Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1598/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สามีภริยาที่ยังมิได้หย่าขาดจากกันแต่แยกกันอยู่โดยฝ่ายสามีแสดงเจตนาไม่ต้องการให้ภริยาอยู่ร่วมด้วย และฝ่ายภริยามีรายได้ไม่พอจ่ายเป็นค่าอาหาร ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด กับไม่ปรากฏว่ามีทรัพย์สินอื่นพอเป็นรายได้เลี้ยงดูตนเอง เช่นนี้ภริยาย่อมมีสิทธิรับการช่วยเหลือเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูจากสามีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1594 และมีสิทธิฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากสามีได้ เพราะสามีอยู่ในฐานะเป็นหัวหน้าครอบครัวต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูภริยาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1453

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย โดยได้สมรสกันตามกฎหมายไทย มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือเด็กชายแอลเดรส วิลลาริโกอายุ 3 ขวบ ปัจจุบันโจทก์จำเลยยังมิได้หย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน เมื่อโจทก์จำเลยสมรสกันโจทก์ได้เดินทางไปยังประเทศลาวและเดินทางต่อไปยังฮ่องกงตามคำแนะนำของจำเลย โจทก์อยู่ที่ฮ่องกงราวปลายปี พ.ศ. 2510 ตลอดมาถึงปี พ.ศ. 2511 โจทก์จำเลยติดต่อกันทางจดหมายตลอดมาจำเลยหลอกลวงโจทก์ว่าประเทศไทยอยู่ในระยะอันตราย และอาจมีสภาพเหมือนเวียตนาม จำเลยจะพาโจทก์ไปอยู่ที่อื่นซึ่งอาจเป็นประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 เป็นต้นมา จำเลยไม่ได้ติดต่อกับโจทก์และไม่แจ้งให้โจทก์ทราบว่า จำเลยอยู่ที่ใดแน่

จำเลยไม่ส่งค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ จนกลางปี พ.ศ. 2513 โจทก์มีจดหมายสอบถามไปยังสถานทูตฟิลิปปินส์ในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ อีกหลายประเทศในที่สุดสถานทูตฟิลิปปินส์ในประเทศไทยช่วยให้จำเลยติดต่อกับโจทก์ จำเลยได้เขียนจดหมายขอหย่ากับโจทก์และยินดีจ่ายค่าเลี้ยงดูให้ จำเลยมีหน้าที่ตามศีลธรรมและตามกฎหมายที่จะต้องเลี้ยงดูโจทก์และบุตรเป็นค่าอาหาร ค่าเครื่องนุ่งห่ม ค่าที่พักอาศัย ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดรวมเดือนละ 6,000 บาท จำเลยค้างจ่ายเป็นเวลา 40 เดือนเป็นเงิน 240,000 บาท ขอให้จำเลยชำระเงิน 240,000 บาทกับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในจำนวนเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยจ่ายค่าเลี้ยงดูโจทก์และบุตรเดือนละ 6,000 บาท

นับแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2515 จนกว่าโจทก์จำเลยจะขาดจากการสมรสและจนกว่าบุตรของโจทก์จะบรรลุนิติภาวะกับให้จำเลยเสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์ด้วยจำเลยให้การว่า จำเลยสมรสกับโจทก์ตามแบบกฎหมายไทยและจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2510 จริง แต่ภายหลังสมรสกันแล้ว โจทก์แจ้งให้จำเลยทราบว่า จะต้องไปทำธุระให้ครอบครัวของโจทก์ที่ประเทศลาว โจทก์ไปแล้ว ไม่ส่งข่าวให้จำเลยทราบ โจทก์คบชู้ จงใจทิ้งร้างและกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการอยู่กินฉันสามีภริยา โจทก์มีสามีใหม่แล้ว จำเลยไม่สนใจติดต่อกับโจทก์ เด็กชายแอลเดรส วิลลาริโกไม่ใช่บุตรของจำเลย หากศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลยจะต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้โจทก์ จำเลยขอต่อสู้ว่า

