Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1598/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยกั้นรั้วและปลูกพืชผลในที่ชายตลิ่งอันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ซึ่งอยู่ระหว่างหน้าที่ดินโจทก์กับลำรางสาธารณะนั้น แม้จะมิได้บังหน้าที่ดินโจทก์ทั้งหมดก็ตาม แต่เมื่อบริเวณหน้าที่ดินโจทก์ที่ยังเป็นที่ว่างอยู่ส่วนมากเป็นหล่มเป็นเลนทำให้โจทก์ไม่ได้รับความสะดวกถูกจำกัดมิให้ใช้หรือได้รับประโยชน์จากการเดินขึ้นลงระหว่างที่ดินโจทก์กับลำรางสาธารณะถือได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ โจทก์จึงมีสิทธิขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนรั้วและพืชผลออกไปได้ตามมาตรา 1337

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลย ให้จำเลยรื้อถอนรั้วและพืชผลที่จำเลยกั้นและปลูกปิดบังหน้าที่ดินโจทก์ออกไป กอไผ่ 2 กอเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงที่ไม่ได้โต้เถียงกันรับฟังได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ 10510 ตามฟ้องร่วมกัน และโจทก์ทั้งสามต่างมีบ้านอยู่อาศัยในที่ดินแปลงนี้ มีลำรางท่าไชยซึ่งเป็นลำรางสาธารณะมีน้ำตลอดปี อยู่หน้าที่ดินโจทก์ด้านทิศตะวันตก ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินริมลำรางท่าไชยหน้าที่ดินโจทก์ดังกล่าว ซึ่งในหน้าน้ำมีน้ำท่วมถึง แต่ในฤดูแล้งจะไม่มีน้ำ โจทก์ใช้ที่ดินบริเวณหน้าที่ดินโจทก์เป็นทางขึ้นลงเพื่อใช้น้ำที่ลำรางท่าไชยให้กระบือลงกินน้ำ รวมทั้งใช้เดินไปลงเรือสัญจรไปมาด้วย บิดาจำเลยและจำเลยเคยใช้ที่พิพาทขุดบ่อล่อปลามาก่อน เมื่อประมาณ 3-4 ปีมานี้กรมชลประทานทำการขุดลอกลำรางท่าไชยและได้กลบบ่อล่อปลาดังกล่าว

ครั้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2520 จำเลยได้กั้นรั้วตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องและได้ปลูกพืชผลหลายชนิดในที่พิพาทที่จำเลยฎีกาว่า ที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งจำเลยเคยครอบครองมา จำเลยมีสิทธิดีกว่าโจทก์ ย่อมกั้นรั้วและปลูกพืชผลในที่นั้นได้ทั้งที่พิพาทมิได้ปิดบังหน้าที่ดินโจทก์ทั้งหมด โจทก์มีที่ว่างถัดจากที่พิพาทไปทางด้านใต้ใช้ขึ้นลงสู่ลำรางท่าไชยอยู่แล้ว มิได้เดือดร้อนเกินสมควร ศาลชอบที่จะยกฟ้องโจทก์เสียนั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ที่พิพาทอยู่หน้าที่ดินโจทก์ โดยอยู่ระหว่างที่ดินโจทก์กัลลำรางท่าไชยซึ่งเป็นลำรางสาธารณะ หน้าน้ำจะมีน้ำจากลำรางท่าไชยท่วมที่พิพาทตลอดมา สภาพของที่พิพาทจึงเป็นที่ชายตลิ่งอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน โจทก์ทั้งสามต่างมีบ้านอยู่อาศัยในที่ดินของตนมีความจำเป็นต้องเดินไปที่ลำรางท่าไชยเพื่อใช้น้ำและลงเรือสัญจรไปมา แม้ที่พิพาทจะไม่ได้ปิดบังหน้าที่ดินโจทก์ทั้งหมด ยังมีที่ว่างเหลือพอที่โจทก์จะใช้เดินขึ้นลงระหว่างที่ดินโจทก์กับลำรางท่าไชยได้ แต่ก็ได้ความว่าบริเวณหน้าที่ดินโจทก์ที่ยังเป็นที่ว่างอยู่นั้นส่วนมากเป็นหล่มเป็นเลน การที่จำเลยกั้นรั้วและปลูกพืชผลในที่พิพาทย่อมเป็นการใช้สิทธิที่ทำให้โจทก์ไม่ได้รับความสะดวก

ถูกจำกัดมิให้ใช้หรือรับประโยชน์จากที่พิพาทเพื่อเดินขึ้นลงระหว่างที่ดินโจทก์กับลำรางท่าไชย ถือได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ มีสิทธิขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนรั้วและพืชผลออกจากที่พิพาทได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1337 ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาตามฎีกาจำเลยที่ว่า กอไผ่ 2 กอตามฟ้องของจำเลยนั้นตามคำให้การของจำเลยต่อสู้ว่า กอไผ่ 2 กอนี้บิดาจำเลยปลูกไว้ในที่สาธารณะริมลำรางท่าไชย แต่ปรากฏจากการเผชิญสืบที่พิพาทของศาลชั้นต้นว่า กอไผ่อยู่ห่างจากแนวหลักหินที่กรมชลประทานปักเป็นแนวเขตลำรางไปทางทิศตะวันออก แสดงว่ากอไผ่มิได้อยู่ในเขตที่ดินสาธารณะ ได้ความว่าบิดาจำเลยเคยถือกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินโฉนดของโจทก์และครอบครองที่ดินด้านนี้มาก่อนขายให้โจทก์ที่ 1 ทั้งกอไผ่ก็อยู่แนวเดียวกับคอกควายของโจทก์ที่ 3 จึงน่าเชื่อว่าบิดาจำเลยปลูกกอไผ่ในเขตโฉนดของโจทก์ซึ่งบิดาจำเลยครอบครองอยู่ในขณะนั้น

เมื่อบิดาจำเลยขายที่ดินส่วนของตนให้แก่โจทก์ที่ 1 กอไผ่ก็ย่อมตกเป็นของโจทก์ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกันปัญหาสุดท้ายที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทนายความแทนโจทก์สูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดนั้น เห็นว่า อัตราค่าทนายความที่ศาลจะกำหนดให้คู่ความใช้แทนกันตามตาราง 6 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2521 ศาลชั้นต้นมีอำนาจกำหนดค่าทนายความชั้นสูงสำหรับคดีไม่มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 3,000 บาท คดีนี้เป็นคดีที่มีทุนทรัพย์และไม่มีทุนทรัพย์รวมกันที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจกำหนดให้จำเลยใช้ค่าทนายความแทนโจทก์ 1,200 บาท จึงเป็นจำนวนที่ไม่สูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสม ศรีเจริญ · เพียร ศรีอรุณ · สง่า อำพันแสง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้