Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1558/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระเบียบงานของโจทก์มีว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้ากองข้าวสาร มีหน้าที่กำหนดตัวบุคคลผู้มีอำนาจเซ็นสั่งจ่ายข้าวสาร และส่งตัวอย่างลายเซ็นชื่อของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายข้าวสารไปให้แผนกคลังสินค้าเพื่อตรวจสอบก่อนที่จะจ่ายข้าวสาร แต่จำเลยที่ 1 ไม่มีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่แผนกคลังสินค้าที่มีหน้าที่จ่ายข้าวสารตามใบสั่ง จำเลยที่ 1 กำหนดตัวบุคคลซึ่งมีอำนาจเซ็นสั่งจ่ายข้าวสารแล้ว แต่ไม่ได้ส่งตัวอย่างลายเซ็นชื่อของผู้มีอำนาจเซ็นสั่งจ่ายไปให้แผนกคลังสินค้าได้มีผู้ปลอมลายเซ็นชื่อของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายข้าวสารและเจ้าหน้าที่แผนกคลังสินค้าได้จ่ายข้าวสารไปตามใบสั่งซึ่งมีลายเซ็นปลอม ดังนี้การที่จำเลยที่ 1 ฝ่าฝืนระเบียบ ไม่ส่งตัวอย่างลายเซ็นของผู้ที่มีอำนาจสั่งจ่ายให้แผนกคลังสินค้าทราบ เพื่อตรวจสอบลายเซ็นนั้นไม่เป็นเหตุโดยตรงที่ทำให้มีบุคคลปลอมลายเซ็นของผู้มีอำนาจสั่งจ่าย จึงจะถือว่าจำเลยที่ 1 ประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหายเพราะเหตุนี้ไม่ได้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ช่วยหัวหน้าคลังสินค้ากลาง มีหน้าที่จะต้องตรวจลายเซ็นชื่อผู้สั่งจ่ายในใบสั่งจ่ายข้าวสารตาม ระเบียบ การที่ไม่มีตัวอย่างลายเซ็นชื่อของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายในใบสั่งจ่ายสินค้าที่แท้จริงไว้เพื่อตรวจสอบ โดยจำเลยที่ 2 มิได้เรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ซึ่งมีหน้าที่ส่งตัวอย่างลายเซ็นให้ส่งตัวอย่างลายเซ็นมาให้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวอันเป็นการประมาทเลินเล่อมาตั้งแต่ต้น จำเลยที่ 2 มอบให้จำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ทำหน้าที่ตรวจสอบใบสั่งจ่ายสินค้าแทน. ผู้ทำแทนก็ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ครบถ้วน เมื่อมีการปลอมลายมือผู้สั่งจ่ายแล้วนำมาเบิกสินค้าข้าวสาร จำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ตรวจดูลายเซ็นโดยเทียบกับลายเซ็นที่ผู้สั่งจ่ายเซ็นไว้ในใบสั่งจ่ายเก่าๆ ที่ยื่น เพราะไม่มีตัวอย่างลายเซ็นที่แท้จริงไว้ตรวจสอบ แล้วจ่ายข้าวสารไปตามใบสั่งจ่ายปลอมทำให้โจทก์เสียหาย ดังนี้ จำเลยที่ 2 จะปัดความรับผิดหาได้ไม่จำเลยที่ 3 เป็นผู้ช่วยหัวหน้าคลังสินค้ากลาง ซึ่งเก็บเฉพาะข้าวสาร และเป็นผู้เก็บรักษากุญแจโกดังแต่ผู้เดียว มีหน้าที่ปฏิบัติการควบคุม