Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2463

พ.ศ. 2463 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้โจทย์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันลักระบือของนายด้วงไป ๑ ตัวราคา ๕๖ บาท เจ้าทรัพย์ตามไปทันจำเลยละทิ้งกระบือไว้แล้ววิ่งหนีไป ได้กระบือคืนมาแล้ว ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ ฯ นายเอี่ยมจำเลยให้การปฏิเสธข้อหา อ้างฐานที่อยู่ แต่นายชื้นจำเลยนั้นเปนใบ้พูดไม่ได้ ทั้งหูก็หนวกเรียกไม่ได้ยินจะถามเปนคำให้การก็ไม่ได้ ฯ ศาลจังหวัดไต่สวนได้ความว่านายชื้นเปนคนใบ้แลหูหนวกมาแต่กำเหนิดทั้ง ๒ อย่าง ครั้งวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๒ ศาลจังหวัดทำคำสั่งว่า เมื่อนายชื้นจำเลยเปนคนใบ้แลหูหนวกมาแต่กำเหนิดแล้ว ตามหลักกฎหมายจะพิจารณาคดีส่วนตัว นายชื้นจำเลยไปไม่ได้ แม้ที่สุดพยานจะให้การอย่างไรนายชื้นก็ไม่สามารถจะเข้าใจได้โดยอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ในเบื้องต้นต้องสันนิษฐานว่าเท่ากับนายชื้นจำเลยเปนคนวิกลจริตจึงสั่งให้โจทย์ถอนชื่อนายชื้นออกเสียจากเปนจำเลยภายใน ๑๕ วันถ้าโจทย์ไม่ยอมถอนก็ต้องงดคดีส่วนตัวนายชื้น แล้วปล่อยนตัวนายชื้นไปไม่เ

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้โจทย์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันลักระบือของนายด้วงไป ๑ ตัวราคา ๕๖ บาท เจ้าทรัพย์ตามไปทันจำเลยละทิ้งกระบือไว้แล้ววิ่งหนีไป ได้กระบือคืนมาแล้ว ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ ฯ นายเอี่ยมจำเลยให้การปฏิเสธข้อหา อ้างฐานที่อยู่ แต่นายชื้นจำเลยนั้นเปนใบ้พูดไม่ได้ ทั้งหูก็หนวกเรียกไม่ได้ยินจะถามเปนคำให้การก็ไม่ได้ ฯ ศาลจังหวัดไต่สวนได้ความว่านายชื้นเปนคนใบ้แลหูหนวกมาแต่กำเหนิดทั้ง ๒ อย่าง ครั้งวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๒ ศาลจังหวัดทำคำสั่งว่า เมื่อนายชื้นจำเลยเปนคนใบ้แลหูหนวกมาแต่กำเหนิดแล้ว ตามหลักกฎหมายจะพิจารณาคดีส่วนตัว นายชื้นจำเลยไปไม่ได้ แม้ที่สุดพยานจะให้การอย่างไรนายชื้นก็ไม่สามารถจะเข้าใจได้โดยอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ในเบื้องต้นต้องสันนิษฐานว่าเท่ากับนายชื้นจำเลยเปนคนวิกลจริตจึงสั่งให้โจทย์ถอนชื่อนายชื้นออกเสียจากเปนจำเลยภายใน ๑๕ วันถ้าโจทย์ไม่ยอมถอนก็ต้องงดคดีส่วนตัวนายชื้น แล้วปล่อยนตัวนายชื้นไปไม่เกี่ยวกับคดีนี้

ส่วนตัวนายเอี่ยวจำเลยนั้นคงพิจารณาต่อไป ฝ่ายโจทย์ไม่ยอมถอน อุทธรณคำสั่งศาลจังหวัดในข้อที่ให้งดคดีส่วนตัวนายชื้นจำเลยเสียนั้น ฯ ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษเห็นว่า ศาลจังหวัดได้อ่านคำสั่งนั้นให้โจทย์ฟังตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๒ โจทย์มายื่นฟ้องอุทธรณเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๒ เกินกำหนด ๑๕ วันไม่เปนองค์อุทธรณ จึงยกอุทธรณโจทย์ที่เกินกำหนดนั้นเสีย ฯ โจทย์ทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกา ฯ กรรมการศาลฎีกาได้ประชุมปฤกษาคดีนี้ตลอดแล้ว เห็นว่าในเรื่องนี้โจทย์จะนับกำหนดอายุความอุทธรณเอาเองตามชอบใจนั้นมิได้ เพราะศาลจังหวัดได้สั่งเปนเด็ดขาดตั้งแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๖๒ นั้นแล้ว เมื่อโจทย์ไม่ยื่นอุทธรณในกำหนดปล่อยไว้จนคดีขาดอายุอุทธรณซึ่งไม่เปนอุทธรณได้แล้ว ฎีกาโจทย์ฉบับนี้ก็ต้องตกไปตามกัน เพราะฉนั้นให้ยกฎีกาฉบัพนี้เสียไม่ต้องวินิจฉัยต่อไป ฯ วันที่ ๒ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๓

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พระยาพิพากษาสัตยาธิปตัย · พระยานรเนติบัญชากิจ · พระยาศรีสังกร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้