Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1580/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยรวม3กระทงๆละ2ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยกระทำผิดเพียงกรรมเดียวจำคุก2ปีเป็นการแก้ไขเล็กน้อยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามป.วิ.อ.มาตรา218 การที่เจ้าพนักงานตำรวจวางแผนให้สายลับไปจับหนังสือเดินทางปลอมมาให้ในคราวเดียวกันและหนังสือเดินทางทั้งสามฉบับกระทำขึ้นในคราวเดียวกันนั้นถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวมิใช่ความผิดหลายกรรมต่างกัน.โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปลอมเอกสารราชการหนังสือเดินทางของประเทศ ซึ่งออกโดยกระทรวงต่างประเทศรวม 3 ฉบับ อันเป็นความผิดต่างกรรมกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา264, 265, 83, 91 และขอให้ริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265, 91 จำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 3 กระทง จำคุก 6 ปีริบของกลาง ยกฟ้องจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยรวม3กระทงๆละ2ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยกระทำผิดเพียงกรรมเดียวจำคุก2ปีเป็นการแก้ไขเล็กน้อยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามป.วิ.อ.มาตรา218 การที่เจ้าพนักงานตำรวจวางแผนให้สายลับไปจับหนังสือเดินทางปลอมมาให้ในคราวเดียวกันและหนังสือเดินทางทั้งสามฉบับกระทำขึ้นในคราวเดียวกันนั้นถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวมิใช่ความผิดหลายกรรมต่างกัน.โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันปลอมเอกสารราชการหนังสือเดินทางของประเทศ ซึ่งออกโดยกระทรวงต่างประเทศรวม 3 ฉบับ อันเป็นความผิดต่างกรรมกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา264, 265, 83, 91 และขอให้ริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265, 91 จำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 3 กระทง จำคุก 6 ปีริบของกลาง ยกฟ้องจำเลยที่ 2จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ทำเอกสารปลอมขึ้นในคราวเดียวกันเป็นความผิดกรรมเดียว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 เพียงกรรมเดียวให้จำคุก2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1รวม 3 กระทงให้จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมเป็นจำคุก 6 ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดเพียงกรมมเดียวจำคุก 6 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดเพียงกรรมเดียวจำคุก 2 ปีจึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย คู่ความจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกาจึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าหนังสือเดินทางปลอมมี 3 ฉบับ การจะทำปลอมต้องทำทีละฉบับเมื่อทำเสร็จฉบับหนึ่งแล้วก็เป็นความผิดสำเร็จสำหรับฉบับนั้นการกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำผิดต่างกรรม เป็นความผิด3 กรรมนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าพนักงานตำรวจวางแผนให้สายลับไปจ้างทำหนังสือเดินทางปลอมมาให้ในคราวเดียวกัน และหนังสือเดินทางปลอมทั้งสามฉบับนั้นกระทำขึ้นในคราวเดียวกัน จากข้อเท็จจริงดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ 1 ทำปลอมเอกสารทั้งสามฉบับในคราวเดียวกัน การกระทำของจำเลยที่ 1 ทำปลอมเอกสารทั้งสามฉบับในคราวเดียวกัน การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวมิใช่หลายกรรมดังที่โจทก์ฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มา
สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3761/2563

แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยกับพวกร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันโดยบรรยายฟ้องเป็นข้อ 1 (ก) ว่า จำเลยกับพวกร่วมกันทำวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3880/2556

ความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และคงลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 222/2554

หลังจากจำเลยกับพวกกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงที่ขนำที่เกิดเหตุครั้งแรกแล้ว จำเลยกับพวกยังคงควบคุมหรือหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหายไว้โดยพาผู้เสียหายไปที่ขนำอีกแห่งหนึ่งแล้วร่วมกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8053/2553

ศาลชั้นต้นลงโทษฐานร่วมกันสมคบกันกระทำอันเป็นซ่องโจร จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันลักทรัพย์ จำคุก 4 ปี รวมจำคุก 5 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานเป็นซ่องโจรกับฐานร่วมกันลักทรัพย์เป็นกรรมเดียวเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2545

ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายอายุ 13 ปีเศษ ผู้เสียหายพักอาศัยและอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบิดามารดา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม เป็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้