Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ต้นฉบับเอกสารเกี่ยวกับประวัติการเจ็บป่วยของคนไข้ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลบันทึกไว้หาไม่พบ จำเลยย่อมนำสืบข้อเท็จจริงโดยอาศัยภาพถ่ายอันเป็นสำเนาเอกสารนั้นแทนต้นฉบับได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) และมาตรา 123 ผู้เอาประกันชีวิตรู้ตัวดีว่าตนป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและปัสสาวะเป็นเลือดก่อนขอเข้าทำสัญญาประกันชีวิต แต่ก็ ละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริงให้บริษัทประกันชีวิตทราบ สัญญาประกันชีวิตย่อมตกเป็นโมฆียะ ผู้ตายทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัทจำเลยโดยระบุให้ผู้เยาว์คนหนึ่งเป็นผู้รับประโยชน์เมื่อปรากฏว่า สัญญาประกันชีวิตรายนี้เป็นโมฆียะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865และบริษัทจำเลยได้บอกล้างไปยังผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์นั้นแล้ว สัญญานั้นย่อมตกเป็นโมฆะ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรเกิดจากนายเต็กคิ้มกับนางระวิพรรณซึ่งมิได้จดทะเบียนสมรส จำเลยได้ทำสัญญารับประกันชีวิตของนายเต็กคิ้มบิดาโจทก์ไว้เป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยระบุให้โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์เต็มจำนวน นายเต็กคิ้มได้ชำระเบี้ยประกันสำหรับปีแรกให้จำเลยแล้วเป็นเงิน๖,๗๙๐ บาท ต่อมานายเต็กคิ้มถึงแก่กรรม โจทก์ได้แจ้งการตายของนายเต็กคิ้มพร้อมหลักฐานต่อจำเลยเพื่อขอรับเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยบ่ายเบี่ยงไม่ชำระเงินให้โจทก์ตามสัญญา ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า ได้ทำสัญญารับประกันชีวิตของนายเต็กคิ้มไว้จริงแต่นายเต็กคิ้มรู้อยู่แล้วว่าก่อนและในขณะที่ขอประกันชีวิตนั้นตนเองป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง และเคยใช้ยาลดความดันโลหิตสูงมาก่อน และเคยเจ็บป่วยขนาดปัสสาวะเป็นเลือดมาแล้ว แต่ละเว้นเสียไม่เปิดเผยความจริงถ้าเปิดเผยความจริง จำเลยก็จะไม่รับประกันชีวิตให้ ทั้งนายเต็กคิ้มยังแถลงเป็นความเท็จว่าสุขภาพของตนไม่ทรุดโทรมในทางใดทางหนึ่ง ไม่เคยใช้ยาลดความดันโลหิตสูง ไม่เคยเป็นและไม่เคยรับการรักษาโรคความดันโลหิตสูงมาก่อน ฯลฯ ถ้านายเต็กคิ้มให้ถ้อยแถลงตามความเป็นจริง จำเลยก็จะบอกปัดไม่รับประกันชีวิต สัญญารับประกันชีวิตจึงเป็นโมฆียะ จำเลยได้มีหนังสือบอกล้างแล้วจึงเป็นโมฆะจำเลยไม่ต้องรับผิด

ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นายเต็กคิ้มรู้อยู่ก่อนขอประกันชีวิตว่า ตนป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง ฯลฯ แต่ละเว้นเสียไม่เปิดเผยความจริง และให้ถ้อยแถลงในการขอประกันชีวิตเป็นความเท็จ สัญญาประกันชีวิตจึงเป็นโมฆียะ จำเลยได้บอกล้างไปยังนางระวิพรรณมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์แล้ว จึงตกเป็นโมฆะ จำเลยหาต้องรับผิดไม่ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงไม่พอรับฟังว่าขณะที่ขอเอาประกันชีวิต นายเต็กคิ้มรู้ว่าตนเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคไตชนิดร้ายแรงลำพังแต่เพียงนายเต็กคิ้มมิได้แจ้งให้จำเลยทราบเกี่ยวกับสุขภาพ ยังไม่ถึงขนาดที่จะอนุมานเอาได้ว่าถ้าได้แจ้งเช่นนั้นแล้ว จะทำให้จำเลยบอกปัดไม่รับประกันหรือเรียกประกันสูงขึ้น อันจะทำให้สัญญาเป็นโมฆียะ ทั้งการตายของนายเต็กคิ้มก็ไม่ปรากฏว่าเกิดจากโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคไตเรื้อรังจำเลยจึงต้องรับผิด พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เงินและดอกเบี้ยตามฟ้อง โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจประเด็นข้อที่ ๑ เกี่ยวกับการรับฟังเอกสาร ล.๒-ล.๗ ว่าเนื่องจากทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์หาต้นฉบับเอกสาร ล.๒-ล.๗ ไม่พบเอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารเกี่ยวกับประวัติการเจ็บป่วยของนายเต็กคิ้มซึ่งแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์บันทึกไว้ ในกรณีเช่นนี้จำเลยย่อมนำสืบข้อเท็จจริงโดยอาศัยภาพถ่ายอันเป็นสำเนาเอกสาร

ล.๒-ล.๗ แทนต้นฉบับได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๓(๒) และมาตรา ๑๒๓ทั้งจำเลยยังมีพยานบุคคลหลายปากมาสืบประกอบพยานเอกสาร ล.๒-ล.๗อีกด้วย ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยต้องกันมาว่า เอกสาร ล.๒-ล.๗ รับฟังได้นั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายเต็กคิ้มรู้ตัวดีว่าตนป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง และสุขภาพทรุดโทรมก่อนที่ตนขอเข้าทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัทจำเลย แต่ได้ละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริงให้บริษัทจำเลยทราบและเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่จำเลยต้องการทราบเพื่อประกอบการวินิจฉัยของจำเลยว่าจะตกลงทำสัญญากับผู้ขอเอาประกันชีวิตหรือไม่ ซึ่งถ้าหากบริษัทจำเลยทราบความดังกล่าวก็จะไม่รับประกันชีวิตให้ ดังนี้ สัญญาประกันชีวิตรายพิพาทย่อมตกเป็นโมฆียะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๘๖๕ เมื่อจำเลยได้บอกล้างไปยังนางระวิพรรณผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์แล้ว สัญญาพิพาทย่อมตกเป็นโมฆะ จำเลยไม่ต้องรับผิด

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธานินทร์ กรัยวิเชียร · ดวง ดีวาจิน · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายอุดม จาละ
ศาลอุทธรณ์ - นายขจร โรจนวิภาต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้