Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 158/2484

พ.ศ. 2484 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้คำประกันจะนำพะยานบุคคลมาลืบว่าที่ตนเข้าทำสัญญาค้ำประกันโดยตกลงกับเจ้าหนี้ไปกระทำการอย่างใดอย่าหนึ่ง แล้วเจ้าหนี้ผิดสัญญาแต่ข้อตกลงนั้นไม่ปรากฏในสัญญาค้ำประกันดังนี้ศาลจะรับฟังไม่ได้ เพราะเป็นการสืบแก้ไขเพิ่มเติมเอกสาร

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยที่ ๑ ผู้กู้และจำเลยที่ ๒-๓ ผู้ค้ำประกัน ฝ่ายจำเลยที่ ๒-๓ ต่อสู้และนำพะยานบุคคลมาสืบว่าจำเลยเข้าค้ำประกันโดยพูดคุยตกลงกับโจทก์ให้โจทก์คำร้องขอถอนคำจ้อที่ขอให้ศาลสั่งถอดถอนจำเลยที่ ๑ จากเป็นผู้จัดการมฤดก โจทก์ยอมตกลง จำเลยจึงเข้าค้ำประกัน เมื่อทำสัญญาค้ำประกันแล้วโจทก์ไม่ถอนคำขอที่ขอให้ศาลสั่งถอดถอนจำเลยที่ ๑ จากเป็นผู้จัดการมฤดก ศาลชั้นต้นชี้ขาดว่าจำเลยที่ ๒-๓ เข้าทำสัญญาค้ำประกันเพราะถูกโจทก์หลอกลวง จำเลยได้บอกล้วงสัญญานี้แล้ว จึงพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินและยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๒-๓

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อความที่จำเลยนำสืบนั้นเป็นเงื่อนไขแห่งสัญญา เมื่อไม่ระบุไว้ในหนังสือสัญญาจำเลยจะนำสืบไม่ได้ จึงพิพากษาให้จำเลยที่ ๒-๓ เป้นสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒-๓ เป็นสัญญาต่างตอบแทน จำเลยนำสืบได้ ไม่เป็นการสืบแก้ไขเพิ่มเติมเอกสาร เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติตามสัญญาจึงมาฟ้องจำเลยที่ ๒-๓ ไม่ได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อนำสืบของจำเลยที่ ๒-๓นั้นเป็นการสืบเพิ่มเติมข้อความในสัญญาค้ำประกัน เป็นการต้องห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๙๔(ข)

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาให้จำเลยที่ ๒-๓ รับผิดตามสัญญาค้ำประกัน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิติศาสตร์ · + · +
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้