ตรวจตราใบสั่งจ่ายสินค้าและรับจ่ายข้าวสารด้วย จึงปฏิเสธความรับผิดไม่ได้ส่วนจำเลยที่ 4 มีหน้าที่ฝึกสอนจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ในการจ่ายข้าวสารตามใบสั่งจ่าย แต่ไม่มีตัวอย่างลายเซ็นของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายมาให้ตรวจสอบ จำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 เป็นพนักงานชั้นผู้น้อย ไม่มีหน้าที่ทวงถามให้มีการส่งตัวอย่างลายเซ็นมา การฝึกสอนก็เพียงให้ดูว่าใบสั่งจ่ายที่ผู้มาขอรับมีรายการอะไรบ้างลายเซ็นชื่อผู้สั่งจ่ายครบถ้วนหรือไม่ โดยให้ดูจากลายเซ็นชื่อผู้สั่งจ่ายเก่าๆ จำเลยที่ 5 ถึงที่ 7ก็สั่งจ่ายข้าวสารไปตามระเบียบที่จำเลยที่ 4 ฝึกสอน เมื่อมีการปลอมลายเซ็นและมีการจ่ายข้าวสารไปตามลายเซ็นปลอมนั้น.โดยให้การจ่ายก็ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวเช่นนี้ จะถือว่าจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ไม่ปฏิบัติตามระเบียบเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์มิได้ แต่จำเลยที่ 4 มีหน้าที่ต้องตรวจสอบรายการสินค้าที่จะจ่ายหรือขอดูหลักฐานเอกสารใบขายเงินสด หรือใบเสร็จรับเงินจากผู้ซื้อที่มารับของตามระเบียบว่าด้วยการรับจ่ายฯลฯ ให้ถูกต้องเสียก่อน เมื่อจำเลยที่ 4 ไม่ปฏิบัติตามจึงต้องรับผิดตามจำนวนเงินในใบจ่ายสินค้าฉบับที่จำเลยที่ 4เป็นผู้เขียนตามใบสั่งจ่ายสินค้าปลอมนั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นหัวหน้ากองข้าวสาร จำเลยที่ 2ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคลังสินค้าข้าวสาร จำเลยที่ 3 ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าคลังสินค้า จำเลยที่ 4 เป็นพนักงานของโจทก์อยู่ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการรับจ่ายข้าวสาร และมีหน้าที่ควบคุมฝึกสอนจำเลยที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 พนักงานลูกจ้างชั่วคราวของโจทก์ให้ปฏิบัติงานดังกล่าว จำเลยทั้งเจ็ดคนได้ร่วมกับพวกปลอมเอกสารทั้งฉบับ และใช้เอกสารปลอมขอรับข้าวสารไปจากคลังสินค้ากลาง 1 ธนบุรี รวม 19,497 กระสอบ และจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 7 ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอมขอรับสินค้าไปจากคลังสินค้ากลาง 2 ธนบุรี รวม 440 กระสอบ หรือมิฉะนั้นจำเลยทั้งหมดได้กระทำการโดยประมาทเลินเล่อ โดยจำเลยที่ 1 ไม่ส่งตัวอย่างลายเซ็นของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายตามใบสั่งจ่ายสินค้าพร้อมด้วยเงื่อนไขให้คลังสินค้าทั้งสองแห่งทราบเพื่อตรวจสอบและไม่ควบคุมการปฏิบัติงานของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ให้ปฏิบัติตามระเบียบ

