Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์นำเจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้แก่จำเลยที่บ้านเรือนของจำเลย ไม่พบจำเลย บุตรจำเลยว่าจำเลยไปธุระแต่ไม่ยอมรับหมายแทน แล้วโจทก์ยังแถลงยืนยันว่าจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ตามฟ้องและว่าส่วนมากจำเลยจะอยู่บ้านไม่ค่อยจะไปไหน ดังนี้ จะถือว่ากรณีเป็นเรื่องไม่สามารถส่งโดยวิธีธรรมดาได้ยังไม่ชอบถ้าศาลสั่งอนุญาตให้ลงโฆษณาทางหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมายโดยวิธีธรรมดาก็เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 79 จะถือว่าจำเลยได้ทราบประกาศการส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องแล้วโดยผลของกฎหมายไม่ได้ และการส่งคำบังคับก็ได้กระทำโดยการโฆษณาทางหนังสือพิมพ์อีก ย่อมเป็นกระบวนพิจารณาที่ขัดต่อกฎหมายเช่นกัน ต่อมาจำเลยถูกยึดทรัพย์เมื่อการส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องและการส่งคำบังคับได้กระทำไปโดยไม่ชอบ จำเลยจึงมีสิทธิยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ได้ยึดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์ไป จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน ขอให้บังคับให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ชำระก็ขอให้บังคับให้จำเลยที่ 2 ชำระแทนจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโดยสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแก่โจทก์ ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ ให้บังคับให้จำเลยที่ 2 ชำระแทนโจทก์ยื่นคำแถลงว่าจำเลยทั้งสองไม่มีตัวอยู่ ณ บ้านเรือน ขอให้มีคำสั่งบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองโดยประกาศทางหนังสือพิมพ์ ศาลสั่งให้ประกาศคำบังคับทางหนังสือพิมพ์ เมื่อครบกำหนดแล้วจำเลยทั้งสองไม่ได้ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์ขอให้ศาลบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยที่ 2โดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพย์สิน

ศาลออกหมายบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องลงวันที่ 7 สิงหาคม 2513 ว่า จำเลยที่ 2 ไม่เคยทราบว่าได้ถูกฟ้องเลย จำเลยที่ 2 ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกันไว้กับโจทก์ การประกาศทางหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะโจทก์ทราบที่อยู่ของจำเลยที่ 2 ดี เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ขอให้ศาลเพิกถอนและให้ดำเนินการพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งว่าข้อค้านเรื่องผิดระเบียบมิได้กล่าวอ้างก่อนศาลมีคำพิพากษา จึงให้ยกคำร้องวันที่ 10 สิงหาคม 2513 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 มิได้จงใจขาดนัด ขอให้พิจารณาใหม่อีกครั้ง ศาลสั่งว่าคำร้องของจำเลยที่ 2 ยังไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207, 208 ให้ยกคำร้องในวันเดียวกันนั้น

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องใหม่อีกว่าเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2513 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีของศาลจังหวัดนครปฐมไปยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 มิได้ทราบเลยว่าโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์ให้พนักงานของศาลจังหวัดนครปฐมไปส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 ที่บ้านอันเป็นภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 เมื่อไม่พบเพราะจำเลยที่ 2 ไปธุระที่ตลาดบ้านโป่ง ไม่มีผู้รับแทนโจทก์ไม่ขวนขวายหาหลักฐานมาแสดงต่อศาลว่าจำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาที่พอจะให้ปิดหมายได้ และโจทก์สามารถส่งหมายตามวิธีธรรมดาได้ แต่โจทก์กลับขอให้ศาลประกาศทางหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมาย จำเลยที่ 2 อยู่ในชนบทห่างไกล ไม่มีหนังสือพิมพ์ฉบับที่ลงประกาศจะอ่าน เป็นความผิดของโจทก์ที่ดำเนินคดีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่มีสิทธิที่จะขอให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาและหากศาลได้ฟังข้อเท็จจริงจากจำเลยที่ 2 และตรวจดูลายมือชื่อในสัญญาค้ำประกันแล้ว

