Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15561/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การกีฬาแห่งประเทศไทยเพิกถอนใบอนุญาตที่ให้โจทก์จัดตั้งเป็นสมาคมแต่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลปกครองและคดีอยู่ระหว่างพิจารณา ข้อเท็จจริงจึงยังไม่ยุติ ทั้งการเลิกสมาคมต้องเป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 101 (6) ที่บัญญัติให้สมาคมเลิกกันเมื่อนายทะเบียนถอนชื่อสมาคมจากทะเบียน เมื่อไม่ปรากฏว่านายทะเบียนได้ถอนชื่อโจทก์ออกจากทะเบียน โจทก์จึงยังมีสถานะเป็นนิติบุคคลและมีอำนาจฟ้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 83

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับห้ามจำเลยทั้งสองกับพวกและคณะบุคคลที่จัดประชุมเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2554 ใช้ชื่อว่า สมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย และห้ามนำชื่อดังกล่าวไปจดทะเบียนและให้โจทก์มีสิทธิใช้ชื่อสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ตลอดไป เพิกถอนมติที่ประชุมจำเลยทั้งสองกับพวกในวันที่ 25 สิงหาคม 2554 ที่ให้จัดตั้งสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย และลงมติเลือกจำเลยที่ 1 เป็นนายกสมาคม กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 10,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และร่วมกันใช้ค่าเสียหายอีกวันละ 10,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองกับพวกจะเลิกใช้ชื่อสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องและดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วมีคำพิพากษาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ จำลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 แต่เพียงว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลและมีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสมาคมตามประมวลกฎมายแพ่งและพาณิชย์ โดยก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2496 และนายทะเบียนรับจดทะเบียนโจทก์เป็นสมาคมและได้ออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้แก่โจทก์แล้ว ตามใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมหรือองค์การ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 83 บัญญัติให้สมาคมที่ได้จดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคล ส่วนที่การกีฬาแห่งประเทศไทยกล่าวอ้างว่า เป็นผู้ออกใบอนุญาตให้จัดตั้งโจทก์เป็นสมาคมตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2528 มาตรา 53 และมาตรา 59 แต่โจทก์ดำเนินการโดยฝ่าฝืนข้อบังคับของสมาคมและจงใจฝ่าฝืนกฎหมาย

ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการกีฬาแห่งประเทศไทย จึงให้เพิกถอนใบอนุญาตที่ให้ไว้แก่โจทก์โดยโจทก์ต้องเลิกและหยุดดำเนินการทันที ตามหนังสือของการกีฬาแห่งประเทศไทย ข้อนี้ได้ความว่าโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของการกีฬาแห่งประเทศไทยและได้ฟ้องคดีต่อศาลปกครอง คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง เช่นนี้ เมื่อยังมีการโต้แย้งคำสั่งของการกีฬาแห่งประเทศไทยที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมของโจทก์ดังกล่าวและข้อเท็จจริงยังไม่เป็นที่ยุติ ทั้งกรณีเลิกสมาคมต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 101 (6) ที่บัญญัติให้สมาคมเลิกกันเมื่อนายทะเบียนถอนชื่อสมาคมจากทะเบียน... เมื่อไม่ปรากฏว่านายทะเบียนที่ได้ออกใบอนุญาตให้จัดตั้งสมาคมของโจทก์ได้ถอนชื่อโจทก์ออกจากทะเบียนตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว

โจทก์ย่อมยังมีสถานะเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 83 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายและไม่มีอำนาจฟ้อง โดยให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องและดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วมีคำพิพากษาใหม่นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป เฉลิมภัทรกุล · พรเทพ อัมพรกลิ่นแก้ว · มานัส เหลืองประเสริฐ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายพิเชฏฐ์ รื่นเจริญ
ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ วรรธนะหทัย
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.1281/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ3656/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ3784/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้