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 7 ไม่ปฏิบัติตามระเบียบในการสั่งจ่ายสินค้า การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ทำให้โจทก์เสียหายเป็นเงิน 6,141,495 บาท และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ทำให้โจทก์เสียหายอีก 143,000 บาท ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ให้การว่าไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในแผนกคลังสินค้าข้าวสารไม่ได้ร่วมกับจำเลยอื่นปลอมใบสั่งจ่ายสินค้า จำเลยที่ 1 ได้ส่งตัวอย่างลายเซ็นของผู้ที่ได้รับมอบหมายให้เซ็นสั่งจ่ายในใบสั่งจ่ายสินค้าไปให้แผนกคลังสินค้าแล้ว การไม่มีตัวอย่างลายเซ็นไม่ใช่ต้นเหตุที่จะทำให้ข้าวสารหายไปจำเลยที่ 2 ให้การว่าไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจ่ายข้าวสารในคลังสินค้าข้าวสาร ไม่เคยมอบหมายให้จำเลยที่ 3 ถึงที่ 7 รับผิดชอบในเรื่องจ่ายสินค้าข้าวสาร

ไม่ได้ปลอมใบสั่งจ่ายสินค้า ทางคลังสินค้าไม่มีตัวอย่างลายเซ็น จึงไม่มีทางตรวจสอบใบสั่งจ่ายสินค้าได้ จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานผู้น้อย ไม่อยู่ในวิสัยที่จะเตือนหรือทักท้วงได้จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยไม่มีหน้าที่ตรวจสอบใบสั่งจ่ายสินค้าข้าวสารเป็นหน้าที่ของจำเลยอื่นและเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ในแผนกข้าวสารจำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยอื่นจำเลยที่ 4 ให้การว่า มีหน้าที่ฝึกสอนให้จำเลยที่ 5 ที่ 6 และที่ 7ปฏิบัติหน้าที่จริง แต่ไม่มีหน้าที่ควบคุมจำเลยที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 จำเลยที่ 4 ได้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่แล้ว หากใบสั่งจ่ายสินค้าปลอม จำเลยที่ 4 ก็ไม่ต้องรับผิดเพราะรายการปลอมไม่สามารถเห็นชัดเจนจำเลยที่ 5 ที่ 6 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 7 ให้การว่า

จำเลยที่ 7 มิได้ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมไปขอรับข้าวสารจากคลังสินค้า จำเลยที่ 7 ปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบแล้ว ไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์จำเลยทุกคนให้การต่อสู้ด้วยว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมและไม่ขาดอายุความจำเลยทั้งเจ็ดไม่ได้ร่วมกันปลอมหรือใช้ใบสั่งจ่ายสินค้าปลอม จำเลยที่ 1ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 มิได้ประมาทเลินเล่อ ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ประมาทเลินเล่อที่มิได้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรับจ่ายและเก็บสินค้าของโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย 6,141,495 บาท จำเลยที่ 4 ประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย 195,000 บาท พิพากษาให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 6,141,495 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 4ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ในวงเงิน 195,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7โจทก์และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ตามระเบียบของโจทก์ จำเลยที่ 1มีหน้าที่ต้องส่งตัวอย่างลายเซ็นไปให้แผนกคลังสินค้าซึ่งมีจำเลยที่ 2ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหัวหน้าคลังสินค้ามีจำเลยที่ 3 เป็นผู้ช่วยจำเลยที่ 4 เป็นผู้ฝึกสอนให้จำเลยที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ปฏิบัติหน้าที่รับจ่ายสินค้าตามใบสั่งจ่ายสินค้า

จำเลยที่ 1 ไม่มีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานของจำเลยที่ 2 ที่ 3 แต่จำเลยที่ 1 ไม่ได้ส่งตัวอย่างลายเซ็นของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายสินค้าในใบเบิกสินค้าไปให้จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ที่ 3 มีหน้าที่ควบคุมการให้จำเลยที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 เบิกจ่ายสินค้าตามใบสั่งจ่ายสินค้าวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้ส่งตัวอย่างลายเซ็นของผู้มีอำนาจเซ็นสั่งจ่ายตามใบสั่งจ่ายสินค้าไปให้คลังสินค้ากลางทั้งสองทราบ การที่จำเลยที่ 1 ฝ่าฝืนระเบียบ ไม่ส่งตัวอย่างลายเซ็นของผู้มีอำนาจเซ็นสั่งจ่ายให้คลังสินค้ากลางทั้งสองแห่งทราบเพื่อตรวจสอบลายเซ็น ก็ไม่เป็นเหตุโดยตรงที่ทำให้มีบุคคลปลอมลายเซ็นของผู้มีอำนาจเซ็นสั่งจ่าย มาขอรับข้าวสารของโจทก์รายนี้ไป จึงจะถือว่าจำเลยที่ 1 ได้ประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหายเพราะเหตุนี้หาได้ไม่สำหรับจำเลยที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 ที่ 7 นั้น

