภพเห็นนายอิ๊ดขับรถจักรยานยนต์ของสายลับเข้าไปในหมู่บ้านนานประมาณ 1 นาที กลับมาส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้สายลับจึงร่วมกันเข้าจับกุม ถ้อยคำของพยานโจทก์นี้สอดคล้องกับบันทึกคำให้การของผู้ต้องหา ซึ่งนายอิ๊ดให้การว่า เมื่อสายลับไปขอซื้อเมทแอมเฟตามีน นายอิ๊ดขับรถจักรยานยนต์ไปซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลย 10 เม็ด มอบธนบัตรให้จำเลย 1,400 บาท นำเมทแอมเฟตามีนไปมอบให้แก่สายลับจนถูกจับกุมในเวลาต่อมา สำหรับเหตุการณ์หลังจากจับกุมนายอิ๊ดได้ความจากพยานโจทก์ว่า ดาบตำรวจประกอบและสิบตำรวจเอกสามภพให้นายอิ๊ดพาไปที่บ้านของจำเลยทันที ซึ่งดาบตำรวจประกอบยืนยันว่าใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที

เมื่อไปถึงพบจำเลยอยู่ที่หน้าบ้าน ตรวจค้นตัวจำเลยก็พบธนบัตรซึ่งมีหมายเลขตรงกับที่ได้ลงบันทึกไว้ในรายงานประจำวันและถ่ายสำเนาไว้ ดังนี้ แม้คำให้การของนายอิ๊ดมีลักษณะเป็นคำซัดทอดและเป็นพยานบอกเล่าซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227/1 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 บัญญัติให้ศาลต้องใช้ความระมัดระวังในการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานและไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลยก็ตาม แต่การจับกุมจำเลยเกิดขึ้นในเวลากระชั้นชิดกับนายอิ๊ด เห็นได้ว่านายอิ๊ดไม่ทันคิดแต่งเติมเรื่องราวเพื่อใส่ร้ายจำเลย ทั้งถ้อยคำของนายอิ๊ดสอดคล้องกับพฤติการณ์แห่งคดีตามที่ได้ความจากพยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้จับ จึงเป็นคำซัดทอดที่มีเหตุผลรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้

เมื่อค้นตัวจำเลยก็พบธนบัตรของกลางซึ่งจำเลยก็รับว่ามีธนบัตรอยู่ที่จำเลยจริง ข้อที่อ้างว่านายอิ๊ดนำไปใช้หนี้ให้จำเลย นอกจากจะขัดต่อเหตุผลที่ว่านายอิ๊ดเพิ่งได้รับธนบัตรมาจากสายลับและขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปนำเมทแอมเฟตามีนมาให้สายลับ ไม่น่าจะต้องรีบร้อนนำไปใช้หนี้ให้แก่จำเลยแล้ว ยังขัดกับคำให้การของผู้ต้องหาซึ่งจำเลยให้การไว้ในวันเกิดเหตุว่า นายอิ๊ดนำเงินไปฝากไว้ ข้อต่อสู้ของจำเลยไม่อยู่กับร่องกับรอย ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ข้อเท็จจริงรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่า นายอิ๊ดซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากจำเลย หลังจากนั้นนายอิ๊ดจึงนำไปจำหน่ายให้แก่สายลับ โดยจำเลยไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ

ศาลฎีกาไม่อาจลงโทษจำเลยฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามข้อเท็จจริงที่ได้ความนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 215, 225 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย แต่อย่างไรก็ดี การที่จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่นายอิ๊ด เป็นเหตุผลที่แสดงให้เห็นว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้เพื่อจำหน่ายก่อนที่จะส่งมอบ ศาลฎีกาจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ตามที่พิจารณาได้ความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคหนึ่ง ส่วนโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธงชัย เสนามนตรี · ชาญวิทย์ รักษ์กุลชน · สัณธาน ขันทมณี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดราชบุรี - นายชัยรัตน์ อร่ามทอง
ศาลอุทธรณ์ - นายวิรัตน์ อนันต์พิพัฒน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.3942/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ3905/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1875/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้