Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1601/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ทำการก่อสร้างสะพานตามแบบแปลนต่อท้ายสัญญา โจทก์สร้างสะพานผิดแบบแปลนโดยแจ้งให้จำเลยทราบถึงสาเหตุที่จำเป็นแล้วและวิศวกรของจำเลยก็เห็นด้วย เมื่อกระทรวงมหาดไทยอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงแบบแปลนการก่อสร้างได้ตามที่จำเลยเสนอ จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาก่อสร้างสะพานผิดแบบแปลนตามสัญญาโจทก์จะต้องสร้างสะพานให้แล้วเสร็จและส่งมอบแก่จำเลยภายในวันที่ 27 มีนาคม 2522 เวลา 16.30 นาฬิกา แต่จำเลยมีหนังสือลงวันที่ 5 เมษายน 2522 แจ้งให้โจทก์ทราบว่ากระทรวงมหาดไทยอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงรายการก่อสร้างได้และประธานกรรมการตรวจการจ้างนัดตรวจงานในวันเดียวกันเวลา16.00 นาฬิกา และ ต่อมาจำเลยมีหนังสือลงวันที่ 12 เมษายน 2522 แจ้งให้โจทก์ดำเนินการก่อสร้างสะพานต่อไปตามสัญญา หนังสือทั้งสองฉบับนี้จำเลยมีถึงโจทก์ภายหลังที่กำหนดเวลาก่อสร้างตามสัญญาได้สิ้นสุดลงแล้ว จำเลยมิได้กล่าวถึงกำหนดระยะเวลาก่อสร้างที่สิ้นสุดลงแล้ว กลับอนุญาตให้โจทก์ดำเนินการก่อสร้างต่อไป การที่จำเลยอนุญาตให้โจทก์ดำเนินการก่อสร้างต่อไปทั้งๆ ที่กำหนดเวลาก่อสร้างตามสัญญาได้สิ้นสุดลงแล้วนี้ จึงถือได้ว่าจำเลยมิได้มีเจตนายึดถือเอากำหนดเวลาสิ้นสุดการก่อสร้างตามสัญญาเป็นสาระสำคัญจำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะปรับโจทก์เพราะโจทก์ก่อสร้างล่าช้าเกินกำหนดเวลา ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ได้รับเงินค่าปรับคืนบางส่วน โจทก์มิได้ฎีกาโต้เถียงเป็นอย่างอื่น ทั้งแก้ฎีกาเป็นทำนอง ว่าพอใจตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วศาลฎีกาจึงไม่อาจพิพากษาให้คืนค่าปรับทั้งหมดให้แก่โจทก์ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยไม่วินิจฉัยปัญหาที่ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เมื่อโจทก์อุทธรณ์ จำเลยมิได้ยกปัญหาในเรื่องนี้ตั้งประเด็นไว้ในคำแก้อุทธรณ์จึงถือว่าไม่มีประเด็นเรื่องอายุความในชั้นอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยปัญหาเรื่องอายุความจึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นในชั้นอุทธรณ์ ต้องถือว่าปัญหาเรื่องนี้มิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ เมื่อจำเลยฎีกาในปัญหาเรื่องนี้ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ตกลงรับจ้างสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามแม่น้ำระยองโดยจำเลยเป็นผู้ว่าจ้าง กำหนดให้แล้วเสร็จในวันที่ 27 มีนาคม 2522มีข้อกำหนดให้ส่งงาน 4 งวด เมื่อถึงงวดที่สองซึ่งกำหนดให้ตอกเสาเข็มทั้งหมดหล่อคานยึดหัวเสาเข็มหากความสูงของเสาเข็มมีระยะจากพื้นคลองถึงคานหัวเข็มถึง 3 เมตร ทั้งนี้เพื่อมิให้เสาเข็มแต่ละต้นไหวตัว แต่เมื่อก่อสร้างแล้วปรากฏว่าระยะจากพื้นคลองถึงคานหัวเข็มมีเพียง 1.80 เมตร โจทก์จึงแจ้งให้จำเลยทราบเพื่อพิจารณาว่าสมควรหล่อคานยึดหัวเข็มหรือไม่ วิศวกรของจำเลยตรวจสอบแล้วมีความเห็นว่าไม่จำต้องใส่ แต่เพื่อตัดปัญหาจึงได้หล่อคานยึดที่ระยะ 1.80 เมตรเมื่อโจทก์ส่งงานงวดที่สองคณะกรรมการตรวจการจ้างกลับไม่ยอมรับงานอ้างว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามรูปแบบท้ายสัญญาโดยแจ้งให้โจทก์ทราบเมื่อวันที่20 กุมภาพันธ์ 2522 วันรุ่งขึ้นโจทก์จึงมีหนังสือถึงจำเลยขออนุมัติเปลี่ยนแปลงแบบหรือวินิจฉัยงานตามขั้นตอนและขอระงับการก่อสร้างไว้ ในที่สุดจำเลยขออนุมัติกระทรวงมหาดไทยเพื่อเปลี่ยนแปลงรายการที่ยึดคานตามสภาพความเป็นจริง และตัดเสาเข็มในแถวที่ 3 ออกต้นละ 3.50 เมตร

