Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1586/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พฤติการณ์ที่จำเลยกับพวกลงรถที่ปากซอยแล้วถูกผู้ตายขว้างแก้วมาทางจำเลยกับพวก ย่อมก่อความไม่พอใจแก่จำเลยกับพวก การที่จำเลยกับพวกปรึกษากันก่อนที่จะเข้าไปทำร้ายผู้ตายกับผู้เสียหายทั้งสองจึงเห็นได้ว่า เป็นการตกลงร่วมกันที่จะเข้าไปทำร้ายผู้ตายกับผู้เสียหายทั้งสองนั่นเอง เมื่อพวกของจำเลยเข้าไปสอบถามสาเหตุจากผู้ตายและได้ใช้สุราที่ผู้ตายส่งให้ดื่มสาด หน้าผู้ตาย จำเลยก็เข้าทำร้ายผู้ตายทันที เมื่อผู้ตายวิ่งหนี พวกของจำเลยก็ไล่ติดตามไปรุมทำร้ายผู้ตายต่อเนื่องกันไป ขณะเดียวกันพวกของจำเลยอีกหลายคนก็แบ่งแยกกันทำร้าย ส. และ ม. ผู้เสียหายทั้งสองพร้อมกันไปด้วย มีลักษณะเป็นการนัดแนะกันไว้ก่อน หลังจากทำร้ายแล้วจำเลยกับพวกก็พากันหลบหนีไปด้วยกัน ย่อมเป็นกรณีที่ถือได้ว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาร่วมกันทำร้ายผู้ตาย และผู้เสียหายทั้งสองแต่เนื่องจากมูลเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นโดยบังเอิญ จำเลยไม่อาจคาดคิดได้ว่า พวกของจำเลยซึ่งมาด้วยกันกว่าสิบคนนั้นคนใดได้พกอาวุธติดตัวมาด้วย ขณะจำเลยกับพวกเดินเข้าไปสอบถามสาเหตุจากผู้ตายนั้น ก็ไม่ปรากฏว่าพวกของจำเลยคนใดได้ถือมีดอยู่ในมือแสดงอาการว่าจะเข้าไปแทงผู้ตาย ประกอบทั้งมูลเหตุที่จำเลยกับพวกไม่พอใจผู้ตายนั้น ก็ไม่ใช่สาเหตุร้ายแรงถึงขนาดที่จำเลยกับพวกจะต้องฆ่าผู้ตาย ทั้งจำเลยเพียงแต่ชกหน้าผู้ตาย 1 ที ไม่ได้ติดตามไปรุมทำร้ายผู้ตายด้วยอาวุธซ้ำอีก พฤติการณ์ดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกับพวกฆ่าผู้ตาย.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 288,83, 91จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295, 288 ลงโทษตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 15 ปีคำรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้หนึ่งในห้า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย12 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 จำคุก 1 เดือน ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติในเบื้องต้นว่าวันเวลาเกิดเหตุ นายมนตรีและนายสุริยาผู้เสียหายทั้งสองถูกคนร้ายหลายคนรุมทำร้ายได้รับอันตรายแก่กาย นายปัญญาผู้ตายถูกคนร้ายหลายคนใช้มีดและไม้เป็นอาวุธ รุมทำร้ายเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่าจำเลยร่วมกับกลุ่มคนร้ายฆ่าผู้ตาย และทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีนายสุริยาเป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า ผู้ตาย นายมนตรี และพยาน นั่งดื่มสุรากันอยู่ที่ร้านขายลาบของนายมนตรีที่ปากซอยทีซีมัยซิน มีรถยนต์บรรทุกน้ำคันหนึ่งแล่นมาจอดที่ปากซอยวัยรุ่นประมาณ 15 คน ลงจากรถแล้ว รถคันดังกล่าวก็แล่นเข้าซอยไป

ผู้ตายขว้างแก้วไปที่กลุ่มวัยรุ่น กลุ่มวัยรุ่นซุบซิบกันแล้วเดินมาหาผู้ตาย วัยรุ่นคนแรกถามผู้ตายว่า พี่ขว้างแก้วไปทำไม ผู้ตายบอกว่าจะเรียกมานั่งกินด้วยวัยรุ่นดังกล่าวถามว่า พี่รู้จักใคร ผู้ตายบอกว่า เห็นมากับรถบรรทุกน้ำซึ่งคนขับเป็นคนรู้จักกัน วัยรุ่นดังกล่าวพูดว่าไม่จริงหรอกพี่ไม่รู้จักกับคนขับรถ ผู้ตายส่งแก้วสุราให้วัยรุ่น วัยรุ่นรับแก้วแล้วสาดสุราใส่หน้าผู้ตาย ผู้ตายลุกขึ้นถอยหนี จำเลยซึ่งเป็นผู้ที่มาในกลุ่มวัยรุ่นนั้นเข้าไปผลักวัยรุ่นคนแรกออกแล้วชกหน้าผู้ตายเซไปพยานจะลุกจากเก้าอี้ก็ถูกวัยรุ่นซึ่งยืนอยู่ด้านหลังตีที่ศีรษะ 1 ที เมื่อหันไปดูก็ถูกตีที่ไหล่จนทรุดตัวลงนั่งพิงกำแพงจึงเห็นผู้ตายวิ่งหนีไปที่ถนน