ค่าเลี้ยงดูดังกล่าวมากมายเกินสมควร จำเลยไม่สามารถจ่ายให้ได้ตามที่ขอ จำเลยให้ได้เพียงเดือนละ 1,000 บาท ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 40,000 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์เดือนละ 1,500 บาท นับแต่เดือนกุมภาพันธ์2515 เป็นต้นไป และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียม โดยคิดค่าขึ้นศาลเท่าที่โจทก์ชนะคดีกับค่าทนายความ 1,000 บาทแทนโจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ขอให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กชายแอลเดรส วิลลาริโก แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่ยังศาลที่มีอำนาจจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยเสียค่าทนายความชั้นอุทธรณ์500 บาทแทนโจทก์จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

จำเลยเป็นชาวฟิลลิปปินส์มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยในฐานะคนต่างด้าว ส่วนโจทก์เป็นชาวฮ่องกง สัญชาติอังกฤษ มีภูมิลำเนาอยู่ที่ฮ่องกง โจทก์เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในฐานะนักทัศนาจร แล้วได้สมรสกับจำเลยและจดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายไทย ในประเทศไทยแล้วได้อยู่กินฉันสามีภริยาในประเทศไทยระยะหนึ่ง โจทก์จึงกลับไปอยู่ที่ฮ่องกง ไม่ได้กลับมาอยู่ร่วมกับจำเลยในประเทศไทย และโจทก์จำเลยยังคงเป็นสามีภริยากันอยู่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้โจทก์จำเลยจะเป็นสามีภริยากันอยู่ แต่การที่โจทก์ต้องกลับไปอยู่ที่ฮ่องกงนั้น ไม่ใช่เพราะความประสงค์ของโจทก์ แต่เป็นความประสงค์อันแท้จริงของจำเลยดังจดหมายที่จำเลยมีถึงโจทก์ (เอกสารหมาย จ.3) ที่จำเลยเขียนไปถึงโจทก์ซึ่งมีข้อความว่าไม่ให้โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร อ้างสถานะการณ์ไม่ปลอดภัย แสดงเจตนาของจำเลยว่าไม่ต้องการให้โจทก์มาอยู่ร่วมด้วย โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากจำเลยซึ่งเป็นสามีในฐานะที่เป็นหัวหน้าครอบครัว และต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูโจทก์ซึ่งเป็นภริยาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1453 ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่ใช่เป็นผู้ไร้ทรัพย์สินและมีสามารถหาเลี้ยงตนเองได้ จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูจากจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1594 นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าถึงแม้โจทก์จะประกอบอาชีพมีรายได้เดือนละประมาณ 3,000 บาทก็ตาม แต่โจทก์ก็นำสืบว่า โจทก์ต้องใช้จ่ายเป็นค่าอาหารเดือนละ3,500 บาท ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดเดือนละ 500 บาท นอกจากนี้ยังต้องเสียค่าเช่าที่พักอีก รายได้ของโจทก์ดังกล่าวจึงไม่เพียงพอกับรายจ่ายดังกล่าวและไม่ได้ความว่าโจทก์มีทรัพย์สินอื่นอีกพอเป็นรายได้เลี้ยงดูตนเองได้ โจทก์จึงมีสิทธิรับการช่วยเหลือเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดู สำหรับค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากจำเลยได้ตามกฎหมาย สำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นจำนวนเท่าใดนั้นพิเคราะห์แล้ว จำเลยมีรายได้เดือนละ 6,500 บาท นับว่าจำนวนค่อนข้างมากพอที่จะเจียดจ่ายให้แก่โจทก์ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่โจทก์ย้อนหลัง 40,000 บาทและต่อไปเดือนละ 1,500 บาท ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2515 ตลอดไปนั้นเหมาะสมแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ให้จำเลยเสียค่าทนายความในชั้นฎีกา 800 บาทแทนโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุ่ม สุนทรธัย · สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้