Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1574/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยที่ 1 อาจกระทำได้ไม่ว่าในเวลาใดก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่ต้องไม่ช้ากว่า 15 วัน นับแต่วันที่ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสาม คดีนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีเพิ่งขายทอดตลาดไปเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2547 และยังมิได้จ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดแก่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้การบังคับคดีจึงยังไม่เสร็จลงตามมาตรา 296 วรรคสี่ ส่วนที่ต้องไม่ช้ากว่า 15 วัน นับแต่วันที่ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น ศาลชั้นต้นต้องไต่สวนให้ได้ความก่อนว่ามีข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้นหรือไม่และจำเลยที่ 1 ทราบแล้วหรือไม่ เมื่อใด เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งโดยไม่ไต่สวนจึงเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ การที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 14 ธันวาคม 2547 ฉบับแรก ขอให้รับคำร้องขอเพิกถอนการพิจารณาของจำเลยที่ 1 ไว้ไต่สวนต่อไป ย่อมเป็นการแสดงว่าจำเลยที่ 1 ขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามมาตรา 27 จึงไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ จำเลยที่ 1 เพิ่งทราบเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2547 ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดไปแล้ว จำเลยที่ 1 จึงมอบให้ ว. ไปขอคัดถ่ายเอกสารการขายทอดตลาดที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรสาคร และเพิ่งได้รับเอกสารมาเมื่อวันที่ 7 เดือนเดียวกัน ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้นตั้งแต่วันที่ 7 เดือนดังกล่าว เมื่อจำเลยที่ 1 ทราบแล้วก็มอบให้ทนายความของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ทนายความของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดฉบับลงวันที่ 9 ธันวาคม 2547 จึงเป็นการยื่นคำร้องไม่ช้ากว่า 15 วัน นับแต่วันที่ทราบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสาม

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2541 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 660,173.09 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 24 ต่อปี ของต้นเงิน 494,046.42 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 9 ตุลาคม 2540) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 51245 พร้อมสิ่งปลูกสร้างนำออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์ หากไม่พอชำระหนี้ก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 1 ออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วนคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยทั้งสามไม่ชำระ โดยในการส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้องและคำบังคับแก่จำเลยที่ 1 นั้น โจทก์ส่งไปที่บ้านเลขที่ 33 ซึ่งเป็นที่อยู่ตามแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรในขณะนั้น

ต่อมาวันที่ 25 ธันวาคม 2546 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดี ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 51245 พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าว เป็นทาวน์เฮาส์เลขที่ 67/420 เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคารวม 503,800 บาท ประกาศขายทอดตลาดฉบับแรก ประกาศว่าจะขายทอดตลาด 4 ครั้ง ในการแจ้งคำสั่งศาลอนุญาตให้ขายและวันขายทอดตลาดแก่จำเลยที่ 1 โจทก์ยื่นคำแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าจำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอยู่เลขที่ 999 ตามแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร ระบุว่าย้ายเข้าไปอยู่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2546 เจ้าหน้าที่อำเภอบ้านแพ้วให้ข้อมูลว่าเลขที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ทำงานของมูลนิธิวัดเทพรัตนาราม หากการส่งไม่สามารถทำได้ก็ขอให้ส่งโดยวิธีประกาศทางหนังสือพิมพ์

เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งจำเลยที่ 1 โดยประกาศทางหนังสือพิมพ์ จำเลยที่ 1 ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายทรงวุฒิ เป็นผู้มีอำนาจจัดการดูแลการขาย คัดค้านราคาที่มีผู้เสนอต่ำแทนจำเลยที่ 1 จนเสร็จการ โดยแนบสำเนาใบคำขอมีบัตร มีบัตรใหม่หรือเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยที่ 1 และสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของนายทรงวุฒิมาด้วย ครั้นถึงวันขายทอดตลาดครั้งที่ 1 วันที่ 26 พฤษภาคม 2547 มีผู้เข้าสู้ราคา 1 คน เสนอราคา 1,000,000 บาท ผู้แทนโจทก์ไม่คัดค้านราคา นายทรงวุฒิ คัดค้านราคาว่าควรขายได้ในราคา 1,200,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าเป็นราคาที่สมควรขาย แต่ต้องเลื่อนการขายไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ

ต่อมาวันขายทอดตลาดครั้งที่ 2 วันที่ 16 มิถุนายน 2547 มีผู้เข้าสู้ราคา 2 คน ผู้เสนอราคาสูงสุดเสนอราคา 950,000 บาท ผู้แทนโจทก์ไม่คัดค้านราคา นายทรงวุฒิคัดค้านราคาเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าเป็นราคาที่ต่ำกว่านัดที่แล้วและมีเหตุขัดข้องตามมาตรา 309 ทวิ จึงเลื่อนการขายไป วันขายทอดตลาดครั้งที่ 3 วันที่ 7 กรกฎาคม 2547 ไม่มีผู้เข้าสู้ราคา วันขายทอดตลาดครั้งที่ 4 วันที่ 28 กรกฎาคม 2547 มีแต่ฝ่ายโจทก์รายเดียวเข้าสู้ราคาโดยเสนอราคา 260,000 บาท นายทรงวุฒิคัดค้านราคา เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าเป็นราคาที่สมควรขายตามนโยบายของกรมบังคับคดี แต่มีเหตุขัดข้องตามมาตรา 309 ทวิ จึงงดการขายไว้และประกาศขายใหม่ ในการประกาศขายทอดตลาดครั้งใหม่ ซึ่งเป็นการประกาศขายทอดตลาดฉบับที่สอง

ประกาศว่าจะขายทอดตลาดอีก 4 ครั้ง เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งวันนัดขายทอดตลาดแก่จำเลยที่ 1 โดยประกาศทางหนังสือพิมพ์เช่นเดิม ครั้นถึงวันขายทอดตลาดครั้งที่ 5 วันที่ 24 พฤศจิกายน 2547 มีผู้เข้าสู้ราคา 3 คน รวมทั้งผู้ซื้อทรัพย์ ผู้ซื้อทรัพย์เสนอราคาสูงสุดเป็นเงิน 440,000 บาท ผู้แทนโจทก์ไม่คัดค้านราคา ฝ่ายจำเลยที่ 1 ไม่มาดูแลการขายเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงขายแก่ผู้ซื้อทรัพย์ไปในราคา 440,000 บาท จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 9 ธันวาคม 2547 ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2547 ว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องในเวลา 16.40 นาฬิกา ปิดทำการแล้ว ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องในวันที่ 9 ธันวาคม 2547 จำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้นายทรงวุฒิ ดูแลการขายทอดตลาดจนเสร็จการ เมื่อขายทอดตลาดวันที่ 24 พฤศจิกายน 2547 จำเลยที่ 1 ต้องยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดไม่ช้ากว่า 15 วัน นับแต่วันที่ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น คือต้องยื่นภายในวันที่ 9 ธันวาคม 2547 ดังกล่าวแล้ว ถือว่าจำเลยที่ 1 มิได้ยื่นภายในกำหนดดังกล่าว จำเลยที่ 1 ย่อมไม่มีสิทธิคัดค้านการขายทอดตลาดนั้นให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องลงวันที่ 14 ธันวาคม 2547 สองฉบับ ฉบับแรกมีใจความว่า

จำเลยที่ 1 เพิ่งทราบจากนายขวัญชัย เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2547 ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ไปแล้ว จำเลยที่ 1 จึงให้นายทรงวุฒิ ไปขอคัดถ่ายเอกสารจากสำนักงานบังคับคดี นายทรงวุฒิไปขอคัดถ่ายเอกสารเมื่อวันที่ 3 เดือนเดียวกัน แต่ใกล้หมดเวลาราชการเจ้าหน้าที่ให้มาดำเนินการต่อในวันที่ 7 เดือนเดียวกัน ขอให้รับคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดไว้ไต่สวนต่อไป ฉบับที่สอง มีใจความทำนองเดียวกับคำร้องฉบับลงวันที่ 9 ธันวาคม 2547 ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ศาลชั้นต้นสั่งนัดไต่สวนคำร้องทั้งสองฉบับ โดยสำหรับคำร้องฉบับแรกนั้นศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 7 และจำเลยที่ 1 ถือว่าเป็นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2547 และขอให้สั่งรับคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดฉบับลงวันที่ 9 ธันวาคม 2547 ไว้ไต่สวนต่อไป โจทก์และผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องฉบับลงวันที่ 14 ธันวาคม 2547 ทั้งสองฉบับ ค่าคำร้องทั้งสองฉบับให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้รับคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยที่ 1 ฉบับลงวันที่ 9 ธันวาคม 2547 ไว้ดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่ ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ข้อแรกว่า การที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องฉบับลงวันที่ 9 ธันวาคม 2547 ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ไม่อุทธรณ์ แต่กลับมายื่นคำร้องใหม่อีกสองฉบับตามคำร้องฉบับลงวันที่ 14 ธันวาคม 2547 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 หรือไม่ เห็นว่า การยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยที่ 1 อาจกระทำได้ไม่ว่าในเวลาใดก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลงแต่ต้องไม่ช้ากว่า 15 วัน นับแต่วันที่ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสาม คดีนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีเพิ่งขายทอดตลาดไปเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2547 เจ้าพนักงานบังคับคดียังมิได้จ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดแก่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้การบังคับคดีจึงยังไม่เสร็จลงตามมาตรา 296 วรรคสี่

ส่วนที่ว่าต้องไม่ช้ากว่า 15 วัน นับแต่วันที่ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น ก็ยังต้องไต่สวนให้ได้ความเสียก่อนว่ามีข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้นหรือไม่และจำเลยที่ 1 ทราบแล้วหรือไม่เมื่อใด แต่ศาลชั้นต้นด่วนมีคำสั่งไปทันทีโดยไม่ไต่สวนให้ได้ความดังกล่าวเสียก่อนย่อมเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบที่จำเลยที่ 1 จะขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้นเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 การที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 14 ธันวาคม 2547 ฉบับแรก ที่ขอให้รับคำร้องขอเพิกถอนการพิจารณาของจำเลยที่ 1 ไว้ไต่สวนต่อไปย่อมเป็นการแสดงอยู่ในตัวว่าจำเลยที่ 1 ขอให้เพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามมาตรา 27 ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามา

หาเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามไม่ ฎีกาข้อนี้ของผู้ซื้อทรัพย์ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาวินิจฉัยฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ข้อต่อมาว่า สมควรให้รับคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยที่ 1 ฉบับลงวันที่ 9 ธันวาคม 2547 ไว้ดำเนินการต่อไปหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนที่จำเลยที่ 1 นำสืบดังกล่าวข้างต้น โดยที่โจทก์และผู้ซื้อทรัพย์มิได้นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เพิ่งทราบเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2547 ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดไปแล้ว จำเลยที่ 1 จึงมอบให้นายทรงวุฒิ ไปขอคัดถ่ายเอกสารการขายทอดตลาดที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดสมุทรสาคร และเพิ่งได้รับเอกสารมาเมื่อวันที่ 7 เดือนเดียวกัน

ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้นตั้งแต่วันที่ 7 เดือนดังกล่าว เมื่อจำเลยที่ 1 ทราบแล้วก็มอบให้ทนายความของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ทนายความของจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดฉบับลงวันที่ 9 ธันวาคม 2547 เห็นได้ชัดว่าเป็นการยื่นคำร้องไม่ช้ากว่า 15 วัน นับแต่วันที่ทราบ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เห็นว่าคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยที่ 1 ฉบับลงวันที่ 9 ธันวาคม 2547 ยื่นภายในกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสาม พิพากษาให้รับคำร้องไว้ดำเนินการต่อไปนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

ฎีกาข้ออื่นนอกจากนี้ไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลแห่งคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม แม้จำเลยที่ 1 ไม่ฎีกา แต่ศาลฎีกาตรวจพยานหลักฐานในท้องสำนวนประกอบกับที่จำเลยที่ 1 นำสืบดังกล่าวแล้ว พยานหลักฐานเพียงพอแก่การพิจารณา เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมให้เสียเวลาในการพิจารณาคดี ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการเพิ่มเติมหรือวินิจฉัยใหม่อีก ได้ความว่า หลังจากจำเลยที่ 1 ทราบวันขายทอดตลาดครั้งที่ 1 ถึง 4 แล้วจำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้นายทรงวุฒิ เป็นผู้มีอำนาจจัดการดูแลการขายคัดค้านราคาที่มีผู้เสนอต่ำแทนจำเลยที่ 1 จนเสร็จการ โดยแนบสำเนาใบรับคำขอมีบัตรมีบัตรใหม่หรือเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยที่ 1 และสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของนายทรงวุฒิมากับหนังสือมอบอำนาจด้วย โดยมีที่อยู่ทั้งของจำเลยที่ 1 และนายทรงวุฒิชัดเจนตามหนังสือมอบอำนาจ

นายทรงวุฒิมอบหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีรวมไว้ในสำนวนของเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ดังนั้น ในการแจ้งวันขายทอดตลาดฉบับที่สองซึ่งเป็นการขายทอดตลาดครั้งที่ 5 ถึง 8 เจ้าพนักงานบังคับคดีควรแจ้งวันขายทอดตลาด แก่จำเลยที่ 1 ตามที่อยู่จำเลยที่ 1 ที่ระบุไว้ หรืออย่างน้อยควรแจ้งวันขายทอดตลาดแก่นายทรงวุฒิตามที่อยู่นายทรงวุฒิที่ระบุไว้ด้วย เพราะนายทรงวุฒิเป็นผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 1 มีอำนาจดูแลการขายทอดตลาดแทนจำเลยที่ 1 จนเสร็จการซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดียังสามารถแจ้งแก่จำเลยที่ 1 และนายทรงวุฒิได้ ยังไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะแจ้งวันนัดขายทอดตลาดโดยการประกาศทางหนังสือพิมพ์

การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งวันนัดขายทอดตลาดแก่จำเลยที่ 1 โดยการประกาศทางหนังสือพิมพ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งตามพฤติการณ์แห่งคดีเห็นได้ว่าในการขายทอดตลาดครั้งที่ 1 ถึง 4 นายทรงวุฒิมาดูแลการขายทุกนัดแต่ในครั้งที่ 5 ไม่ได้มา น่าเชื่อว่าจำเลยที่ 1 และนายทรงวุฒิไม่ทราบวันนัดขายทอดตลาด หาใช่ประวิงคดีดังที่ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกาไม่ เมื่อการแจ้งวันนัดขายทอดตลาดแก่จำเลยที่ 1 ไม่ชอบ ย่อมเป็นการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งต้องเพิกถอนการขายทอดตลาดรายนี้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน และให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 51245 ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ขายเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2547 และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป ดุลพินิจธรรมมา · สนอง เล่าศรีวรกต · สุริยง ลิ้มสถิรานันท์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้