วัยรุ่น 4-5 คน ไล่ตามไปใช้มีดและไม้รุมทำร้ายผู้ตายจนล้มลง นอนอยู่กลางถนน ขณะเดียวกันนายมนตรีก็ได้ถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายจนได้รับอันตรายแก่กาย แล้วกลุ่มวัยรุ่นและจำเลยก็พากันหลบหนีไป ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมากับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว และเป็นผู้ชกหน้าผู้ตายเป็นคนแรกตามที่นายสุริยาเบิกความ จำเลยมิได้โต้แย้ง ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามที่นายสุริยาเบิกความ พฤติการณ์ที่จำเลยกับพวกลงรถที่ปากซอยแล้วถูกผู้ตายขว้างแก้วมาทางจำเลยกับพวก ย่อมก่อความไม่พอใจแก่จำเลยกับพวก การที่จำเลยกับพวกปรึกษากันก่อนที่จะเข้าไปทำร้ายผู้ตายกับผู้เสียหายทั้งสอง จึงเห็นได้ว่าเป็นการตกลงร่วมกันที่จะเข้าไปทำร้ายผู้ตายกับผู้เสียหายทั้งสองนั้นเอง

เมื่อพวกของจำเลยเข้าไปสอบถามสาเหตุจากผู้ตายแล้วได้รับคำชี้แจง ซึ่งยังไม่เป็นที่พอใจ พวกของจำเลยได้ใช้สุราที่ผู้ตายส่งให้ดื่มสาดหน้าผู้ตาย แล้วจำเลยก็เข้าทำร้ายผู้ตายทันที เมื่อผู้ตายวิ่งหนีพวกของจำเลยก็ไล่ติดตามไปรุมทำร้ายผู้ตายต่อเนื่องกันไป ขณะเดียวกับพวกของจำเลยอีกหลายคนก็แบ่งแยกกันทำร้ายนายสุริยาและนายมนตรีผู้เสียหายทั้งสองพร้อมกันไปด้วย มีลักษณะเป็นการนัดแนะกันไว้ก่อนหลังจากทำร้ายแล้วจำเลยกับพวกก็พากันหลบหนีไปด้วยกัน ย่อมเป็นกรณีที่ถือได้ว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาร่วมกันทำร้ายผู้ตายและผู้เสียหายทั้งสอง แต่มูลเหตุเกิดขึ้นโดยบังเอิญ สืบเนื่องมาจากที่ผู้ตายขว้างแก้วไปทางที่จำเลยกับพวกยืนอยู่โดยเข้าใจผิดว่าเป็นคนรู้จักกันจำเลยไม่อาจคาดคิดได้ว่าพวกของจำเลยซึ่งมาด้วยกันกว่าสิบคนนั้นคนใดได้พกอาวุธติดตัวมาด้วย

ขณะจำเลยกับพวกเดินเข้าไปสอบถามสาเหตุจากผู้ตายนั้น ก็ไม่ปรากฏว่าพวกของจำเลยคนใดได้ถือมีดอยู่ในมือแสดงอาการว่าจะเข้าไปแทงผู้ตาย ประกอบทั้งมูลเหตุที่จำเลยกับพวกไม่พอใจผู้ตายนั้นก็เพียงแต่เพราะถูกผู้ตายขว้างแก้วไปทางที่จำเลยกับพวกยืนอยู่เท่านั้น ไม่ใช่สาเหตุร้ายแรงถึงขนาดที่จำเลยกับพวกจะต้องฆ่าผู้ตาย ทั้งจำเลยเพียงแต่ชกหน้าผู้ตาย 1 ที มิได้ติดตามไปรุมทำร้ายผู้ตายด้วยอาวุธซ้ำอีก พฤติการณ์ดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาร่วมกับพวกฆ่าผู้ตายคงฟังได้เพียงว่า จำเลยมีเจตนาร่วมกับพวกทำร้ายผู้ตายและผู้เสียหายทั้งสองเท่านั้น เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตาย เพราะถูกพวกของจำเลยใช้มีดแทง และผู้เสียหายทั้งสองได้รับอันตรายแก่กาย เพราะถูกพวกของจำเลยทำร้าย จำเลยจึงมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้ตาย เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย และฐานร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 290 วรรคแรก และมาตรา 295 ประกอบด้วยมาตรา 83แต่การกระทำของจำเลยกับพวกเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรกซึ่งเป็นบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 6 ปี คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง จึงลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้