ขณะเมื่อจำเลยที่ 4 ทำหน้าที่ฝึกสอนจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ไม่มีตัวอย่างลายเซ็นของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายตามใบสั่งจ่ายสินค้าอยู่ที่คลังสินค้ากลางทั้งสองแห่ง แสดงว่าหัวหน้าคลังสินค้ากลางทั้งสองแห่งซึ่งมีหน้าที่ต้องตรวจลายเซ็นของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายตามใบสั่งจ่ายสินค้า และเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบงานของพนักงานทุกตำแหน่งที่ปฏิบัติงานอยู่ในคลังสินค้า มิได้ทักท้วงให้จำเลยที่ 1 ส่งตัวอย่างลายเซ็นของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายมา จึงไม่ใช่หน้าที่ของจำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ซึ่งเป็นพนักงานชั้นผู้น้อย ซึ่งมีหน้าที่เขียนใบจ่ายสินค้าตามใบสั่งจ่ายสินค้า จะต้องทักท้วงให้จำเลยที่ 1 ส่งตัวอย่างลายเซ็นของบุคคลผู้มีอำนาจเซ็นชื่อในใบสั่งจ่าย

การฝึกสอนที่จำเลยที่ 4ได้ให้แก่จำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 จึงมีเพียงเท่าที่จำเลยที่ 4 ปฏิบัติอยู่ คือตรวจรายการในใบสั่งจ่ายสินค้า ว่ามีรายการครบถ้วนหรือไม่ และดูลายเซ็นชื่อจากลายเซ็นชื่อผู้สั่งจ่ายเก่า ๆ เมื่อเรียบร้อยก็จ่ายสินค้าไปดังนี้ ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 4 ที่จ่ายสินค้าไปผิดระเบียบว่าด้วยการจ่ายฉบับหนึ่ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์ก็พิพากษาให้จำเลยที่ 4 ต้องรับผิดในเงินจำนวนนี้แล้วส่วนจำเลยที่ 2 มีหน้าที่จะต้องตรวจลายเซ็นชื่อผู้สั่งจ่ายในใบสั่งจ่ายสินค้าข้าวสาร การไม่มีลายเซ็นชื่อของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายในใบสั่งจ่ายสินค้าที่แท้จริงไว้เพื่อตรวจสอบโดยจำเลยที่ 2มิได้เรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้ากองข้าวสารส่งตัวอย่างลายเซ็นมา ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวอันเป็นการประมาทเลินเล่อมาแต่ต้นแล้ว ดังนั้น แม้จำเลยที่ 2จะได้มอบหมายให้จำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ทำหน้าที่ตรวจลายเซ็นชื่อผู้สั่งจ่ายในใบสั่งจ่ายสินค้าข้าวสารแทน จำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ก็ย่อมไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ให้ครบถ้วนชอบด้วยระเบียบได้

เมื่อมีเหตุละเมิดเกิดขึ้นเนื่องจากมีบุคคลปลอมลายเซ็นของผู้มีอำนาจเซ็นสั่งจ่าย และจำเลยที่ 4 ถึงที่ 7 ก็เขียนใบจ่ายสินค้าไป โดยตรวจดูลายเซ็นชื่อผู้สั่งจ่ายเทียบกับลายเซ็นในใบสั่งจ่ายเก่า ๆ ที่ยื่นมาเพราะไม่มีตัวอย่างลายเซ็นที่แท้จริงไว้ตรวจสอบ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายจำเลยที่ 2 จึงปัดความรับผิดหาได้ไม่ และจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าคลังสินค้า (จำเลยที่ 2) ได้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุม ตรวจตราใบสั่งจ่ายสินค้าและรับจ่ายข้าวสารด้วย จำเลยที่ 3 จึงปฏิเสธความรับผิดหาได้ไม่ จำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จินดา บุญศิริ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · พูน จักรเสน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้