Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ยื่นคำร้องว่า ในวันชี้สองสถานโจทก์แถลงขอสืบพยานในประเด็นว่าจำเลยขัดขวางมิให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญา จึงเป็นเหตุสุดวิสัยที่โจทก์จะปฏิบัติตามสัญญาได้ แต่ศาลชั้นต้นไม่ได้จดข้อแถลงของโจทก์ไว้ในรายงานพิจารณา จึงขอให้ศาลชั้นต้นบันทึกไว้เป็นประเด็นและขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์สืบพยานในข้อนี้ได้ โดยถือว่าเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 27 แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่มีการผิดมาตรา 27 เป็นเรื่องกล่าวอ้างขึ้นใหม่นั้น เห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นเช่นนี้เป็นคำสั่งที่ศาลชั้นต้นปฏิเสธว่าไม่มีเรื่องผิดระเบียบและปฏิเสธไม่ยอมให้โจทก์สืบพยานในประเด็นที่ไม่ได้กำหนดกันไว้ในวันนัดชี้สองสถาน จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 มิใช่คำสั่งอันเกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 228(2) และศาลชั้นต้นมีคำสั่งในเรื่องนี้ก่อนพิพากษาคดีเป็นเวลา 5 วัน โจทก์มีเวลาโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้น แต่โจทก์มิได้โต้แย้งไว้จึงต้องห้ามอุทธรณ์และกรณีไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 240(2) ด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้สัญญาเช่าสร้างตึกแถวและยกกรรมสิทธิ์ให้จำเลย จำเลยได้ผิดสัญญา กล่าวคือไม่ต่ออายุสัญญาให้แก่โจทก์ และไม่มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้เช่าและผู้อาศัยในที่ดินของจำเลย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจำเลยให้การว่าไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญาวันชี้สองสถาน คู่ความแถลงรับกันว่า เอกสารท้ายฟ้องและท้ายคำให้การถูกต้องโจทก์แถลงว่าจะขอสืบพยานในประเด็นว่าโจทก์มีสิทธิขอต่ออายุสัญญา ตามสัญญาข้อ 3 โจทก์มีสิทธิให้จำเลยมอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องขับไล่ผู้เช่าผู้อาศัยในที่ดินของจำเลยตามสัญญาข้อ 8 และจำเลยทำผิดสัญญาข้อ 10 จำเลยแถลงขอสืบแก้ทุกประเด็น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยและนัดฟังคำพิพากษาโจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 1 กรกฏาคม 2511 ว่าในวันชี้สองสถานตัวโจทก์ได้แถลงต่อศาลว่าโจทก์จะขอสืบพยานในประเด็นว่า จำเลยขัดขวางมิให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญา จึงเป็นเหตุสุดวิสัยที่โจทก์จะปฏิบัติตามสัญญาได้ แต่ศาลมิได้จดคำแถลงข้อนี้ไว้ในรายงานพิจารณาเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27ขอให้ศาลจดข้อแถลงดังกล่าวของโจทก์ไว้และให้โจทก์สืบพยานในประเด็นข้อนี้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของโจทก์ว่าไม่มีการผิดตามมาตรา 27 เป็นเรื่องกล่าวอ้างขึ้นใหม่สำเนาให้อีกฝ่ายรวมสำนวนแล้วศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญา พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องลงวันที่1 กรกฏาคม 2511 นั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์ไม่ได้โต้แย้งไว้ จึงต้องห้ามอุทธรณ์แล้วฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญา พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 1 กรกฏาคม 2511ว่าในวันนัดชี้สองสถานตัวโจทก์แถลงว่าจะขอสืบพยานในประเด็นที่ว่าจำเลยขัดขวางมิให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญา จึงเป็นเหตุสุดวิสัยที่โจทก์จะปฏิบัติตามสัญญาได้ แต่ศาลชั้นต้นไม่จดข้อแถลงที่กล่าวไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาจึงขอให้ศาลชั้นต้นบันทึกไว้เป็นประเด็นและขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์สืบพยานในข้อนี้ได้ โดยถือว่าเป็นกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 นั้นศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าไม่มีการผิดมาตรา 27 เป็นเรื่องกล่าวอ้างขึ้นใหม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งเช่นนี้เป็นคำสั่งศาลชั้นต้นปฏิเสธว่าไม่มีเรื่องผิดระเบียบและปฏิเสธว่าไม่ยอมให้โจทก์สืบพยานในประเด็นที่มิได้กำหนดกันไว้ในวันนัดชี้สองสถาน จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 มิใช่คำสั่งอันเกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228(2) ดังที่โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรื่องนี้ในวันที่ 1 กรกฏาคม 2511และพิพากษาคดีนี้วันที่ 5 กรกฏาคม 2511 โจทก์มีเวลาโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นแต่โจทก์มิได้โต้แย้งไว้ จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาในข้อนี้ชอบแล้ว และกรณีไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 240(2) ด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพจน์ ถิระวัฒน์ · จำรูญ โชติรัต · สุธรรม วรรณแสง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้