คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินบำเหน็จและค่าชดเชยในกรณีเกษียณอายุจากจำเลยจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลางเพราะเป็นกรณีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาเช่า มิใช่พิพาทกันด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง โจทก์คำนวณเงินบำเหน็จไม่ถูกต้อง จำเลยมีความผูกพันต้องจ่ายเฉพาะเงินบำเหน็จหรือค่าชดเชยเพียงอย่างเดียว โจทก์ไม่มารับเงินเอง ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานพิพากษาให้จำเลยชำระเงินบำเหน็จและค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องว่าการที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินบำเหน็จจากจำเลยมิได้มีมูลฐานมาจากสัญญาเช่าโรงงานสุราบางยี่ขันสัญญาเช่าดังกล่าวเป็นข้อผูกพันระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรมผู้ให้เช่ากับจำเลยผู้เช่าทั้งคำสั่งกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ 124/2501 เรื่อง
ระเบียบว่าด้วยเวลาทำงานและวันหยุดงาน ค่าจ้าง เงินชดเชย เงินค่าทดแทน ค่ารักษาพยาบาลและค่าทำศพและบำเหน็จ พนักงานและคนงานโรงงานสุรา พ.ศ. 2501 ลงวันที่ 22 กันยายน 2501 นั้น ก็หาใช่เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเช่าดังอุทธรณ์ของจำเลยไม่ หากแต่เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินบำเหน็จจากจำเลยโดยอาศัยข้อตกลงดังกล่าวนี้ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามมาตรา 8(1) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกเงินบำเหน็จคดีนี้ต่อศาลแรงงานกลางพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องชำระเงินบำเหน็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง