Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 156/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อข้อบังคับของสมาคมบัญญัติว่า ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินเพื่อกิจการของสมาคมได้ และเหรัญญิกจะจ่ายเงินของสมาคมทุกครั้งจะต้องได้รับอนุมัติจากนายกสมาคมก่อน การลงชื่อในเช็คเพื่อจ่ายเงินของสมาคม ให้นายก เหรัญญิกและเลขาธิการลงชื่อร่วมกัน โดยประทับตราของสมาคมไว้ เมื่อข้อบังคับบัญญัติไว้เช่นนี้ จำเลยที่ 2,3,4 จึงทำสัญญาแทนสมาคมได้ สมาคมจึงต้องรับผิดตามสัญญานั้น สมาคมกู้เงินธนาคารโจทก์โดยวิธีเบิกเงินเกินบัญชี ต่อมาภายในกำหนดอายุความ นายกสมาคมคนใหม่ได้มีหนังสือถึงธนาคารรับว่าเป็นหนี้ธนาคารโจทก์จริง และขอปิดบัญชี ส่วนหนี้ซึ่งค้างชำระจะขอผ่อนชำระให้จนกว่าจะหมดสิ้น จึงเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ อายุความฟ้องร้องจึงสะดุดหยุดลง คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ประเพณีการค้าที่คำนวณดอกเบี้ยทบต้นในบัญชีเดินสะพัดหรือในการค้าอย่างอื่นในทำนองเดียวกัน แม้กฎหมายยอมให้คิดดอกเบี้ยทบต้นเป็นพิเศษก็ดี แต่ถ้าบัญชีเดินสะพัดนั้นมีการหักทอนหนี้และเรียกร้องให้ชำระเงินคงเหลือ อันเป็นการเลิกสัญญาบัญชีเดินสะพัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 856, 859 และลูกหนี้ผิดนัดแล้ว ซึ่งลูกหนี้จะเบิกเงินเกินบัญชีไม่ได้ ย่อมไม่มีเหตุที่ธนาคารจะอ้างมาคิดดอกเบี้ยทบต้นต่อไป ทั้งตามกฎหมายก็ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ตกลงกู้เงินโจทก์โดยวิธีเบิกเงินเกินบัญชีในวงเงินไม่เกิน ๓๒,๐๐๐ บาท มีกำหนด ๑ เดือน จำเลยที่ ๒, ๓, ๔ เข้าทำสัญญาค้ำประกันรับผิดชอบต่อโจทก์ ต่อมาจำเลยที่ ๑ ค้างชำระหนี้และดอกเบี้ยรวม ๖๕,๘๙๑.๖๘ บาท โจทก์ได้มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระจำเลยได้ให้กรรมการและเลขาธิการติดต่อมาขอผัดหนี้ ในที่สุดก็ไม่ชำระ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ตามข้อบังคับของสมาคมไม่มีวัตถุประสงค์ในการกู้ยืนเงิน การที่จำเลยที่ ๒, ๓, ๔ ทำสัญญากู้เงินจากโจทก์ หากเป็นความจริงก็กระทำไปในฐานะส่วนตัว ไม่ใช่ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ ๑ และไม่ได้นำเงินมาใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ไม่เคยรับหนังสือทวงถามหนี้ และไม่เคยรับสภาพหนี้ตามกฎหมาย

เลขาธิการของสมาคมจำเลยไม่มีอำนาจรับสภาพหนี้แทนจำเลย คดีของโจทก์ขาดอายุความ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง ขอให้ศาลยกฟ้อง จำเลยที่ ๒, ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๔ ให้การรับว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์ไปจริงตามฟ้อง และจำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ต่อโจทก์ไว้จริง แต่จำเลยประกันเฉพาะภายในกำหนด ๑ เดือนเท่านั้น ต่อมาโจทก์ได้ขยายเวลากำหนดชำระหนี้อันแน่นอนออกไปให้คณะกรรมการของจำเลยที่ ๑ ทุกชุด เป็นเวลาต่อเนื่องกันเกินว่า ๑๐ ปีแล้ว โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้เลย และกรรมการของจำเลยที่ ๑ ชุดหลัง ๆ ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้แทนจำเลย โจทก์ก็ยินยอมตกลงจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาที่โจทก์ฟ้อง คดีโจทก์ขาดอายุความ ความจริงจำเลยที่ ๑ ยังมีทรัพย์สินพอจะชำระหนี้โจทก์ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์และค้างชำระดอกเบี้ยทบต้นจนถึงวันฟ้องจริง หนี้ของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ ส่วนจำเลยที่ ๒,๓,๔ เป็นผู้เข้าทำสัญญาค้ำประกันหนี้จำเลยที่ ๑ ภายในกำหนด ๑ เดือน เงินที่จำเลยที่ ๑ เบิกมาในระยะ ๑ เดือน จำเลยที่ ๑ ก็ได้ชำระแล้ว จำเลยที่ ๒,๓,๔ จึงหมดความรับผิดชอบ พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ตามฟ้อง ส่วนคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒,๓,๔ ให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ในพ.ศ. ๒๔๙๘ จำเลยที่ ๒,๓,๔ เป็นกรรมการของสมาคมจำเลยที่ ๑ และได้ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ซึ่งจำเลยที่ ๑ ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีไว้กับโจทก์ เดิมเมื่อจำเลยที่ ๑ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลได้มีบัญชีเงินฝากอยู่กับโจทก์ ตามข้อบังคับของสมาคมจำเลยบัญญัติเกี่ยวกับการเงินไว้ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินเพื่อกิจการของสมาคมได้ และเหรัญญิกจะจ่ายเงินของสมาคมทุกครั้งจะต้องได้รับอนุมัติจากนายกสมาคมก่อน การลงชื่อในเช็คเพื่อจ่ายเงินของสมาคม ให้นายก เหรัญญิกและเลขาธิการลงชื่อร่วมกันโดยประทับตราของสมาคมไว้ เมื่อเป็นเช่นนี้ ศาลฎีกาเชื่อว่า จำเลยที่ ๒,๓,๔ ได้เข้าทำสัญญาแทนจำเลยที่ ๑ โดยสุจริต จำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผิดตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ สำหรับหนี้ขาดอายุความหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยที่ ๑ ได้ยอมรับว่า เป็นหนี้โจทก์จริงตามหนังสือที่โจทก์ทวงถาม และขอปิดบัญชีเพียงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๐๔ หนี้ซึ่งจำเลยที่ ๑ค้างชำระโจทก์อยู่ จำเลยที่ ๑ ก็จะขอผ่อนชำระจนกว่าจะหมดสิ้น จึงเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ ตามหนังสือลงวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๐๔ ที่จำเลยที่ ๑ ยืนยันกับโจทก์ อายุความฟ้องร้องจึงสะดุดหยุดลง คดีของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ จำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผิดต่อโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัศนี เกาไศยนันท์ · กิตติ สีหนนทน์ · ถาวร หุตะโกวิท
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายประสพ ปรัชญาภรณ์
ศาลอุทธรณ์ - นายพร สมบัติศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้