Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1601/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์ประกอบบันทึกคำฟ้องด้วยวาจาที่อ้างว่า บาดแผลของผู้เสียหายซึ่งได้รับเป็นอันตรายสาหัสนี้ปรากฏว่า. ผู้เสียหายได้รับอันตรายถึงกระดูกเชิงกรานขวาหัก กระดูกไหปลาร้าเคลื่อน กระดูกซี่โครงแถวขวาหัก. นายแพทย์ผู้ตรวจลงความเห็นว่า จะต้องรักษาประมาณ 35 วัน. ดังนี้แม้โจทก์จะนำคดีมาฟ้องหลังเกิดเหตุเพียง 6 วัน.แต่ตามรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์ดังกล่าวนี้เป็นที่เห็นได้ว่า. ในระหว่างการรักษาตัวประมาณ 35 วันนั้น.ผู้เสียหายจะต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาหรือประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน. ฉะนั้นเมื่อพิจารณาบันทึกคำฟ้องประกอบรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์ดังกล่าว ก็เพียงพอที่จะรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสแล้ว. โจทก์หาจำเป็นต้องนำพยานสืบประกอบว่า ผู้เสียหายต้องทนทุกขเวทนาประกอบกรณียกิจไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวันจริงอีกไม่.(อ้างฎีกาที่ 195/2510).

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถโดยประมาทชนผู้เสียหายล้มลงบาดเจ็บสาหัสทนทุกขเวทนา ประกอบกรณียกิจไม่ได้เกินกว่า 20 วันโดยต้องรักษาตัว 35 วัน ได้รับบาดเจ็บกระดูกเชิงกราน กระดูกชายโครงหัก กระดูกไหปลาร้าเคลื่อน ดังรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้อง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477มาตรา 29(4), 66 พระราชบัญญัติจราจรทางบกแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4พ.ศ. 2508 มาตรา 7, 6 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300

จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 29(4), 66 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4 พ.ศ. 2508 มาตรา 7, 13 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 ให้จำคุกจำเลยหนึ่งปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 6 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 ซึ่งเป็นเรื่องการกระทำผิดโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ต้องทนทุกขเวทนาประกอบกรณียกิจไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน และตามผลของการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ปรากฏว่าผู้เสียหายจะต้องรักษาตัวประมาณ 35 วัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2510 เวลากลางคืน แพทย์ได้ทำการตรวจชันสูตรบาดแผลของผู้เสียหายในคืนนั้นเอง หลังจากเกิดเหตุ 6 วัน ผู้ว่าคดีได้นำตัวจำเลยมาฟ้องด้วยวาจาและจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องผู้ว่าคดีไม่ได้นำพยานมาสืบประกอบว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสต้องทนทุกข์เวทนาประกอบกรณียกิจไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวันจริงตามผลของการตรวจบาดแผลของแพทย์หรือไม่

ดังนั้นการที่จำเลยได้ให้การรับสารภาพในข้อหาฐานกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส จึงเป็นการให้การรับสารภาพนอกเหนือความจริง จะลงโทษจำเลยไม่ได้ คดีฟังลงโทษจำเลยได้เพียงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 เท่านั้น พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 ให้ปรับจำเลย 500 บาท จำเลยให้การรับสารภาพโดยดี ปรานีลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลย 250 บาท จำเลยต้องขังมาพอแก่โทษแล้วให้ปล่อยตัวจำเลยไป นอกจากที่แก้นี้ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์ประกอบบันทึกคำฟ้องด้วยวาจาที่อ้างว่าบาดแผลของผู้เสียหาย ซึ่งได้รับเป็นอันตรายสาหัสนั้นปรากฏว่า ผู้เสียหายได้รับอันตรายถึงกระดูกเชิงกรานขวาหัก กระดูกไหปลาร้าขวาเคลื่อน กระดูกซี่โครงแถบขวาหัก นายแพทย์ผู้ตรวจลงความเห็นว่าจะต้องรักษาประมาณ 35 วัน ตามรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์ดังกล่าวนี้เป็นที่เห็นได้ว่า ในระหว่างการรักษาตัวประมาณ 35 วันนั้นผู้เสียหายจะต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนา หรือประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ฉะนั้น เมื่อพิจารณาบันทึกคำฟ้องประกอบรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์ดังกล่าวก็เพียงพอที่จะรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสแล้ว โจทก์หาจำเป็นต้องนำพยานสืบประกอบว่า ผู้เสียหายต้องทนทุกขเวทนาประกอบกรณียกิจไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวันจริงอีกไม่ ดังนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 195/2510

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลแขวงพระนครเหนือ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จินตา บุณยอาคม · ชิต บุณยประภัศร · แสวง ลัดพลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้