ระหว่างรอผลการพิจารณาจำเลยมีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้าง ต่อมาวันที่ 21 มีนาคม 2522กระทรวงมหาดไทยอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงได้ จำเลยจึงมีหน้าที่ลงวันที่ 12เมษายน 2522 ให้โจทก์ดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้ ระยะเวลาที่หยุดการก่อสร้างนับแต่โจทก์เสนอถึงวันที่จำเลยมีคำสั่งให้ดำเนินก่อสร้างได้รวม 51 วัน กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการก่อสร้างจึงครบวันที่ 2 มิถุนายน 2522 โจทก์ก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบงานเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2522 คณะกรรมการตรวจการจ้างได้ตรวจรับงานแล้ว โจทก์ขอรับเงินค่าจ้างงวดสุดท้าย จำเลยอ้างว่าโจทก์ส่งมอบงานล่าช้า ปรับตามสัญญาและหักเงินเบี้ยปรับไปจำนวนหนึ่งขอบังคับให้จำเลยชำระเงินเบี้ยปรับคืนแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า

โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาโดยทำการก่อสร้างผิดแบบแปลนคณะกรรมการตรวจการจ้างให้แก้ไขให้ถูกต้อง แต่โจทก์ดื้อดึงก่อสร้างต่อ ต่อมาโจทก์ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบ จำเลยจึงขออนุมัติไปยังกระทรวงมหาดไทย เป็นเหตุให้งานล่าช้าไปเพราะความผิดของโจทก์เอง นับแต่จำเลยแจ้งให้ระงับการก่อสร้างโจทก์ยังคงทำงานตลอดมาไม่ได้หยุดงาน เมื่อโจทก์แจ้งให้รับงานคณะกรรมการตรวจการจ้างก็ได้ตรวจรับงานในงวดที่ 2 หลังจากที่กระทรวงมหาดไทยอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงแบบแปลนแล้วและตรวจรับงานงวดที่ 3 ในวันเดียวกันก่อนที่จำเลยจะแจ้งเรื่องให้โจทก์เริ่มทำการก่อสร้าง ฉะนั้นการขออนุมัติเปลี่ยนแปลงแบบแปลนหรือการสั่งให้โจทก์หยุดการกอสร้างจึงไม่เป็นการขยายเวลาแล้วเสร็จตามสัญญา

การที่โจทก์ส่งงานงวดที่ 3 และงวดที่ 4 หลังกำหนดเวลา จำเลยจึงมีสิทธิปรับตามสัญญา ทั้งคดีของโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนเงินค่าปรับบางส่วนแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าโจทก์สร้างสะพานผิดแบบแปลนต่อท้ายสัญญาก็ตาม แต่โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบถึงสาเหตุที่จำเป็นและฝ่ายจำเลยได้ส่งวิศวกรไปตรวจแล้วก็เห็นด้วย ครั้นโจทก์ส่งมอบงานงวดที่ 2 คณะกรรมการตรวจการจ้างกลับไม่ยอมรับ ในที่สุดจำเลยได้เสนอเรื่องราวขออนุมัติเปลี่ยนแปลงแบบแปลนก่อสร้างมายังกระทรวงมหาดไทยเมื่อกระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วเห็นควรอนุมัติจึงมีหนังสือแจ้งอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงรายการก่อสร้างได้ จำเลยได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบตามเอกสารหมาย จ.7 ดังนั้นจึงถือได้ว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาก่อสร้างสะพานผิดแบบแปลน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง สัญญาจ้างระหว่างโจทก์จำเลยมีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดในวันที่ 27 มีนาคม 2522 เวลา 16.30 นาฬิกา แต่จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่ากระทรวงมหาดไทยอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงรายการได้ และประธานกรรมการตรวจการจ้างนัดตรวจงานในวันเดียวกันเวลา 16.00 นาฬิกา ปรากฏตามหนังสือลงวันที่ 5 เมษายน 2522 เอกสารหมาย จ.7 และต่อมาจำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ดำเนินการก่อสร้างสะพานต่อไปตามสัญญา ปรากฏตามหนังสือลงวันที่12 เมษายน 2522 ที่จำเลยมีหนังสือถึงโจทก์ทั้งสองฉบับนี้เป็นระยะเวลาที่กำหนดเวลาก่อสร้างตามสัญญาได้สิ้นสุดลงแล้ว จำเลยมิได้กล่าวถึงกำหนดระยะเวลาก่อสร้างที่สิ้นสุดลงแล้วแต่อย่างใด ตรงข้าม จำเลยกลับอนุญาตให้โจทก์ดำเนินการก่อสร้างต่อไป

การที่จำเลยอนุญาตให้โจทก์ดำเนินการก่อสร้างต่อไปทั้ง ๆ ที่กำหนดเวลาก่อสร้างตามสัญญาได้สิ้นสุดลงแล้วนี้ จึงถือได้ว่าจำเลยมิได้มีเจตนายึดถือเอากำหนดเวลาสิ้นสุดการก่อสร้างตามสัญญาเป็นสาระสำคัญ จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะปรับโจทก์เพราะโจทก์ก่อสร้างล่าช้าเกินกำหนดเวลาแต่เนื่องจากศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์มีสิทธิได้รับคืนค่าปรับบางส่วนโจทก์มิได้ฎีกาโต้เถียงเป็นอย่างอื่น ทั้งแก้ฎีกาเป็นทำนองว่าพอใจตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ศาลฎีกาจึงไม่อาจพิพากษาให้คืนค่าปรับทั้งหมดแก่โจทก์ได้ที่จำเลยฎีกาว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยไม่วินิจฉัยปัญหาที่ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เมื่อโจทก์อุทธรณ์จำเลยมิได้ยกปัญหาในเรื่องนี้ตั้งประเด็นไว้ในคำแก้อุทธรณ์ จึงถือว่าไม่มีประเด็นเรื่องอายุความในชั้นอุทธรณ์

การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาเรื่องอายุความจึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นในชั้นอุทธรณ์ ต้องถือว่าปัญหาเรื่องอายุความมิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์ · โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้