ศาลจะไม่พิพากษาให้จำเลยที่ 2 รับผิดในหนี้ที่ฟ้อง จึงขอให้มีคำสั่งนัดไต่สวนและให้จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การและดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ใหม่ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า จำเลยที่ 2 บรรยายความในคำร้องมิได้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 209ให้ยกคำร้องจำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า กรณีเรื่องนี้จะถือว่าเป็นเรื่องไม่สามารถจะส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องโดยวิธีธรรมดาได้หาชอบไม่ที่ศาลชั้นต้นให้ลงโฆษณาทางหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมายโดยวิธีธรรมดาจึงขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 จะถือว่าจำเลยที่ 2ได้ทราบประกาศการส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องแล้วไม่ได้ และการส่งคำบังคับก็เป็นกระบวนพิจารณาที่ขัดต่อกฎหมายด้วยเหตุผลทำนองเดียวกันจำเลยที่ 2 ได้ทราบคำบังคับตามคำพิพากษาในวันที่ 26 กรกฎาคม 2513 ซึ่งเป็นวันถูกยึดทรัพย์ นับถึงวันที่ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ยังไม่เกิน 15 วันตามมาตรา 208 และไม่ขัดต่อข้อจำกัดยกเว้นตามมาตรา 207 ทั้งคดีได้ความขัดโดยข้อเท็จจริงในสำนวนและข้อกฎหมายอยู่แล้ว ไม่จำต้องมีการไต่สวนต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีนี้ใหม่ ให้จัดให้จำเลยที่ 2 ได้รับหมายเรียกและสำเนาฟ้องโดยถูกต้องแล้วดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไปโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความว่าเมื่อโจทก์นำเจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้จำเลยที่ 2 ที่บ้านเรือนจำเลยที่ 2 ไม่ได้เพราะไม่พบตัวจำเลยแล้ว โจทก์ได้แถลงต่อศาลยืนยันว่าจำเลยที่ 2 มีภูมิลำเนาอยู่ตามที่ปรากฏในฟ้อง และว่าส่วนมากจำเลยที่ 2 จะอยู่ที่บ้านไม่ค่อยจะได้ไปไหน ตามรายงานเจ้าหน้าที่ก็มิได้ปฏิเสธว่าตำบลที่อยู่ในฟ้องไม่ใช่บ้านเรือนของจำเลยที่ 2 เมื่อวันไปส่งหมายยังได้พบกับบุตรจำเลยที่ 2 บุตรจำเลยที่ 2 ยังบอกว่าจำเลยที่ 2 ไปธุระที่ตลาดบ้านโป่ง ดังนั้น เมื่อไปส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้จำเลยที่ 2 ซึ่งมีตัวอยู่และมีที่อยู่แน่นอนดังกล่าวไม่ได้ จะถือว่ากรณีเป็นเรื่องไม่สามารถจะส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องโดยวิธีธรรมดาได้นั้นยังไม่ชอบ ที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ลงโฆษณาทางหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมายโดยวิธีธรรมดาจึงเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 และจะถือว่าจำเลยที่ 2 ได้ทราบประกาศการส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องแล้วโดยผลของกฎหมายไม่ได้ ส่วนการส่งคำบังคับก็ได้กระทำไปโดยทางโฆษณาในหนังสือพิมพ์เช่นเดียวกัน ย่อมถือได้ว่าเป็นกระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีที่ขัดต่อกฎหมาย โดยเหตุผลทำนองเดียวกันเมื่อพิเคราะห์บทบัญญัติมาตรา 208 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้วเห็นว่า การส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องก็ดี การส่งคำบังคับก็ดี ได้กระทำไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายดังได้วินิจฉัยแล้วจำเลยที่ 2 มีสิทธิยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ถูกยึดทรัพย์ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวที่สุดที่กฎหมายให้ไว้ จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันที่ถูกยึดทรัพย์แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีนี้ใหม่นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ฉัตร รัตนทัศนีย์ · ประสม เภกะสุต · จรัญ อิศระ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้