Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1577/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เป็นสามีภริยากันโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลพิพากษาให้แบ่งทรัพย์กัน แล้วเจ้าหนี้ของสามีฟ้องสามียึดทรัพย์ที่จะแบ่งมาขายทอดตลาด ดังนี้สามีจะขอสืบพยานในคดี (ที่ถูกยึดทรัพย์) ว่าเป็นหนี้ร่วม เพื่อให้เจ้าหนี้เอาชำระจากทรัพย์สิน ส่วนของภริยาไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องเป็นภริยาจำเลย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ได้ฟ้องขอแบ่งทรัพย์จากจำเลย ศาลพิพากษาให้แบ่งทรัพย์คนละครึ่ง คดีถึงที่สุดแล้ว นอกจากนั้นจำเลยถูกเจ้าหนี้ฟ้องอีกหลายรายและจำเลยยอมความรับใช้หนี้กัน แต่มิได้ใช้ให้ตามกำหนดโจทก์ในคดีนี้ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้หนึ่งจึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยซึ่งจะต้องแบ่งกับผู้ร้องขายทอดตลาด เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอื่น ๆ ร้องขอเฉลี่ยทรัพย์และผู้ร้องได้ขอให้กันเงินที่ขายทอดตลาดได้นั้นเป็นของผู้ร้องครึ่งหนึ่ง โจทก์จำเลยและผู้ร้องขอเฉลี่ยคัดค้านว่า ไม่ควรกันเงินให้ผู้ร้องเพราะจำเลยก่อหนี้ขึ้นในระหว่างที่อยู่กินฉันสามีภริยากับผู้ร้อง ต้องร่วมกันรับผิดใช้หนี้ ผู้ร้องแถลงแก้ว่า ผู้ร้องไม่รู้เห็นในหนี้ที่ก่อขึ้น และจะเป็นหนี้กันจริงหรือไม่ก็ไม่ทราบ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดศรีสะเกษมีคำสั่งว่า โดยผลของคำพิพากษา ผู้ร้องมีสิทธิในทรัพย์รายนี้ครึ่งหนึ่ง การที่ผู้ร้องจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือเจ้าหนี้อื่นของจำเลยแค่ไหนเพียงใดนั้น ชอบที่โจทก์หรือเจ้าหนี้อื่นจะไปดำเนินคดีต่อผู้ร้องเป็นอีกโสดหนึ่งต่างหาก ขณะนี้ผู้ร้องยังไม่อยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้ของผู้ใด ฉะนั้น จะคัดค้านไม่ให้ผู้ร้องได้รับส่วนของตนนั้นไม่ได้ จำเลยผู้เดียวอุทธรณ์ขอให้ยกคำสั่ง และขอให้สั่งศาลชั้นต้นสืบพยานในข้อที่ว่า ก่อหนี้ขึ้นในระหว่างอยู่ด้วยกันฉันสามีภริยา

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เรื่องที่จำเลยขอสืบพยานเป็นคนละเรื่องกับที่ถกเถียงกัน ทั้งศาลชั้นต้นก็ไม่ได้มีคำสั่งสำหรับประเด็นที่อุทธรณ์ขึ้นมา รับวินิจฉัยให้ไม่ได้จึงพิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยกับผู้ร้องไม่ได้เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีทางที่จำเลยจะนำสืบไปในรูปสามีภริยากันตามที่ตั้งประเด็นขึ้นนั้นได้ และต้องถือว่า ผู้ร้องไม่ได้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์รายใดเลย จำเลยจะให้เอาทรัพย์อันเป็นสิทธิส่วนของผู้ร้องไปชำระหนี้ร่วมกับจำเลยด้วยย่อมไม่ได้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
การุณย์นราทร · ประจักษ์ศุภอรรถ · อนุสสรนิติสาร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายแท่ง ทองภักดี
ศาลอุทธรณ์ - ขุนสิทธิสำรวจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4961/2558

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า เดิมผู้ร้องเคยสมรสกับจำเลยที่ 3 ต่อมาเมื่อปี 2535 ผู้ร้องหย่ากับจำเลยที่ 3 และได้ตกลงสัญญาในการหย่าให้ที่ดินพิพาทตกแก่ผู้ร้องแต่เพียงผู้เดียว ผู้ร้องได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7063/2544

ขณะที่ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทจำเลยกับผู้ร้องยังอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ร่วมกันประกอบกิจการค้าขายเสื้อผ้าจนกระทั่งจดทะเบียนตั้งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดในเวลาต่อมา ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3280/2534

หนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 3 เป็นหนี้สมยอมกัน ทำขึ้นโดยที่มิได้เป็นหนี้ กันจริงเพื่อช่วยเหลือมิให้โจทก์และเจ้าหนี้อื่นบังคับชำระหนี้ เอา จากทรัพย์สินของจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6007/2534

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474 บัญญัติให้ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสเป็นสินสมรส ถ้ากรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดเป็นสินสมรสหรือมิใช่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส ผู้ร้องซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 271/2534

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยในเงินบำเหน็จอันเนื่องมาจากการลาออกของลูกหนี้ว่า จำเลยมีทรัพย์สินเพียงเงินเดือน บำเหน็จและโบนัส เท่านั้น จำเลยได้ลาออกจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยซึ่งจะได้บำเหน็จและโบนัสปร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้